พุทธมงคลอานิสงส์

ผู้ว่าฯ พาหุง

ในปีพ.ศ. ๒๕๒๗ ข้าพเจ้ารับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อยู่มาแล้ว ๓ ปี นั่งมองดูงานกับมองดูอายุตัวเองแล้ว คิดว่าถ้าอยู่อย่างนี้ คงไปไม่ถึงไหนแน่ เพราะงานผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยไม่เด่นไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ประกอบกับอายุตัวก็ ๔๐ กว่าแล้วจึงตัดสินใจขอออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นหัวหน้าฝ่ายแผนและโครงการ สำนักงานจังหวัดนราธิวาส ที่นั่นงานมากและเป็นที่เสี่ยงภัย

ที่นราธิวาส บ้านเช่าหายาก มีบ้านที่หัวหน้าฝ่ายคนก่อนเคยเช่าอยู่ เก่ามาก ๆ ผีดุ บนฝ้าเพดานมีค้างคาว หนู อาศัยอยู่เต็ม ตอนกลางคืนจะมีเสียงเหมือนคนเดินบนเพดานตลอดคืนข้าพเจ้าคิดจะหาบ้านใหม่หลายครั้ง แต่หาไม่ได้

ผู้บังคับบัญชาขณะนั้นดูเหมือนไม่ค่อยชอบหน้าข้าพเจ้าเลย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อไปแล้วก็ต้องทำงานให้คุ้ม ตกค่ำก็ไปทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีถึง ๒๙๙ โครงการ ทำคนเดียวไม่ค่อยทัน จึงต้องทำตอนค่ำ ตั้งแต่ ๑๘.๓๐ น. ถึง ๒๒.๓๐ น.ทุกวัน หลังจากเลิกงานแล้วก็เป็นทุกข์เพราะกลับไปบ้านก็กลัวผีหลอกจึงต้องไปกินเหล้า วันละ ๑ แบน หรือเบียร์ ๒ ขวดทุกวัน เมาแอ่นแล้วกลับบ้านเข้านอนโดยไม่ถอดเสื้อผ้าหลับไปเลย จะได้ไม่ต้องกลัวผี เป็นเช่นนี้อยู่ ๒-๓ เดือน เงินที่ติดตัวไปบ้างก็เริ่มหมด กลัวจะเป็นคนติดเหล้าก็กลัว จึงขึ้นไปกรุงเทพ ๒-๓ วัน ไปหาท่านมหาคล่องที่วัดวิเศษการ พรานนก ท่านบอกว่าถ้ากลัวผีให้สวดพุทธคุณพาหุงมหากา ก็ไปซื้อหนังสือเจ็ดตำนานมา ๑ เล่ม ตัดเอาเฉพาะที่เป็นบทพาหุง ไปถ่ายขยายใหญ่ติดไว้ที่หัวนอน คราวนี้เลิกงานดึกแล้วไม่กินเหล้าเบียร์ แต่รีบกลับบ้านสวดพุทธคุณพาหุงมหากา หลับสบายดี ตั้งแต่นั้นมาจึงไม่ต้องกินเหล้าเบียร์อีกเลย

ตอนนั้นแม่ไปอยู่ด้วย แม่ใส่บาตรทุกวัน หลังจากสวดพระพุทธคุณพาหุงได้ ๒ เดือน ผู้บังคับบัญชาที่เคยไม่ชอบหน้าก็ให้คนมาตามชวนไปทานอาหารเย็น แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดกลายเป็นคนที่ท่านชอบ ท่านขึ้นไปกรุงเทพฯ ๒ ครั้ง เพื่อขอความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ ๒ ขั้นให้ ปีนั้นได้ ๒ ขั้น

เมื่อเงินเดือนสูง ได้รับการแต่งตั้งให้รักษาราชการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานี ผู้บังคับบัญชาสมัยนั้นให้ความไว้วางใจมาก เพราะเป็นเรื่องแปลก ท่านจะชวนไปนั่งรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันทุกวันที่ข้างนอก รับประทานเสร็จนั่งรถมากับท่าน พอจะถึงศาลากลางท่านก็สั่งงานเกือบทุกวัน แต่งานที่ท่านสั่งเราเตรียมไว้เสร็จแล้วทุกครั้ง นำไปให้ท่านลงนามภายใน ๓๐ นาที หลังจากท่านสั่งแล้วทุกครั้ง จึงได้รับความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา

อยู่ปทุมธานีได้ ๖ เดือน กระทรวงย้ายให้ไปอยู่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่ต้องรับผิดชอบดูแลผู้อพยพถึง ๔๖,๐๐๐ คน มีข้าราชการที่เป็นลูกน้องมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ถึง ๑๗ คน อยู่ที่นี่ก็เป็นที่รักใคร่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาด้วยดี ได้รับการพิจารณาความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ ๒ ขั้นติดต่อกัน ๒ ปี จึงได้รับการแต่งตั้งเข้าไปเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินของกระทรวงมหาดไทย ได้อีก ๒ ขั้น อีก ๑ ปีต่อมาไปเป็นซี ๘ ที่นครศรีธรรมราช ๔ ปี ได้ ๒ ขั้น อีก ๓ ครั้ง สวดพระพุทธคุณและพาหุงตลอดเวลาทั้งตอนตื่นนอน ก่อนล้างหน้า และก่อนนอนไม่ค่อยได้ว่างเว้นนอกจากมีเหตุจำเป็น

ต่อมาในปี ๒๕๓๖ กระทรวงมหาดไทยเรียกให้เข้าเรียนในหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส) ช่วงปิด ๓ วันก็ไปถือศีลที่วัดอัมพวัน ไปกับภรรยานุ่งขาวห่มขาวถือศีลอยู่ ๓ วัน ทำสมาธิดีมาก ๆ ปีนี้ได้ ๒ ขั้นอีก ในที่สุดย้ายไปอยู่นราธิวาส วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ ได้ ๒ ขั้น ทางศอ.บต. อีก ๑ ปี พอถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๓๗ ได้เลื่อนเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

ตอนอยู่นครศรีธรรมราชนี้ ได้ถือปฏิบัติเคร่งครัดอยู่ ๓ ประการ คือ

๑. สวดพระพุทธคุณพาหุงมหากาทุกวันเช้า-ค่ำ เหมือนเช่นเคย วันเกิดอาจสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรบ้าง ทำสมาธิด้วย

๒. ใส่บาตรทุกเช้า ไม่ว่าจะมีภิกษุสามเณรกี่องค์ ต้องใส่จนครบ บางวันมีถึง ๕๐ องค์ ก็ใส่จนครบ

มีข้อสังเกตว่า ยิ่งทำบุญใส่บาตรมากเท่าใด ประชาชนญาติมิตร เพื่อนฝูงจะนำของกินมาให้ เช่น ผัก ปลา ผลไม้ น้ำผึ้ง ข้าวสาร จนใช้ไม่หมด ต้องแจกจ่ายให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ๆ

๓. ชักชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวพุทธไปทำบุญตามโครงการธรรมทานสัญจรเป็นประจำทุกเดือน เดือนละครั้งซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวันอาทิตย์ มีข้าราชการและประชาชน ไปร่วมครั้งละมาก ๆ บางครั้งถึง ๘๐๐ คน ทุกครั้งที่ไปทำบุญจะแจกบทสวดพุทธคุณพาหุงเพื่อสวดทุกคน ได้แจกไปแล้วที่นครศรีธรรมราชประมาณ ๒ แสนฉบับ (รวมเวลา ๔ ปีครึ่ง) จะมีผู้ที่สวดเป็นประจำหลายหมื่นคน

ต่อมาตุลาคม ๒๕๔๓ ได้ย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ก็ดำเนินการเช่นเดียวกับที่นครศรีธรรมราชแต่ใช้ความถี่ในการออกไปชักชวนคนให้สวดมากขึ้น คือไปทุกเสาร์อาทิตย์ ส่วนในช่วงเข้าพรรษาไปทุกวัน เว้นวันจันทร์วันเดียว ผลก็คือมีผู้สวดพุทธคุณพาหุงมหากากันทั่วเมือง

๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ เดินทางขึ้นไปนมัสการพระที่พิษณุโลกและเชียงใหม่ พอถึงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๔ ได้เดินทางกลับ และนมัสการท่านเจ้าคุณหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี โชคดีมาก ๆ ที่วันนี้ท่านลงมารับแขก มีแขกคุยอยู่เพียง ๔-๕ คนเท่านั้น ภรรยาซึ่งไปวัดนี้บ่อย ๆ ก็ชวนให้เข้าไปนมัสการท่าน หลังจากนั่งฟังท่านคุยอยู่พอสมควรก็มีโอกาสได้เล่าให้ท่านฟังว่า เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดมา ๕ ปีครึ่งแล้วอยู่นครศรีธรรมราชและพัทลุง นำประชาชนสวดพุทธคุณพาหุงไม่เคยขาด ท่านนั่งดูสักพักท่านก็พูดขึ้นมาว่า "ไปเป็นผู้ว่าฯ เสียไป" ดีใจมาก เพราะคิดว่าสวดพุทธคุณพาหุงมา ๑๐ กว่าปี ล้วนพบแต่ของดี มาวันนี้ท่านเจ้าคุณคงมองเห็นพลังความดีที่เราสวดและปฏิบัติธรรมตามบทพุทธคุณพาหุงมาตลอด ท่านจึงให้พรให้เป็นผู้ว่าฯ และพอถึงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๔ โทรทัศน์ก็ประกาศว่า ครม.แต่งตั้งให้ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง คนทั่วไปบอกกันว่าที่ได้เป็นผู้ว่าฯก็เพราะสวดพาหุง จึงเรียกกันว่าผู้ว่าฯพาหุง

ข้าพเจ้าดีใจมากที่คนเรียกเช่นนั้น เพราะอยากจะชักชวนให้คนสวดพาหุงกันให้มาก ๆ แต่ดูเหมือนคนไม่กล้าสวด กลัวจะเชยแต่เราสวดจนได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้ทำชั่วจนได้เป็นก็ดีใจเพราะอาจทำให้คนอื่นหายกลัวเชยไปได้บ้าง

สิ่งที่ชักชวนให้ผู้คนสวดพุทธคุณพาหุงกันมาก ๆ ก็คือได้อธิบายให้คนเข้าใจว่าบทสวดมนต์พุทธคุณพาหุงเป็นบทที่พรรณนาเล่าเรื่องที่พระพุทธเจ้าชนะมาร ๘ ประการ แต่ละประการทรงชนะด้วยธรรมะ อานิสงส์ของการสวดก็คือเอาธรรมะมาท่องบ่น บริกรรมภาวนา ย่อมได้อานิสงส์และนำธรรมะนั้น ๆ ไปปฏิบัติ ย่อมได้อานิสงส์เห็นทันตา เช่น

พาหุงข้อที่ ๑ พระพุทธเจ้าชนะมารด้วยระลึกถึงทานที่ทำมาแล้วแต่อดีตชาติ ข้อนี้ธรรมะสอนให้เราให้ทานแล้วชนะมารได้

พาหุงข้อที่ ๒ คือชนะด้วยขันติ ความอดทน อดกลั้น ผู้ใดสวดแล้วนำธรรมะมาปฏิบัติก็จะทำอะไรสำเร็จ ให้ลูกสวดให้ลูกปฏิบัติ ลูกเรียนหนังสือก็จะสำเร็จ มีงานการทำดี ๆ

พาหุงข้อที่ ๓ พระพุทธเจ้าชนะมารด้วยเมตตา ธรรมะในข้อนี้คือ เมตตา สวดแล้วแผ่เมตตาก็จะไม่มีศัตรู มีแต่เทวดารักมนุษย์รัก เป็นต้น

พุทธคุณพาหุงนี้มีอานุภาพมากจริงๆ ได้เห็นมาแล้วทุกอย่างวันหนึ่งประชาชน ๓,๐๐๐ กว่าคนปิดถนนประท้วงเรื่องเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย ให้ข้าพเจ้าแก้ปัญหา สามารถใช้เวลาในการเจรจาเพียง ๑๐ นาที ผู้คนเลิกปิดถนนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ

จึงขอเชิญชวนทุกท่านสวดพุทธคุณพาหุงเถิดครับ ตัวเองได้ดี บุตรหลานได้ดี ครอบครัวได้ดี และบ้านเมืองจะดีไปด้วย ข้าพเจ้าผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ก็จะทำเช่นเดียวกับที่นครศรีธรรมราชและพัทลุง ด้วยใจมุ่งเมตตาให้ประชาชนเป็นสุขด้วยกันทุกคน

สงวน จันทรอักษร