พุดตานกถา ๓๗ - ๔๕

๓๗

กิน เพื่อเคี้ยว เพื่อย่อย
เรียนรู้ เพื่อปฏิบัติ เพื่อรู้แจ้ง
กาลเวลาของผู้มั่นคงในจุดยืน นำมาซึ่งประสบการณ์
ประสบการณ์บอกกันได้ แต่ให้กันไม่ได้
ความรู้ให้กันได้ ความชำนาญให้กันไม่ได้
ความหนักแน่น แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ หยาดเลือด หยาดน้ำตา
ความมุทะลุ จับจด แลกมาจากรอยยิ้ม จากการหลงระเริง
มักง่ายได้ยาก ลำบากได้ดี
อย่าตกใจคลื่นก่อนออกเรือ อย่าตกใจเสือก่อนเข้าป่า
ผู้กล้าสะดุ้งเพื่ออดทน คนขลาดสะดุ้งเพื่อล้มเลิก
ฝ่าเท้าไม่มีขน แต่หลังเท้ามี

๓๘

อย่าหวังอะไรแม้แต่หมูในอวย
หมูในอวยยังกลายเป็นของหมาได้
จงเริ่มเป็นผู้ใหญ่ด้วยการเรียนรู้ความไม่แน่นอน
จงเริ่มมีวุฒิภาวะโดยการเรียนรู้ความไม่เที่ยง
ภาษาใจแห่งการสลัดคืนกองสังขาร คือการยอมรับความจริง
หนีความจริงเท่าไหร่ก็ไม่พ้น
จงกลับคืนสู่โลกแห่งความจริงแล้ว แก้ไขที่เหตุ
ไม่มีสาย ที่จะเริ่มต้นแก้ไข
พร้อมรับวันใหม่กับการยอมรับความจริงหรือยัง

๓๙

ถามทำไมถ้าไม่คิดแก้ปัญหา
ถามทำไมถ้าไม่คิดเอาคำตอบไปปฏิบัติ
ในโลกนี้มีคนช่างคิด ช่างสงสัย ช่างถามอยู่มาก
แต่ผู้ที่ใฝ่ปฏิบัติ คิดแก้ปัญหามีน้อย
ปัญหาของมนุษย์คือความเกิดแก่เจ็บตายและทุกข์ทั้งหลาย
ต้นเหตุของปัญหาคือกิเลสทั้งปวง
การจะแก้ปัญหา อย่าเพียง นั่งนึก นั่งคิด นั่งสงสัย
จะต้องเอาทาน ศีล สมาธิ ปัญญา ไปปฏิบัติ
อยากดับไฟ ต้องเอาน้ำไปดับ
อย่าเพียงนั่งนึก นั่งคิด นั่งกลัว นั่งสะดุ้ง
พระพุทธศาสนาบอกทั้งปัญหาและวิธีแก้ไว้พร้อมมูล
เพียงแต่จะทำตามหรือไม่เท่านั้นเอง

๔๐

จุดมุ่งหมายสูงสุดของวีรบุรุษ มิใช่เพื่อครอบครองโลก
แต่เพื่อเกื้อกูล ยังประโยชน์ และเสียสละเพื่อมวลชน
การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยให้จิตใจอิ่มเอิบเบิกบาน
การช่วยเหลือเกื้อกูลมวลชนทำให้เกิดปีติและสุข
ได้อะไรก็ไม่เท่าได้สละ
หวงเอาไว้มิสู้ให้ออกไป
มหาบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่รู้จักคำว่าของรัก ของหวง
ท่านย่อมเสียสละได้ทุกอย่าง
เมื่อความเห็นแก่ตัว ไม่มีในผู้ใด
ความหวงแหน ย่อมไม่มีในผู้นั้น
ชีวิตทั้งชีวิต เพื่อการยังประโยชน์สุขแก่มวลชน
มิใช่เพื่อครอบครองผลประโยชน์ชื่อเสียง
เมื่อกิจการใหญ่สำเร็จลุล่วง
วีรบุรุษก็ถอนตัวเร้นกาย

๔๑

คนโง่เขลาเอาอุปสรรคมาขวางทาง
คนฉลาดเอาอุปสรรคไว้กระโดดข้าม
คนโง่เขลาเอาปัญหามาสร้างความท้อแท้
คนฉลาดเอาปัญหามาเป็นครู
ของหนักช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
ของเน่าเสียกลายเป็นปุ๋ยต้นไม้
อุปสรรคสร้างความอดทน
ปัญหาจะสอนวิธีแก้
นักพายเรือที่ดี เรียนรู้มาจากคลื่นใหญ่
นักไต่เขาที่เก่ง เรียนรู้มาจากหน้าผาชัน
เกิดเป็นมนุษย์ ต้องพัฒนาตน
อุปสรรคจะให้ความเก่งกล้าสามารถ
ปัญหาจะให้ความฉลาดเฉลียว
เรื่องยุ่งยากจะมาให้บทเรียน
สิ่งกีดขวางจะให้ประสบการณ์ที่ล้ำค่า

๔๒

จงสนใจวิธีการ ให้มากกว่าสิ่งของ
จงสนใจคุณภาพ ให้มากกว่าปริมาณ
อย่าเพียงดูว่าได้สิ่งของมามากเท่าไร
ให้ดูว่าได้มาด้วยวิธีการอย่างไร
จงแสวงหาด้วยวิธีการที่สุจริต และบริสุทธิ์
แม้จะได้สิ่งของมาน้อยก็ตาม
ยอมเสียของดีกว่าเสียนิสัย
เพราะว่าการเสียนิสัย นำไปสู่การเสียคน
พึงยอมเสียสละของ เพื่อแลกเอาคนไว้
ความสุจริต จะอุ้มชูบุคคลผู้นั้นมิให้ตกอับ
ส่วนความทุจริต จะทำร้ายทำลายคน
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน

๔๓

ที่ต้องทำตัวให้ดูโดดเด่นนั้น
เป็นเงื่อนไขของกิเลสหรือของธรรมะ
ธรรมะพอใจยินดีในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
กิเลสพอใจยินดีในสิ่งที่คนอื่นมีอยู่
ธรรมะสนใจในการสร้างเหตุ
กิเลสสนใจในการเสวยผล
ธรรมะมุ่งมั่นในการสลัดคืน
กิเลสมุ่งมั่นในการเกาะยึด
ธรรมะกำหนดหยั่งรู้ความจริง
กิเลสเพลิดเพลินเหม่อลอยอยู่กับมายาภาพ
ชีวิตคนเราจะเจริญได้ดี หรือเสื่อมตกอับ
ขึ้นอยู่กับว่า ปล่อยให้ธรรมะหรือกิเลสยึดครองเป็นเจ้าหัวใจ

๔๔

มนุษย์ทั้งหลาย เกิดมาคล้ายคลึงกัน
ผิวพรรณสามารถทำให้ผิดแผกแตกต่างกันได้ถึง ๑๐ ขีด
ชาติตระกูลสามารถทำให้ต่างกันได้ถึง ๑๐๐ ขีด
ความรู้ความสามารถทำให้ต่างกันได้ถึง ๑,๐๐๐ ขีด
แต่คุณธรรมความดีความชั่วสามารถทำให้ต่างกันจนมิอาจประมาณ
คนเราเมื่อมองปราดเจอครั้งแรก อยากเจอคนสวยคนงาม
เมื่อคุยด้วย อยากคุยกับคนฉลาดทรงภูมิความรู้
แต่เมื่อคบค้าระยะยาว ต้องการคนซื่อสัตย์จริงใจมีคุณธรรม
รูปโฉม วงศ์ตระกูล ความสามารถของคน คือมายาภาพ
ความดีงามในใจคน คือแก่นแท้
เธอทั้งหลายต้องการพัฒนาให้ตนมีแค่มายาภาพฉาบฉวย
หรือต้องการพัฒนาตนให้มีแก่นด้วย

๔๕

มิใช่ต้องรอบรู้จนจบกระบวนการ จึงค่อยกระทำได้
เริ่มต้นไป เรียนรู้ไป ผิดพลาดไป แก้ไขไป
นั่นคือเงื่อนไขในความสำเร็จของชีวิต
จึงเป็นเหตุผลแสดงให้เห็นว่า
ทำไมผู้รู้มากจึงทำงานไม่สำเร็จ
ส่วนผู้รู้น้อย แต่หนักแน่น อดทน ต่อสู้อุปสรรค ทำงานสำเร็จ
ชีวิตมิใช่ตำรา
แต่ตำราล้วนแล้วมาจากชีวิต
ตำราเล่มเล็ก ทำด้วยกระดาษ
ตำราเล่มใหญ่ ทำด้วยเลือดเนื้อ
ไม่ควรดูถูกนักวิชาการ
ไม่ควรละเลยนักปฏิบัติการ