ธรรมภาษิต ตอน "นิราศนคร"

  • ความอดทนเป็นเครื่องมือชิ้นเอกในการต่อสู้อุปสรรค ฉะนั้น จะอยู่ที่ไหนก็ต้องอดทนทั้งนั้น
  • เมื่อปัญญาบารมีเกิดก็จงอย่าประมาท อย่านิ่งนอนใจ อย่าทำเป็นนอนตีพุงสบาย ให้รีบเอาบารมีอีก ๖ คือ วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา มาเสริมทัพหน้า คือปัญญาบารมี ในทันที
  • ความประมาท เชือนแช มัวแต่นอนตีพุงเป็นเหตุ ความเจ็บปวดเดือดร้อนทุกข์วิโยคเศร้าโศกใจเป็นผล
  • จงอย่าเพลินใจ นอนตีพุงอยู่แค่ปัญญา
  • ไป ไป ไป เค้าไล่แล้ว อยู่ทำไมอีกเล่า
    ก็ขันธ์ ๕ มันทุกข์เดือดร้อน บีบคั้นอยู่เนืองนิจอย่างนี้ ถ้าไม่เรียกว่า “ไล่” แล้วจะเรียกว่าอะไร
  • ความประมาท ก่อตัวมาจากความไม่เห็นทุกข์
  • แล้วแต่จะได้ แล้วแต่จะดี แล้วแต่จะเป็น แล้วแต่จะมี อย่าไปยึดมั่น ถอนอุปาทานเสียที
  • บำรุงขันธ์ ๕ เหมือนบำรุงลูกศัตรู โตขึ้นมันจะฆ่าล้างแค้นเรา
  • ขันธ์ ๕ นี้ จะเลิกทุกข์กับมัน ก็ต้องละมันให้เด็ดขาด
  • มันจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ต้องเลิกห่วงกังวลกับมัน
  • จะละมันด้วยการสมาทาน อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา
  • ขันธ์ ๕ นี้ ถ้าแบกเอาไว้แล้วมันเป็นของเรา ก็น่าจะแบกหน่อย แต่นี่ยังไง ยังไง มันก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี จะไปแบกทำไม ทิ้งไปเสียเลย
  • เห็นมัน ดูมัน กำหนดหยั่งรู้มัน แต่ไม่ยึดมัน
  • คิดแล้วทำได้อย่างที่คิดหรือเปล่า ถ้าทำไม่ได้ก็ป่วยการคิด
  • ยึดเอาไว้ ก็ได้แต่ทุกข์ฟรีนะ
  • อยากรู้เรื่องอวิชชา ให้ดู รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะให้ดี
  • ทำสติให้หยั่งดิ่งลงรากมั่นอยู่ในอารมณ์ปัจจุบัน นั้นคืองานสำคัญอันยิ่งใหญ่ของเรา
  • ความเป็นไปของรูปธรรม นามธรรม สังขารธรรมทั้งหลาย เป็นส่วนหนึ่ง ความปรุงแต่งแห่งอารมณ์ของจิต เป็นอีกส่วนหนึ่ง ปล่อยให้รูปธรรม นามธรรม สังขารธรรมทั้งหลาย เป็นไปตามสัจจธรรมความจริง เป็นไปตามกฎธรรมดาของโลกไป แล้วมาแก้ไขที่ความปรุงแต่งแห่งอารมณ์ของจิต ไม่ให้เป็นพิษเป็นภัยแก่จิตเอง
  • เวลาจะกลัวสิ่งที่น่ากลัว ก็ไม่รู้กลัวเพื่อใคร ในเมื่อตัวเราไม่มี
  • มันก็มีอย่างเดิมนั่นแหละ ทั้งรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แต่ถ้ารู้แจ้งมันเสียแล้ว ทุกข์ก็ไม่มี มีแต่ขันธ์ ๕ เฉยๆ ที่ไม่สามารถก่อทุกข์ก่อโทษได้