นิราศนคร (ต่อ ๔)
เขียนโดย dy เมื่อ พ, 2006-10-11 23:45
- ทั้งงานประจำและงานอดิเรกของเราก็คือการเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔
- เราไม่อยากไปเกิดเป็นเทวดาเลย เพราะถ้าไปเกิดเป็นเทวดาก็ต้องไปหลงเพลิดเพลินต่อรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นทิพย์ ทำให้จิตเสื่อมเสียคุณภาพอีก
- การเจอทุกข์ เผชิญทุกข์ ทนทุกข์ ช่วยให้จิตเข้มแข็ง เป็นการเสริมคุณภาพของจิตอย่างดีมาก
- สติ จำเป็นมากที่จะมาใช้ในการสู้กับทุกข์ ผู้อ่อนแอในการเจริญสติ จะต้องตกม้าตาย
- เราเบื่ออดีตที่ไม่เป็นไปดังใจ เราเบื่ออนาคตที่บังคับบัญชาไม่ได้ เราเบื่อปัจจุบันที่มิใช่ตัวเราของเรา
- ความคิดที่คิดขึ้นมาแล้วไม่สร้างสรรค์ แถมยังนำความทุกข์มาให้นั้น เลิกคิดมันเสีย
- เราจะมามัวนอนใจ นอนจมอยู่กับสังขารอันแสนทุกข์เข็ญนี้ต่อไปมิได้อย่างเด็ดขาด ต้องรีบละอุปาทาน ถอนความยึดมั่นจากมันเสีย ยิ่งไวเท่าไหร่ยิ่งดี
- เพลิดเพลินอะไรนัก ยินดีอะไรนัก ในเมื่อโลกนี้ลุกอยู่ด้วยกองเพลิง คือความแก่ ความเจ็บ ความตาย ในขณะที่ท่านทั้งหลายพากันรื่นเริงอยู่ในปากแห่งพระยามัจจุราชอยู่นั้น ผู้มีปัญญาจักษุต่างพากันเร่งรีบประพฤติธรรม เพื่อนำตนพ้นจากทุกข์ทั้งปวงอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลายเทียว
- ข้าพเจ้าขอส่งบัตรอวยพรอันเปื้อนเลือดมายังท่านทั้งหลายที่กำลังสนุกสนานรื่นเริงอยู่ในปากมัจจุราชด้วยความสลดสังเวชใจยิ่ง
- สวัสดีจ้ะมัจจุราช เรากำลังรอท่านอยู่อย่างสงบ ในฐานะผู้ที่เตรียมตัวอย่างพรักพร้อมที่จะเผชิญท่านในทุกขณะจิต
- กายนี้มันก็เป็นสมบัติของโลกแท้ๆ ถึงเวลาที่มันถูกบีบคั้นมากๆ ก็คืนมันให้กลับไปสู่โลกเสีย จะไปหวงแหนเอาไว้ทำไมกับไอ้ของที่ยืมเค้ามาใช้ชั่วคราว
- ชีวิตของเราได้ถึงความตายมาตั้งแต่วันบวชแล้ว ที่อยู่มาได้ทุกวันนี้ก็เพราะท่านผู้มีเมตตาจิตทั้งหลาย ได้ช่วยสืบต่อไว้ด้วยปัจจัย ๔ สืบมาได้ทีละวันเท่านั้นเอง ฉะนั้น เราจึงเป็นคนตายแล้ว ก็เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ก็จะเกิดความทุกข์เดือดร้อนขึ้นมาทันที เพราะว่าเราตายแล้ว
- จะถืออะไรเป็นความแน่นอนมั่นคงจริงจังกับการสืบต่อของสังขาร จะตายวันตายพรุ่งใครจะไปรู้
- ยังไม่เข็ดก็หอบของร้อนไว้ต่อไป ถ้าเข็ดแล้วก็รีบทิ้งเสีย
- มันปวดกันเอง เดี๋ยวมันก็ตายกันเองแหละ ไม่ใช่เราปวด ไม่ใช่เราตาย มันพ้นทุกข์ตรงนี้เอง
- เวทนาทั้งหลายนั้น มันเสวยกันเอง แล้วมันก็ทุกข์กันเองนั่นแหละ ไม่ใช่เราเสวย ไม่ใช่เราทุกข์ ไปทุกข์ให้มัน ไปทุกข์แทนมันทำไมเล่า
- สำหรับจิตที่ฟุ้งนั้น มันก็ฟุ้งกันเอง เดือดร้อนกันเอง ไม่ใช่เราฟุ้ง ไม่ใช่เราเดือดร้อน ไปฟุ้งแทนมัน ไปฟุ้งให้มันทำไม
- อย่ามีตัวกูของกูขึ้นมารับทุกข์แทนมันซิ
- การเจริญกิจของอริยมรรคนั้น เรามีหน้าที่ทำลูกเดียว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร เราไม่เกี่ยว
- อย่าไปยึดผลแห่งการปฏิบัติธรรมมาเป็นตัวเราของเรา ผลแห่งการปฏิบัติจะเป็นไปในรูปใดก็ทิ้งมันเสียอีก

ความคิดเห็นล่าสุด
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน