พุดตานกถา ๕๕ - ๖๓
๕๕
หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เมื่อพอจึงเจอ
วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่ถึง เมื่อหยุดจึงถึง
เพราะเลิก จึงทำให้การกระทำมีประโยชน์
เพราะมีเบรค จึงช่วยให้คันเร่งได้ใช้งาน
ความไม่มีก่อเกิดความมี
ความไร้สร้างความมั่งคั่ง
สิ่งที่ตาคุณเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่ใจต้องการ
๕๖
เปลี่ยนโลกไม่ง่ายดั่งใจนึก
เปลี่ยนตนเองเป็นไปได้มากกว่า
แก้ไขคนอื่นแก้ไขไม่ได้
ขัดเกลาตนเองเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า
คนโง่เขลาต้องการแต่จะกวาดบ้านคนอื่น
คนฉลาดต้องการกวาดบ้านตัวเอง
เวลาเจอปัญหา อย่าคิดว่าโลกให้แก่เราน้อยเกินไป
ให้คิดว่าเราหวังจากโลกมากเกินไป
ผิดคนอื่นเห็นได้เท่าภูเขา
ผิดของเราไม่เห็นแม้เส้นขน
ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเราเหลือทน
ตดของตนดมได้ไม่เป็นไร
๕๗
อุปสรรคและศัตรูคือยากำลัง
ความสะดวกง่ายดายทำลายผู้กล้า
เมื่อตอบสนองความกระหายหิว จะกัดกร่อนปณิธาน
หวานหลงระเริง ขมได้ปัญญา
การงานให้มือด้าน ของหนักได้กล้ามเนื้อ
ปล่อยเรือไปตามน้ำนั้นง่ายดาย
แต่จะเสียสมรรถนะในการพัฒนาตน
อย่าดีใจกับความสบาย อย่าท้อใจกับความลำบาก
ความเจริญรุ่งเรือง กับความไม่ประมาท เดินคู่กันเสมอ
๕๘
ใช้สัมมาทิฏฐิเพื่อก่อสร้างอุดมการณ์
ใช้อุดมการณ์สร้างจุดมุ่งหมาย
จากจุดมุ่งหมายสาวหาเหตุอันจะนำมาซึ่งผลลัพธ์นั้น
สร้างเหตุให้ดีที่สุด คือการทำหน้าที่
เส้นทางชีวิตอันรุ่งเรือง ถูกเราลิขิตด้วยตนเอง
ใช้หยาดเหงื่อ และความอดทน สร้างชะตาชีวิต
อย่ารอคอยให้พรหมมาลิขิต
มนุษย์คือผู้ที่มีศักยภาพในการพัฒนาตน
หนทางมีอยู่
จะเดินหรือไม่เท่านั้นเอง
๕๙
อย่าดูถูกตนเองเพื่อเป็นข้ออ้างในการขี้เกียจ
อย่าดูหมิ่นตนเองเพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่พยายาม
อย่าสบประมาทตนเองเพื่อเป็นข้ออ้างในการล้มเลิก
ทางเดินร้อยลี้ เริ่มจากก้าวก้าวเดียว
ก่อนอรุณรุ่ง ใยมิใช่มืดสนิท
ผีเสื้อแสนสวย เคยเป็นหนอนที่ดูทุเรศมาก่อน
ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย
หมดกำลังใจได้ แต่อย่าเลิกทำงาน
น้ำตาไหลได้ แต่จงลุกขึ้นสู้ต่อ
คนล้มเหลวที่ไม่ล้มเลิก จะกลายเป็นผู้สำเร็จ
คนล้มเหลวที่งอมืองอเท้า จะเสียใจไปตลอดชีวิต
หนทางยินดีต้อนรับคนหกล้ม
ความผิดพลาดเป็นครู มิใช่ตราบาป
หยาดเหงื่อ หยาดเลือด หยาดน้ำตาของผู้ไม่ท้อแท้ จะกลายเป็นคุณ
๖๐
ความยึดมั่นในจิต สามารถสร้างมายาภาพให้ตาเห็นได้
ความกระหายอยาก นำพาคนไปสู่สิ่งที่ต้องการ
ตัณหาเป็นผู้สร้างภพชาติ
จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นผู้นำไป
โลกทั้งปวงเป็นเงาสะท้อนออกมาจากจิตสรรพสัตว์
ความอยากนำสัตว์ให้ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ
ความแจ่มแจ้งในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา นำมาซึ่งปัญญา
ปัญญาย่อมเพิกความมืดและมายาภาพทั้งปวง
