ทาน ศีล ภาวนา
ต่อไปจะได้แนะนำเรื่องทาน ศีล ภาวนา ให้ท่านทั้งหลายนำไปปฏิบัติพอเป็นแนวทาง
-
๑. ทาน คือ การที่เราจะรู้จักลดความต้องการหรือลดตัณหา โดยวิธีที่จะรู้จักสละออกไปบ้าง แทนที่จะกอบโกยเข้าตัวฝ่ายเดียว การทำทานควรจะต้องทำให้เป็นกิจวัตร ถ้าหากสามารถใส่บาตรพระทุกวันได้จะดีมาก หรือถ้าหากไม่สามารถใส่บาตรทุกวันได้ก็ให้เจียดเงินเดือนทุกเดือน เดือนละเท่าไรก็ได้ ตั้งใจเอาไว้ว่าเงินจำนวนนี้เราจะไม่ใช้ เราจะนำเอาไปใช้ในการกุศล เมื่อเก็บได้จำนวนพอสมควรแล้วก็ให้เอาไปใช้ในกิจกรรมการกุศลใดก็ได้ที่เรา พอใจ
๒. ศีล คือการที่เราจะรู้จักจำกัดขอบเขตของการตอบสนองความต้องการของตน โดยที่จะไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น และไม่เบียดเบียนสติสัมปชัญญะของตัวเอง ทุกคนควรพยายามรักษาศีล ๕ ให้ได้ หรือถ้ายิ่งสามารถรักษาศีล ๘ ได้จะยิ่งดี
ศีลทั้ง ๕ ข้อ คือความปกติของมนุษย์มีดังนี้
-
๒.๑ ไม่ฆ่าสัตว์
๒.๒ ไม่ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก ทรัพย์สินผู้อื่น
๒.๓ ไม่ล่วงละเมิดสตรี ไม่ว่าจะเป็นภรรยา ลูกสาว หรือคนในปกครอง โดยที่ผู้ปกครองไม่อนุญาต หรือหวงห้ามเอาไว้ ตลอดจนของรักของผู้อื่น เราไม่ควรจาบจ้วงล่วงเกิน
๒.๔ ไม่โกหก หลอก ลวง ผู้อื่น
๒.๕ ไม่ดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของมึนเมา คือมัชชะ มี กระท่อม กัญชา ฝิ่น เฮโรอีน ทินเนอร์ ฯลฯ
๓. ภาวนา คือการฝึกจิตให้มีคุณภาพดีขึ้นจนสามารถดับความต้องการ หรือตัณหา ลงได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถดับได้เด็ดขาด ภาวนานั้นจะแยกได้เป็น ๒ ส่วน คือ
-
๓.๑ การเจริญสมาธิ ให้จิตสงบ หรือเรียกอีกอย่างว่า การเจริญสติ หรือการเจริญสมถกรรมฐาน วิธีที่ปฏิบัติมีหลายอย่าง แต่สรุปแล้วคือต้องการให้จิตสงบเพื่อจะได้เป็นปัจจัยแก่ปัญญา เพราะถ้าหากจิตไม่เป็นสมาธิ ปัญญาจะไม่สามารถดำเนินหน้าที่ของปัญญาได้ วิธีการที่เป็นที่นิยมเรียกว่า อานาปานสติ แปลว่าการกำหนดลมหายใจเข้าออก ท่านผู้ต้องการรายละเอียดมากๆ ให้ไปศึกษาจากที่อื่นอีก ในที่นี้จะขอแนะนำการปฏิบัติพอเป็นสังเขป เพื่อให้ท่านนำไปปฏิบัติได้ในวันนี้เลย วันที่อ่านบทความนี้เลย
วิธีปฏิบัติในอานาปานสติให้นั่งในที่ที่สมควร จะนั่งขัดสมาธิ หรือใหม่ๆ จะนั่งที่โซฟาห้อยขาก็ได้ แล้วหลับตา แต่ถ้าหลับตาแล้วง่วงให้ลืมตา จากนั้นตั้งสติไว้ที่ปลายจมูก ให้ทำความรู้ตัวรู้สึกขณะหายใจเข้าและหายใจออก พยายามอย่าไปคิดเรื่องอื่น ให้คิดแต่ลมหายใจอย่างเดียว ใหม่ๆ ให้นั่งสัก ๕ นาที ต่อไปให้เพิ่มเวลาจนนั่งได้วันละ ๓๐ นาทีทุกวัน ยิ่งถ้านั่งได้วันละชั่วโมงจะเป็นประโยชน์มาก
๓.๒ การเจริญปัญญา หรือเรียกว่าวิปัสสนากรรมฐาน หรือการพินิจพิจารณาให้เห็นความจริงของชีวิตว่า กายและใจนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเรา เพราะมิใช่ตัวเราของเรา จะขอแนะนำวิธีที่ง่ายที่สุด จะได้นำไปปฏิบัติทุกวันคือ ขอให้ท่องก่อนนอนทุกวัน พร้อมทั้งตั้งจิต ตั้งสติ ตั้งปัญญา พินิจพิจารณาให้เห็นแจ้งว่า
-
๑) เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
๒) เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้
๓) เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
๔) เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจทั้งสิ้น
๕) เรามีกรรมเป็นของๆ ตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
วิธีนี้เป็นการเจริญปัญญาในเบื้องต้น สำหรับท่านที่มีศรัทธาที่จะปฏิบัติให้ละเอียดยิ่งขึ้น ขอให้ไปแสวงหาความรู้ต่อไป
สำหรับพุทธศาสนิกชนแล้ว ควรจะแสวงหาทาน ศีล ภาวนา เข้ามาใส่ตัว อย่าให้ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะแต่ละอย่างมีคุณค่าในการดับความทุกข์ให้แก่ตัวเองทั้งนั้น

ความคิดเห็นล่าสุด
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 14 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 19 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 50 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 27 สัปดาห์ ก่อน