พุดตานกถา ๑๙ - ๒๗
๑๙
ธรรมะที่แท้จริงเป็นของไร้ภาษา
เพราะว่าภาษาทั้งหลายทั้งปวง ล้วนแล้วแต่เป็นมายา
การเทศนาธรรมคือการอาศัยใช้มายาเพื่อชักจูงให้คนเข้าถึงสัจธรรม
การแจ่มแจ้งในสัจจะ ต้องเกิดพุทธิภาวะขึ้นในใจของผู้ฟังเอง
ฉะนั้น การจะรู้แจ้งสัจธรรม ผู้ฟังต้องเอาใจมาฟัง มิใช่หู
ผู้ฟังต้องรู้เอง แจ้งเอง เห็นเอง ละเอง ที่ใจของตน
ภาษาเป็นแค่เพียงสื่อให้ผู้ฟังปลงปัญญาที่ใจตนเอง
ฉะนั้น การสร้างบารมีทั้งปวงจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
นั่นคือ บารมีเป็นสิ่งเกื้อหนุนเตรียมใจรอการบรรลุธรรม
จิตใจที่ไร้บารมี เมื่อฟังธรรม ย่อมไม่บังเกิดผล
ฉะนั้น จงขวนขวายสร้างบารมีทุกอย่างทุกเมื่อ อย่าทอดธุระ
เพื่อเป็นการเตรียมใจเพื่อควรแก่การรู้แจ้งสัจธรรม
ผู้มีบารมีจึงบรรลุธรรม ไร้บารมีไม่บรรลุ
๒๐
เมื่อคิดทำดี
อย่าเพียงทำดีกับคนที่ตัวเองชอบ
จงทำดีกับคนที่ตัวเองเจอ
คนที่เราชอบและคนที่เราชัง ย่อมมีอยู่ในโลก
แต่พึงปฏิบัติต่อคนทั้งสองประเภทให้เสมอกัน
อย่ากลายเป็นคนลำเอียงเพราะคนที่เราชอบ
อย่ากลายเป็นคนใจดำเพราะคนที่เราชัง
พระพุทธองค์ตรัสสอนให้ทำจิตหนักแน่นอย่างแผ่นดิน
ย่อมรองรับของเหม็น ของหอม คนชั่ว คนดี อย่างเสมอกัน
ผู้ปฏิบัติธรรมชั้นต้น ย่อมรักคนดี เกลียดคนชั่ว
ผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูง ไม่รักคนดี ไม่เกลียดคนชั่ว
ย่อมวางจิตในคนทั้งปวงด้วยเมตตาเสมอกัน
มหาบุรุษทั้งหลาย ย่อมมีจิตใจหนักแน่นมั่นคงกว้างขวางยิ่งใหญ่ ประดุจดังแผ่นดิน
๒๑
มิใช่มีค่าที่เวลา
แต่มีค่าตรงที่นำเวลามาทำการงานที่มีประโยชน์
มิใช่มีค่าที่สมบัติ
แต่มีค่าที่นำสมบัติมาสร้างประโยชน์เกื้อกูลแก่มวลชน
ขึ้นที่สูงอย่างมั่นคงต้องเอามวลชนเป็นฐาน
ก่อนจะได้อะไรให้ได้หัวใจของมวลชนก่อน
หลังจากนั้นการได้ทุกสิ่งทุกอย่างจะถาวรมั่นคง
ผู้เป็นใหญ่ควรเป็นใหญ่โดยธรรม
เมตตาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจประชุมชนทุกหมู่เหล่า
จงใหญ่ขึ้นมาด้วยเมตตาใหญ่ โอบอ้อมอารีใหญ่
ความชั่วช้าเลวทรามเป็นของชั่วคราว
ความดีเป็นของคงทนถาวร
๒๒
คนเราไม่ได้มีค่าตรงเกิดที่ไหน
แต่มีค่าตรงที่เกิดมาทำอะไรก่อนตาย
ทำเพื่อผู้อื่นจะมีค่า
ทำเพื่อตนเองจะด้อยค่า
ซื่อสัตย์สุจริตจะมีค่า
ทรยศคดโกงจะไร้ค่า
ชีวิตคือการทดสอบ
โลกนี้คือห้องสอบ
จากเกิดจนตายคือเวลาที่ให้
ขึ้นสู่ที่สูงได้ด้วยการก้าวขึ้น
ลงสู่ที่ต่ำได้ด้วยการก้าวลง
อยากรู้ว่าอดีตทำอะไรไว้ ก็จงดูว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร
อยากรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็จงดูว่าปัจจุบันทำอะไรไว้