เมื่อจิตสว่างกระจ่างแจ้งด้วยปัญญา ตัณหาก็ดับ
เมื่อแจ่มแจ้งในสัจจะ มายาภาพก็ถูกทลายไป
เมื่อหมดความยึดมั่นถือมั่น สังขารทั้งปวงก็หมดราคา
สังขารทั้งปวง ปรากฏแก่ปัญญาคือความเกิดดับ
เมื่อสลัดคืนสิ่งทั้งปวงออกจากใจ
ทุกข์ทั้งปวงไม่ว่าใหญ่เพียงใดก็ดับสิ้นลง
๖๑
กล้าหาญ ต้องพร้อมปกป้องภัยเพื่อมวลชน
อ่อนโยน ต้องไม่ทำเพื่อหาโอกาสลอบกัด
ผู้เสียสละประโยชน์ตนเพื่อการดำรงอยู่ของมวลชน คือวีรบุรุษ
ผู้เอาความแข็งแรงกว่าไปแย่งชิงผลประโยชน์ คือซาตาน
รอยยิ้มอาจฆ่าคนได้มากกว่าอาวุธมีคม
อย่าเอาความดีมาบังหน้า เพื่อแอบอ้างในการทำชั่ว
ผู้คลุมหนังเสือไปล่าเหยื่อ ล่าเหยื่อได้น้อย
ผู้คลุมหนังกวางออกล่าเหยื่อ ล่าเหยื่อได้มาก
อย่าคิดว่าการเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่นคือความสุข
อย่าคิดว่าการเสียสละเพื่อผู้อื่นคือความโง่เขลา
ทำดีทำชั่วถึงคนไม่เห็น แต่ผีสางเทวดาเห็น
หลอกใครก็ได้ แต่ไม่สามารถหลอกใจตัวเอง
จงเกื้อกูลมวลชนเถิด จะนำมาซึ่งสุขอันไพบูลย์
อย่าคิดว่าเงินทองจะนำมาซึ่งความสุข
บุญกุศลต่างหากที่จะนำมาซึ่งความร่มเย็นแห่งใจ
ผู้คิดเบียดเบียนผู้อื่นคือคนโง่เขลาทั้งสิ้น
คนโง่ที่สุดคือโง่โดยนึกว่าตัวเองฉลาดมาก
๖๒
เรื่องราวเหตุการณ์ในโลก ไม่เที่ยงแท้
แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมได้ตลอด
สิ่งที่ไม่คาดหวังไว้ ก็สามารถผ่านมาได้
สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้
อนาคตหมายความว่า ไม่เที่ยงไม่แน่
การยึดมั่นจริงจังต่ออนาคต คือการปิดกั้นตัวเองไว้ที่แคบ
บัณฑิตสร้างเหตุให้ดี ทำหน้าที่ให้เต็มความสามารถ
โดยไม่คาดหวังอะไรต่ออนาคตที่ไม่แน่นอน
นั่นคือเงื่อนไขของผู้มีปัญญา
ปัญญาต้องเปิดกว้างต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยจิตที่ไม่ยึดมั่น
อย่าตั้งเงื่อนไขความคิดเห็นของตนเองไว้ล่วงหน้า
การเปลี่ยนแปลงนั่นแหละ จะเป็นโอกาสในการเรียนรู้
๖๓
ผู้หนีปัญหา มิใช่จะหมดปัญหา
เพราะว่าการหนีปัญหานั้น นำจิตดวงที่อ่อนแอไปด้วย
ฉะนั้น ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นไปที่ใด
สิ่งทั้งปวงจึงเป็นปัญหาแก่เขา
เนื่องเพราะว่าจิตของเขาผู้นั้นอ่อนแอ
การเผชิญหน้าเข้าแก้ปัญหาด้วยความหนักแน่นอดทนนั้น
จะทำให้เขาผู้นั้นหมดปัญหา
เพราะว่าเหตุการณ์เหล่านั้น ย่อมสร้างให้กำลังจิตเข้มแข็ง
ฉะนั้น ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นอยู่ที่ใด
สิ่งทั้งปวงจึงปรากฏเป็นไร้ปัญหาแก่เขา
เนื่องเพราะว่าจิตของเขาผู้นั้นเข้มแข็ง
ไม่ว่าจะหลบหนีไปป่าไหน ก็เอาความปรุงแต่งไปด้วย
ไม่ว่าจะหลบหนีไปถ้ำไหน ก็เอาความจดจำในเรื่องเก่าไปด้วย
ไม่ว่าจะหลบหนีไปยอดเขาไหน ก็เอากิเลสในใจไปด้วย
เจริญสติเพื่อมาต่อสู้กับกิเลสในทุกขณะจิตดีกว่า
นั่นแหละคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
มิต้องหลบหนีปัญหาไปที่ใดใด
ที่หนีไปนั้น คิดว่าจะพ้นหรือ ?

ความคิดเห็นล่าสุด
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน