ตอบความคิดเห็น
เขียนโดย dy เมื่อ พ, 2006-10-11 23:43
- สังขารมนุษย์นี่มันเป็นมหาทุกข์อย่างเหลือร้ายจริงๆ
- เมตตาเป็นกรรมฐานที่ใช้ปราบมานะได้อย่างดีมากเลย
- คนโง่เขลาเบาปัญญาก็พากันหลงเพ้อหาสังขารที่แสนทุกข์เข็ญนี้อยู่ร่ำไป
- ถ้ายังกอดรัดเทิดทูนบูชาสังขารที่เป็นก้อนทุกข์นี้อยู่ แล้ว จะพ้นทุกข์ได้เมื่อใดเล่า
- ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากทุกข์เถิด ถึงแม้จะต้องสูญเสียทอดทิ้งสมบัติที่มีค่าทุกชิ้นที่มีอยู่ในชีวิตไปก็ตามที
- ถ้าเห็นความทุกข์แล้วจิตมันสละโลกามิสได้ดี ถ้าไม่เห็นมันไม่ยอมสละง่ายๆ
- สังขารนี้คบไม่ได้ เราต้องรีบทิ้งมันก่อนที่ความแก่ ความเจ็บ ความตาย จะย่างกรายเข้ามา
- เราคิดดีแล้วหรือที่เป็นห่วงกังวลในสวัสดิภาพของสังขารที่ให้ร้าย นำทุกข์มาให้อย่างยิ่งใหญ่ถึงปานนี้
- หวังจะกระเดือกไส้เดือน เลยไปเจอเบ็ดเข้าเต็มเปา หวังจะเสวยสุขเวทนาโดยผ่านขันธ์ ๕ ก็ไปเจอทุกข์เข้าเต็มเปา
- ไม่เอาแล้ว ฉันไม่อยู่กับเธอแล้ว ฉันจะไปแล้ว เพราะเธอไม่ได้ให้อะไรดีกับฉันเลย ยึดตรงไหนก็ผิดหวังตรงนั้น
- จะไปหานิพพานที่ไหน ไปหาในดง ในถ้ำ ในป่า ในเขา ก็ไม่เจอนิพพาน ต้องมาหาที่กายและจิตนี่แหละจึงจะเจอ
- ตัดขันธ์ ๕ ให้เหมือนกับที่ตัดคนรักซิ ถอนอาลัยเสียให้สิ้น เดี๋ยวก็ขาดไปเอง
- ลาก่อน ความเป็นหญิงเป็นชาย
- อย่าถือตัว อวดดี ตายใจในความสมบูรณ์พูนสุขไปเลย เราเปรียบเหมือนโคที่เขาบำรุงบำเรอ ก่อนที่จะพาเดินไปสู่ที่ฆ่าเท่านั้นเอง ไม่ได้มีคุณค่าสูงส่งอย่างที่ตัวเองพร่ำเพ้อไปเลยสักนิดเดียว
- สิ่งที่จำเป็นที่เราจะต้องทำต่อจากการเจริญสติปัญญา คือการสละละวางนั่นเอง
- สังขารนี่ถึงเราจะไปกังวลมัน ก็บังคับมันไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ
- เราจะต้องตั้งจิตวางเฉยให้ได้ แม้ในสภาพกายทุกข์แสนเข็ญ
- ฉุดมันไม่อยู่แล้ว มันจะเดินเข้าหาความตายท่าเดียว
- ไม่เป็นไร ถ้าหากเราช่วยใครแล้วเขาไม่ตอบแทนเรา เพราะหน้าที่เราคือผู้ให้ ไม่ใช่ผู้รับ
- เมื่อปฏิบัติธรรมไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นโทษของการที่เอาจิตไปเกาะกับกามคุณ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และก็ยิ่งเห็นคุณค่าของการเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ มากขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดเห็นล่าสุด
2 ปี 29 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 29 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 33 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 34 สัปดาห์ ก่อน
2 ปี 34 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 13 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 13 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 42 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 42 สัปดาห์ ก่อน