เข็มทิศที่ใช้นำทางชีวิตอยู่ในมือคุณนั่นเอง
๒๓
รู้แล้วผยองคือรู้จำ
รู้แล้วเรียบง่ายคือรู้แจ้ง
รู้ชั้นต่ำคือรู้เพื่อต้องการโดดเด่น
รู้ชั้นสูงคือรู้เพื่อต้องการกลมกลืน
คนโง่อยากดูเป็นจุดเด่น
คนฉลาดอยากดูเป็นธรรมดา
คนโง่ต้องการเป็นเป้า
คนฉลาดต้องการเป็นพื้นเพ
รู้แล้วยิ่งใหญ่คือยิ่งรู้ยิ่งโง่
รู้แล้วถ่อมตนคือยิ่งรู้ยิ่งแจ้ง
คนโง่และคนฉลาด เมื่อผ่านการเรียนรู้เรื่องเดียวกัน แต่จะแสดงอาการปรากฏต่างกัน
๒๔
คนดีแสดงตัวเพื่อประโยชน์แก่มวลชน
คนชั่วแสดงตัวเพื่อประโยชน์แก่ตนเอง
คนชั่วคิดว่าการสร้างบุญกุศลคือการสูญเสีย
คนดีคิดว่าการเสียสละคือการได้รับ
ในรถยนต์คันหนึ่งถูกควบคุมด้วยคนขับ
โลกทั้งโลกมีหัวใจคนเป็นผู้ขับเคลื่อน
ก่อนที่เราจะได้อะไรจากใคร ให้ได้หัวใจเขามาก่อน
หลังจากนั้นเขาจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเต็มใจ
คนดีมองเห็นทั้งองค์ประกอบทางวัตถุและจิตใจ
คนชั่วมองเห็นแต่วัตถุอย่างเดียว
คนดีคือผู้ชาญฉลาด
คนชั่วคือผู้โง่เขลาเบาปัญญา
๒๕
อย่าเป็นครู เพราะอยากควบคุมศิษย์
อย่าเป็นผู้นำ เพราะอยากควบคุมบริวาร
การให้ด้วยใจบริสุทธิ์ นำมาซึ่งสรรพสิ่ง
การเกื้อกูลเป็นจุดกำเนิดของโลก
เป็นผู้รับเป็นง่าย และมีอยู่ทุกแห่งหน
เป็นผู้ให้เป็นยาก แต่เป็นที่ต้องการในทุกแห่งหน
โลกสมดุลได้เพราะมีทั้งผู้รับและผู้ให้
ถ้ามีเพียงผู้รับ แต่ขาดผู้ให้ จะเกิดกลียุค
จงฝึกฝนนิสัยการให้จนเคยชินเสียแต่วันนี้
แล้วคุณจะเป็นที่ต้องการที่ปรารถนาในทุกแห่งหน
๒๖
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
มิใช่เป็นไปตามความกังวลของเรา
ผู้ฉลาดสร้างเหตุให้ดี
คนโง่คอยกังวลแต่ผล
ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
อดีตและอนาคตจะดีไปเอง
ประสิทธิภาพของคนเรา เต็มร้อยอยู่ที่ปัจจุบัน
ประสิทธิภาพเป็นศูนย์อยู่ที่อดีตอนาคต
วางแผนไว้มากมาย ไม่สู้ปฏิบัติการ
จำอดีตไว้มากมาย ลืมเสียบ้างกลับมีคุณ
๒๗
อาจารย์ที่ดีสั่งสอนศิษย์เพื่อโลก
ไม่สอนเพื่อประโยชน์แก่อาจารย์เอง
การสอนให้คนดี ทำให้โลกมีคนดี
โลกนี้จะดำรงอยู่ได้ด้วยความดี ไม่ใช่ความชั่วร้าย
คุณธรรมเป็นของที่ไม่เห็นด้วยตาเปล่า
แต่เป็นของจำเป็นยิ่งในโลก
พระพุทธศาสนาให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่มวลชนมาทุกยุค
ธรรมะเป็นประดุจสุริยันจันทรา
ยิ่งปกปิดก็ยิ่งเศร้าหมอง ยิ่งเปิดเผยก็ยิ่งสว่างกระจ่างแจ้ง
การเกื้อหนุนให้พระพุทธศาสนามั่นคง
ก็คือการแผ่ความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่มวลชนนั่นเอง

ความคิดเห็นล่าสุด
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน