ปฏิจจสมุปบาท

ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น

สายเกิดคือ
  • อวิชชา ความไม่รู้ เป็นปัจจัยแก่ สังขาร คือการปรุงแต่งของจิต
  • สังขาร เป็นปัจจัยแก่ วิญญาณ คือการรับรู้รับทราบอารมณ์
  • วิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ นามรูป คือ การรวมตัวเข้ากันเป็นขันธ์ทั้ง ๕ นั่นคือ รูปขันธ์ ๑ นามขันธ์ ๔ ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์
  • นามรูป เป็นปัจจัยแก่ สฬายตนะ คือ อายตนะทั้ง ๑๒ เป็นที่รับรู้อารมณ์ได้ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์
  • สฬายตนะ เป็นปัจจัยแก่ ผัสสะ คือ การกระทบของอารมณ์ คือ ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรส กายถูกต้องโผฏฐัพพะ ใจรับรู้ธัมมารมณ์
  • ผัสสะ เป็นปัจจัยแก่ เวทนา คือ การเสวยอารมณ์ตามทวารทั้ง ๖ ข้างต้น คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ อุเบกขา(วางเฉย) ตามทวารทั้ง ๖ ข้างต้น เมื่อได้กระทบอารมณ์
  • เวทนา เป็นปัจจัยให้เกิด ตัณหา คือ ความสุข ทุกข์ อุเบกขา ทำให้เกิดความอยากให้มา อยากให้อยู่ อยากให้ไป
  • ตัณหา เป็นปัจจัยให้เกิด อุปาทาน คือ ความยึดมั่น
  • อุปาทาน เป็นปัจจัยให้เกิด ภพ คือ ภาวะความเป็นอยู่ของสัตว์ที่ต้องมาเสวยกรรมที่ตนสร้างมา
  • ภพ เป็นปัจจัยให้เกิด ชาติ คือ ความเกิด
  • ชาติ เป็นปัจจัยให้เกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย และทุกข์อื่นๆอีกทั้งหลาย
  • ปฏิจจสมุปบาทสายดับคือ
    เมื่อดับอวิชชาได้ ->
    สังขารก็ดับ ->
    วิญญาณดับ ->
    นามรูปดับ ->
    สฬายตนะดับ ->
    ผัสสะดับ ->
    เวทนาดับ ->
    ตัณหาดับ ->
    อุปาทานดับ ->
    ภพดับ ->
    ชาติดับ ->
    ทุกข์ทั้งหลายดับ