อุปปาตะสันติ

บทสวดสงบเหตุร้าย

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

ขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

คันถารัมภะ

(คำเริ่มต้นคัมภีร์)

(ก)สุทุททะโส อะยัง ธัมโมโลกัตถัง ชินะเทสิโต
มะหาสันติกะโร โลเกสัพพะสัมปัตติทายะโก.

ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก เป็นธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง สำหรับธรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นธรรมที่สามารถกระทำความสงบอันประเสริฐ และสามารถประทานซึ่งสมบัติทั้งปวง

(ข)สัพพุปปาตูปะสะมะโณภูตะยักขะนิวาระโณ
อะกาละมัจจุสะมะโณโสกะโรคะวินาสะโน.

เป็นเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง เป็นเครื่องป้องกันอมนุษย์และยักษ์ เป็นเครื่องระงับความตายก่อนกำหนดเวลา เป็นเครื่องขจัดความเศร้าโศกและโรค

(ค)ปะระจักกะปะมัททะโนรัญโญ วิชะยะวัฑฒะโน
สัพพานิฏฐะหะโร สันโตธัมมัง วักขามิ ภูตะโต.

เป็นเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก เป็นเครื่องจำเริญชัยชนะแด่พระราชา เป็นเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป เป็นธรรมอันประเสริฐ ข้าพเจ้า (พระสีละวังสะมหาเถระ) จักแสดงคุณธรรมเช่นนั้น ตามสภาพที่เป็นจริง

(ฆ)วัตถุตตะยัสสะ โย ยัตถะสังวัณเณติ คุณุตตะเม
ตัสสะ ตัตถะ สุขาโรคฺยะ-โสตถิโย โหนติ สัพพะทา.

ณ ที่ใด มีผู้กล่าววาจาสรรเสริญพระคุณอันประเสริฐของพระรัตนตรัย ด้วยจิตที่เลื่อมใส ณ ที่นั้น ความสุข ความสบาย และความสวัสดี ย่อมมีแก่ผู้นั้นตลอดกาลทุกเมื่อ

(ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์)

(พระพุทธเจ้าในอดีต ๒๘ พระองค์)

(ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์)

๑.ตัณหังกะโร มะหาวีโรสัพพะโลกานุกัมปะโก
วันตะสังสาระคะมะโนสัพพะกามะทะโท สะทา.

พระตัณหังกร สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แกล้วกล้ามาก ผู้อนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวง ผู้คลายตัณหาอันเป็นเหตุท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏได้แล้ว ผู้ประทานสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวงให้ ในกาลทุกเมื่อ

๒.สัพพาภิภู สัพพะวิทูสัพพะเทวะคะรุตตะโม
สัพพาสะวะปะริกขีโณสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ผู้ทรงครอบงำธรรมทั้งปวง ทรงรู้แจ้งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นครูผู้ยอดเยี่ยมของมนุษย์และเทวดาทั้งปวง ทรงสิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๓.วะระลักขะณะสัมปันโนเมธังกะโร มะหามุนิ
ชุตินธะโร มะหาสิรีสุวัณณะคิริสันนิโภ.

พระจอมมุนีพระนามว่า เมธังกร ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยพระลักษณะอันเลิศ ผู้ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี ผู้ทรงมีพระสิริยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองดุจสุวรรณคีรี

๔.ทิพพะรูโป มะหากาโยมะหานาโถ มะหัพพะโล
มะหาการุณิโก สัตถามะหาสันติง กะโรตุ โน.

ผู้ทรงมีพระรูปเพียงดังท้าวมหาพรหม มีพระวรกายอันประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐมีพระกำลังมาก ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงเป็นพระศาสดา โปรดประทานความสงบอันยิ่งใหญ่ แก่พวกข้าพระองค์เถิด

๕.มะหาโมหะตะมัง หันตฺวาโย นาโถ สะระณังกะโร
เทวาเทวะมะนุสสานังโลกานัญจะ หิตังกะโร.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สรณังกร ทรงเป็นที่พึ่ง ทรงกำจัดความมืดมนคืออวิชชาได้แล้ว ทรงกระทำประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก กล่าวคือเหล่าทวยเทพ อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย

๖.พฺยามัปปะภาภิรุจิโตนิโคฺรธะปะริมัณฑะโล
นิโคฺรธะปักกะพิมโพฏโฐสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า สรณังกร พระองค์นั้น ผู้ทรงรุ่งเรืองด้วยพระรัศมีแผ่ออกไปหนึ่งวาโดยรอบ ผู้ทรงมีพระวรกายเป็นปริมณฑลดุจต้นนิโครธ (ความสูงของกายเท่ากับความยาวของวา) ผู้ทรงมีพระโอฏฐ์แดงเรื่อดุจผลตำลึงสุก ที่ต้นนิโครธ (นิสสยะฉบับพม่า แปลว่า ดุจผลนิโครธสุก) โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๗.อะสีติระตะนุพเพโธทีปังกะโร มะหามุนิ
ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะฐาเน ทฺวาทะสะ โยชะเน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ทีปังกร มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นพระมหามุนี พระรัศมีของพระองค์แผ่ออกไปในที่สิบสองโยชน์

๘.วัสสัสสะตะสะหัสสานิฐัตฺวา โลเก วินายะโก
โลกาโลกะกะโร สัตถาสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ในโลกหนึ่งแสนปี ทรงนำเวไนยสัตว์สู่พระนิพพาน ทรงเป็นพระศาสดาผู้ประทานแสงสว่างแก่โลก โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

๙.อัฏฐาสีติหัตถุพเพโธโกณฑัญโญ นามะ นายะโก
สัพพะธัมเมหิ อะสะโมสัพพะปาระมิตาคะโม.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกณฑัญญะ มีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงเป็นผู้ไม่มีบุคคลเสมอด้วยธรรมทั้งปวง ทรงถึงความเป็นผู้มีบารมีทั้งปวง

๑๐.วัสสัสสะตะสะหัสสานิอายุ ตัสสะ มะเหสิโน
โมเจตุ โส สัพพะภะยาสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ทรงเป็นพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ มีพระชนมายุหนึ่งแสนปี ขอพระองค์โปรดเปลื้องพวกข้าพระองค์ ให้พ้นจากภัยทั้งปวง โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์)

(ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์)

๑๑.อัฏฐาสีติระตะนานิอัจจุคคะโต ชุตินธะโร
มังคะโล นามะ สัมพุทโธนะวุติสะหัสสายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า มังคละ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี

๑๒.ฉัพพัณณะรังสิโย ทะสะ-สะหัสสะโลกะธาตุโย
ผะรันตา ตัสสะ ฉาเทนติเอสะ โสตถิง กะโรตุ โน.

พระฉัพพรรณรังสีของพระองค์ แผ่ปกคลุมโลกธาตุหนึ่งหมื่น ขอพระองค์โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด

๑๓.นะวุติระตะนุพเพโธสุมะโน นามะ นายะโก
กัญจะนาจะละสังกาโสนะวุติสะหัสสายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุมนะ ทรงมีพระวรกายสูงเก้าสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงเป็นผู้เปรียบประดุจสุวรรณคีรี ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี

๑๔.อุเปโต พุทธะคุเณหิสัพพะสัตตะหิเตสะโก
กะโรตุ โน มะหาสันติงอาโรคฺยัญจะ สุขัง สะทา.

ทรงประกอบด้วยพระพุทธคุณทั้งหลาย ทรงแสวงหาความเกื้อกูลแก่เหล่าสัตว์โลกทั้งปวง โปรดประทานความสงบร่มเย็น ความไม่มีโรค และความสุข แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕.อะสีติระตะนุพเพโธ สัฏฐีสะหัสสะอายุโก
เรวะโต นามะ สัมพุทโธสัพพะโลกุตตะโร มุนิ.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เรวตะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี ทรงประเสริฐกว่าสัตว์โลกทั้งปวง ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง

๑๖.ตัสสะ สะรีเร นิพพัตตาปะภามาลา อะนุตตะรา
ผะรันตา โยชะเน นิจจัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แสงแห่งพระรัศมีอันไม่มีที่เปรียบ อันเกิดแต่พระวรกายของพระองค์ แผ่ไปตลอดแนวหนึ่งโยชน์เป็นนิจ โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗.โสภิโต นามะ สัมพุทโธนะวุติสะหัสสายุโก
สังสาระสาคะเร สัตเตพะหู โมเจติ ทุกขะโต.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โสภิตะ ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี ทรงเปลื้องสัตว์โลกเป็นจำนวนมาก จากทุกข์ในห้วงมหาสมุทร คือ สังสารวัฏ

๑๘.อัฏฐะปัญญาสะระตะนังอัจจุคคะโต มะหามุนิ
โอภาเสติ ทิสา สัพพาสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระองค์ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงเป็นพระมหามุนีผู้ประเสริฐ ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.

(ในวรกัป ๓ พระองค์)

(ในวรกัป ๓ พระองค์)

๑๙.อะโนมะทัสสี สัมพุทโธเตชัสสี ทุระติกกะโม
อัฏฐะปัณณาสะระตะโน โอภาเสนโต สะเทวะเก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี ผู้อันศัตรูไม่สามารถกล้ำกรายได้ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงกระทำมนุษย์โลกพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสวอยู่

๒๐.นิพพานะปาปะโก โลเกวัสสัสสะตะสะหัสสายุ
กะโรตุ โน มะหาสันติงสุขิตา จะ มะยัง สะทา.

พระองค์ทรงยังสัตว์โลกให้ถึงพระนิพพาน ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี โปรดประทานความสงบร่มเย็น แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด อนึ่งขอให้พวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้มีความสุข ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๒๑.ปะทุโม นามะ สัมพุทโธโลกะเชฏโฐ นะราสะโภ
อัฏฐะปัญญาสะระตะโน อาทิจโจวะ วิโรจะติ.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมะ ทรงเป็นผู้ประเสริฐกว่าเหล่าสัตว์โลกทั้งปวง ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงรุ่งโรจน์ประดุจพระอาทิตย์

๒๒.วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน
โสปิ พุทโธ การุณิโกสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระมหากรุณา ขอทรงโปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๓.อัฏฐาสีติระตะนุพเพโธ นาระโท สัพพะกามะโท
นิรันตะรัง ทิวารัตติง โยชะนัง ผะระเต ปะภา.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า นารทะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงประทานสิ่งที่น่าชอบใจทั้งปวง พระรัศมีของพระองค์แผ่ไปสู่ที่หนึ่งโยชน์ ตลอดวันและคืนเป็นนิจ

๒๔.นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก วินายะโก
โมเจติ ทุกขะโต สัตเต โสปิ โสตถิง กะโรตุ โน.

พระองค์ทรงแนะนำสั่งสอนสัตว์โลก ให้หลุดพ้นจากวัฏฏทุกข์ ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

๒๕.อัฏฐะปัณณาสะระตะโนปะทุมุตตะโร มะหามุนิ
ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ ทฺวาทะสะ โยชะเน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก พระรัศมีอันมีอยู่โดยธรรมชาติของพระองค์ แผ่ไปถึงสิบสองโยชน์

๒๖.วัสสัสสะตะสะหัสสานิฐัตฺวา โลเกมะตันทะโท
โมเจติ พันธะนา สัตเต โสปิ ปาเลตุ โน สะทา.

พระองค์ทรงประทานอมฤตธรรม คือ พระนิพพาน ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี ทรงเปลื้องหมู่สัตว์โลก ให้พ้นจากกิเลสเครื่องผูกมัด ขอพระองค์โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(ในมัณฑกัป ๒ พระองค์)

(ในมัณฑกัป ๒ พระองค์)

๒๗.อัฏฐาสีติระตะนานิ อัจจุคคะโต มะหามุนิ
สุเมโธ นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงเป็นพระมหามุนีผู้ประเสริฐ ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี

๒๘.ตัสสะ ปากะติกา รังสีผะรันติ โยชะนัง สะทา
ปาเลตุ โน สะทา พุทโธภะเยหิ วิวิเธหิ จะ.

พระรัศมีอันมีอยู่โดยปกติของพระองค์ แผ่ไปตลอดหนึ่งโยชน์ในกาลทุกเมื่อ ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ นั้น โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ ให้พ้นจากภัยต่าง ๆ

๒๙.ปัญญาสะระตะนุพเพโธ สุชาโต นามะ นายะโก
เหมะวัณโณ มะหาวีโร มะหาตะมะวิโนทะโน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงมีพระฉวีประดุจทอง ทรงเป็นผู้แกล้วกล้ายิ่ง ทรงบรรเทาความมืด คือ โมหะ

๓๐.นะวุติวัสสะสะหัสสานิอายุ ตัสสะ มะเหสิโน
โสปิ พุทโธ การุณิโกสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี ทรงมีพระมหากรุณา โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(ในวรกัป ๓ พระองค์)

(ในวรกัป ๓ พระองค์)

๓๑.อะสีติระตะนุพเพโธ ปิยะทัสสี มะหามุนิ
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลกัคคะนายะโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกสู่พระนิพพาน ทรงดำรงพระชนม์อยู่ตลอดเก้าหมื่นปี

๓๒.โสปิ สัพพะคุณูเปโตสัพพะโลกะสุขัปปะโท
สัพพะโทสัง วินาเสนโตสัพพัง โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยทัสสี แม้นั้น ผู้ทรงประกอบด้วยคุณทั้งปวง ทรงให้ความสุขแก่โลกทั้งปวง ทรงกำจัดโทษทั้งปวง โปรดประทานความสวัสดีทั้งปวง แก่พวกข้าพระองค์เถิด

๓๓.อะสีติระตะนุพเพโธอัตถะทัสสี นะราสะโภ
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ โลเก อัฏฐาสิ นายะโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อัตถทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นนระผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำ ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี

๓๔.ตัสสะ ปากะติกา รังสีผะรันติ โยชะนัง สะทา
นิรันตะรัง ทิวารัตติงนาโถ โสตถิง กะโรตุ โน.

พระรัศมีอันมีอยู่โดยปกติของพระองค์ แผ่ไปได้หนึ่งโยชน์ตลอดกลางวันและกลางคืน ในกาลทุกเมื่อเป็นนิจ พระองค์ผู้เป็นที่พึ่ง โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด

๓๕.ธัมมะทัสสี จะ สัมพุทโธอะสีติหัตถะมุคคะโต
อะติโรจะติ เตเชนะสะเทวาสุระมานุเส.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ธัมมทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงรุ่งโรจน์ด้วยพระเดชานุภาพยิ่งกว่าโลก ซึ่งประกอบด้วยเหล่าทวยเทพ อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย

๓๖.วัสสัสสะตะสะหัสสานิฐัตฺวา โลเก มะหายะโส
สัพพะสัตเต ปะโมเจติ ภะยา รักขะตุ โน สะทา.

พระองค์ผู้ทรงมีชื่อเสียงและบริวารอันยิ่งใหญ่ ดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี ทรงเปลื้องสัตว์ทั้งปวงจากภัย โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ให้พ้นจากภัย ในกาลทั้งปวงเถิด

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

๓๗.สิทธัตโถ นามะ สัมพุทโธสัฏฐิระตะนะมุคคะโต
ติภะเว โสตถิชะนะโกสะตัสสะหัสสะ อายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงยังความสวัสดีให้เกิดขึ้นในภพทั้งสาม ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี

๓๘.สังสาระสาคะรา โลเกสันตาเรตฺวา สะเทวะเก
นิพพาเปสิ จะ โส สัตถาสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพระศาสดาพระนามว่า สิทธัตถะ นั้น ผู้ทรงยังหมู่มนุษย์พร้อมทั้งเหล่าทวยเทพ ให้ข้ามพ้นจากห้วงมหาสมุทร คือสังสารวัฏ และให้ถึงพระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(ในมัณฑกัป ๒ พระองค์)

(ในมัณฑกัป ๒ พระองค์)

๓๙.สัฏฐิระตะนะมุพเพโธติสโส โลกัคคะนายะโก
อะนูปะโม อะสะทิโสอะตุโล อุตตะโม ชิโน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงเป็นบุคคลผู้นำชั้นเลิศของโลก ไม่มีบุคคลเทียบเท่า ไม่มีบุคคลเสมอเหมือน ไม่มีบุคคลเปรียบปาน ทรงเป็นผู้สูงสุด ทรงเป็นผู้ชนะมารทั้งปวง

๔๐.วัสสัสสะตะสะหัสสานิอายุ ตัสสะ มะเหสิโน
อาโรคฺยัญจะ มะหาสุขังโหตุ โน ตัสสะ เตชะสา.

ด้วยพระเดชานุภาพของพระพุทธเจ้า พระนามว่า ติสสะ พระองค์นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี ขอความไม่มีโรค และความสุขอันประเสริฐ จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด

๔๑.อัฎฐะปัณณาสะระตะโนผุสโส โลกัคคะนายะโก
ชะนัมพุชัง วิโพเธนโตนิพพาเปนโต สะเทวะเก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ผุสสะ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงเป็นบุคคลผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงยังดอกบัวคือหมู่ชนให้เบิกบาน ทรงยังหมู่มนุษย์ พร้อมทั้งเหล่าทวยเทพ ให้ถึงพระนิพพาน

๔๒.นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก มะหายะโส
อุทธะรันโต พะหู สัตเตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระองค์ทรงมีชื่อเสียงและบริวารอันยิ่งใหญ่ ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดเก้าหมื่นปี ผู้ทรงนำสัตว์โลกจำนวนมากออกจากสังสารวัฏ โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

(ในสารกัป ๑ พระองค์)

๔๓.อะสีติระตะนุพเพโธวิปัสสี โลกะนายะโก
ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะสะมันตา สัตตะ โยชะเน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นผู้นำของสัตว์โลก พระรัศมีของพระองค์แผ่ไปตลอดเจ็ดโยชน์โดยรอบ

๔๔.โสปิ เทวะมะนุสสานังพันธะนา ปะริโมจะยิ
อะสีติสะหัสสายุโกนาโถ โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุแปดหมื่นปี ทรงเป็นที่พึ่ง ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จากเครื่องผูกคือกิเลส โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด

(ในมัณฑกัป ๒ พระองค์)

(ในมัณฑกัป ๒ พระองค์)

๔๕.สัตตะตีหัตถะมุพเพโธ สิขี นาเมสะ นายะโก
ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะสะมันตา โยชะนัตตะเย.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ทรงมีพระวรกายสูงเจ็ดสิบศอก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นพระนามว่า สิขี ทรงเป็นผู้นำ พระรัศมีของพระองค์แผ่ไปตลอดสามโยชน์โดยรอบ

๔๖.โสปิ อะตุลฺโย สัมพุทโธสัตตะตีสะหัสสายุโก
กะโรตุ โน มะหาสันติงสุขิตา จะ มะยัง สะทา.

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิขี แม้นั้น ผู้ทรงไม่มีผู้เปรียบ ทรงมีพระชนมายุเจ็ดหมื่นปี โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพระองค์ อนึ่ง ขอพวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้ถึงความสุข ในกาลทุกเมื่อเถิด

๔๗.เวสสะภู นามะ สัมพุทโธเหมะรูปะสะมูปะโม
สัฏฐีระตะนะมุพเพโธสัฏฐี จะ สะหัสสายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เวสสภู ผู้มีพระฉวีประดุจทอง ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี

๔๘.พฺรัหฺมะเทวะมะนุสเสหินาคาสุระทิเชหิ วา
ปูชิโตปิ สะทา นาโถสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า เวสสภู แม้นั้น ผู้อันหมู่พรหม เทวดา มนุษย์ นาค อสูร และครุฑพากันบูชาแล้ว ทรงเป็นที่พึ่ง โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

ในภัททกัปนี้ ๕ พระองค์

ในภัททกัปนี้ ๕ พระองค์

(ผ่านไปแล้ว ๓ พระองค์)

๔๙.ตาฬีสะระตะนุพเพโธกะกุสันโธ มะหามุนิ
ตัสสะ กายา นิจฉะรันติปะภา ทฺวาทะสะ โยชะเน.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ ทรงมีพระวรกายสูงสี่สิบศอก ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ พระรัศมีจากพระวรกายของพระองค์ แผ่ซ่านไปสิบสองโยชน์

๕๐.จัตตาฬีสะสะหัสสานิตัสสะ อายุ อะนุตตะโร
กะโรตุ โส สะทา นาโถอายุง สุขัง พะลัญจะ โน.

ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุสี่หมื่นปี ทรงเป็นผู้ไม่มีใครเปรียบ ทรงเป็นที่พึ่ง โปรดประทานอายุ ความสุข และกำลังแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๕๑.โกนาคะมะนะ สัมพุทโธติงสะหัตถะสะมุคคะโต
ติงสะวัสสะสะหัสสานิอายุ ตัสสะ มะเหสิโน.

พระ โกนาคมมะ สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงมีพระวรกายสูงสามสิบศอก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงมีพระชนมายุสามหมื่นปี

๕๒.ธัมมามะเตนะ ตัปเปตาเทวะสังฆัง สุราละเย
มะหีตะเล จะ ชะนะตังสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ทรงยังหมู่ทวยเทพบนสวรรค์ และหมู่มนุษย์บนพื้นโลก ให้อิ่มเอิบด้วยอมตธรรม คือพระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๕๓.กัสสะโป นามะ สัมพุทโธธัมมะราชา ปะภังกะโร
วีสะตีหัตถะมุพเพโธวีสัสสะหัสสะอายุโก.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ผู้ทรงเป็นพระธรรมราชา ทรงมีพระรัศมี ทรงมีพระวรกายสูงยี่สิบศอก ทรงมีพระชนมายุสองหมื่นปี

๕๔.อะนูปะโมสะมะสะโมเทวะสัตถา อะนุตตะโร
กะโรตุ โน มะหาสันติงอาโรคฺยัญจะ ชะยัง สะทา.

พระองค์ไม่มีผู้เปรียบปานเสมอเหมือน ทรงเป็นศาสดาของเหล่าทวยเทพ ทรงเป็นผู้ยอดเยี่ยม โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(พระพุทธเจ้าในปัจจุบัน ๑ พระองค์)

(พระพุทธเจ้าในปัจจุบัน ๑ พระองค์)

๕๕.อัฏฐาระสะหัตถุพเพโธโคตะโม สักกะยะวัฑฒะโน
สัพพัญญู สัพพะติละโกสัพพะโลกะสุขัปปะโท.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ ทรงมีพระวรกายสูงสิบแปดศอก ทรงเป็นผู้เชิดชูศากยวงศ์ ทรงตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้โดดเด่นกว่าชนทั้งปวง ทรงประทานความสุขให้แก่สัตว์โลก (ในคัมภีร์พุทธวงศ์แสดงไว้ว่า ทรงมีพระวรกายสูง ๑๖ ศอก)

๕๖.สัมพุทโธ สัพพะธัมมานัง ภะเคหิ ภาคฺยะวา ยุโต
วิชชาจะระณะสัมปันโนโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

ขอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ ผู้ตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ทรงประกอบด้วยบุญ ทรงมีพระบารมีอันสูงสุด ทรงเพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ โปรดประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพระองค์เถิด

๕๗.อัพภาตีตา จะ สัมพุทธาอะเนกะสะตะโกฏิโย
สัพพะโลกะมะภิญญายะสัพพะสัตตานุกัมปิโน.

อนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย หลายร้อยโกฏิซึ่งเสด็จล่วงลับไปแล้ว ทรงประจักษ์โลกทั้งปวงด้วยพระญาณแล้ว จึงทรงอนุเคราะห์เหล่าสรรพสัตว์

๕๘.สัพพะเวระภะยาตีตาสัพพะโลกะสุขัปปะทา
สัพพะโทสัง วินาเสนตาสัพพะโสตถิง กะโรนตุ โน.

ทรงล่วงพ้นเวรและภัยทั้งปวง ทรงประทานความสุขแก่สรรพสัตว์ ทรงกำจัดโทษทั้งปวง ขอทรงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด

(พระพุทธเจ้าในอนาคต ๑ พระองค์)

(พระพุทธเจ้าในอนาคต ๑ พระองค์)

๕๙.อะนาคะเต จะ สัมพุทโธเมตเตยโย เทวะปูชิโต
มะหิทธิโก มะหาเทโวมะหาสันติง กะโรตุ โน.

ก็ในอนาคต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เมตเตยยะ ทรงเป็นผู้ที่หมู่ทวยเทพบูชาแล้ว ทรงมีฤทธิ์มาก ทรงเป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาทั้งปวง โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพระองค์เถิด

(พระปัจเจกพุทธเจ้า)

(พระปัจเจกพุทธเจ้า)

๖๐.สัพเพ ปัจเจกะสัมพุทธานิโรธะฌานะโกวิทา
นิราละยา นิราสังกาอัปปะเมยยา มะเหสะโย.

พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าทั้งปวง ทรงปรีชาญาณในนิโรธสมาบัติและฌานสมาบัติ ทรงปราศจากความกำหนัดยินดี หมดความรังเกียจ ทรงคุณอันหาประมาณมิได้ ทรงแสวงหาคุณอันประเสริฐ

๖๑.ทูเรปิ วิเนยเย ทิสฺวาสัมปัตตา ตังขะเณนะ เต
สันทิฏฐิกะผะเล กัตฺวาสะทา สันติง กะโรนตุ โน.

พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านี้ เห็นหมู่เวไนยสัตว์แม้ในที่ไกล ก็ทรงเสด็จไปช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้น ให้ได้รับประโยชน์โดยพลัน โปรดประทานความสงบ แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(นวโลกุตตรธรรม ๙ และปริยัติธรรม ๑)

(นวโลกุตตรธรรม ๙ และปริยัติธรรม ๑)

๖๒.สฺวากขาตะตาทิสัมปันโนธัมโม สะปะริยัตติโก
สังสาระสาคะรา โลเกตาเรติ ชินะโคจะโร.

พระธรรม พร้อมทั้งปริยัติที่สมบูรณ์ด้วยคุณ มีความเป็นธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น เป็นอารมณ์ของพระพุทธเจ้า เป็นเหตุยังสัตว์โลกให้ข้ามพ้นสาครคือ สังสารวัฏ

๖๓.กิเลสะชาละวิทธังสีวิสุทโธ พุทธะเสวิโต
นิพพานะคะมะโน สันโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพระธรรมอันบริสุทธิ์ยิ่ง อันมีปกติทำลายข่ายคือกิเลส เป็นธรรมที่พระพุทธองค์ทรงเจริญแล้ว เป็นธรรมอันประเสริฐอันยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

(พระสังฆรัตนะ)

(พระสังฆรัตนะ)

๖๔.สีลาทิคุณะสัมปันโนสังโฆ มัคคะผะเล ฐิโต
ชิตินทฺริโย ชิตะปาโปทักขิเณยโย อะนุตตะโร.

พรสงฆ์ผู้สมบูรณ์ด้วยคุณมีศีลเป็นต้น ดำรงอยู่ในมรรคและผล ชนะอินทรีย์แล้ว ชนะบาปแล้ว เป็นทักขิเณยยบุคคลผู้ยอดเยี่ยม

๖๕.อะนาสะโว ปะริสุทโธนิราสาโส ภะวาภะเว
นิพพานะโคจะโร สันโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอพรอริยสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะ ผู้บริสุทธิ์ ผู้หมดความปรารถนาในภพน้อยภพใหญ่ ผู้มีจิตจดจ่อในพระนิพพาน เป็นสัตบุรุษ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์)

(พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์)

๖๖.อัญญาตะโกณฑัญญัตเถโรรัตตัญญูนัง อัคโค อะหุ
ธัมมะจักกาภิสะมะโยสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอัญญาโกณฑัญญะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าภิกษุผู้รู้ราตรี ผู้บรรลุเป็นพระโสดาบันด้วยพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๖๗.วัปปัตเถโร มะหาปัญโญมะหาตะมะวิโนทะโน
มะหาสันติกะโร โลเกมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระวัปปะเถระ ผู้มีปัญญามาก ผู้กำจัดความมืดคือโมหะ ผู้กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๖๘.ภัททิโย ภัททะสีโล จะทักขิเณยโย อะนุตตะโร
โลกัตถะจะริโต เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระภัททิยเถระ ผู้มีศีลงาม ผู้เป็นทักขิเณยยบุคคลผู้ยอดเยี่ยม ผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่โลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๖๙.มะหานาโม มะหาปัญโญมะหาธัมมะวิทู สุโต
มะหาขีณาสะโว เถโรมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระมหานามะเถระ ผู้มีปัญญามาก ผู้ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ ผู้มีชื่อเสียง เป็นพระขีณาสพผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันยิ่งใหญ่ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๗๐.อัสสะชิตเถโร มะหาปัญโญชิตะมาโร ชิตินทฺริโย
ชิตะปัจจัตถิโก โลเกสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอัสสชิเถระ ผู้มีปัญญามาก ผู้ชนะมาร ผู้ชนะอินทรีย์ ผู้ชนะศัตรูในโลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๗๑.อะนุปุพพิกะถัง สุตฺวายะโส เอกัคคะมานะโส
อัคคะธัมมะมะนุปปัตโตโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระยสะเถระ ผู้ฟังอนุปุพพิกถาแล้ว มีจิตตั้งมั่นบรรลุพระอรหัตผล อันเป็นธรรมอันเลิศ ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๗๒.จัตฺวาธิกา จะ ปัญญาสะเถรา คิหิสะหายะกา
ปัตฺวานะ ปะระมัง สันติงสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

และพระเถระผู้เป็นพระอรหันต์ ๕๔ รูป ผู้เคยเป็นสหายของพระยสะ เมื่อครั้งยังเป็นผู้ครองเรือน บรรลุแล้วซึ่งพระนิพพานอันประเสริฐ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๗๓.เย ติงสะ ภัททะวัคคิยารูเปนาตุละวัณณิโน
ขีณาสะวา วะสีภูตาเต กะโรนตุ อะนามะยัง.

พระภัททวัคคีย์ ผู้เป็นเถระสามสิบองค์ ผู้มีรูปทรงและผิวพรรณอันหาใครเปรียบปานมิได้ สิ้นอาสวะแล้ว เป็นผู้ชนะตน มีความชำนาญในการเข้าฌาน ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๗๔.อุรุเวละกัสสะโปปิมะหาปะริสานะมุตตะโม
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้ พระอุรุเวลกัสสปะ ผู้เป็นเลิศในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้มีบริษัทมาก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๗๕.โย นะทีกัสสะปัตเถโรปุญญักเขตโต อะนุตตะโร
สะสังโฆ สีละสัมปันโนสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้พระเถระนามว่า นทีกัสสปะ ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ผู้มีภิกษุเป็นศิษย์ ๓๐๐ เป็นบริวาร ผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๑)

๗๖.ธัมมะปัชชะลิโต สันโตโย เถโร คะยากัสสะโป
สังยุตโต ภะวะนิสฺเนเหสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า คยากัสสปะ ผู้รุ่งเรืองด้วยธรรม ผู้สงบ ผู้เข้าถึงพระนิพพาน อันเป็นที่ปราศจากภวตัณหา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๗๗.โลกะนาถัง ฐะเปตฺวานะปัญญะวันตานะ ปาณินัง
ปัญญายะ สาริปุตตัสสะกะลัง นาคฆะติ โสฬะสิง.

ในบรรดาสรรพสัตว์ผู้มีปัญญาทั้งหลาย เว้นพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลกแล้ว สัตว์ใด ๆ ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่สิบหกแห่งปัญญาของพระสารีบุตร

๗๘.สาริปุตโต มะหาปัญโญปะฐะโม อัคคะสาวะโก
ธัมมะเสนาปะตี เสฏโฐสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ขอ พระสาริปุตตะ ผู้มีปัญญามาก ผู้เป็นอัครสาวกองค์ที่หนึ่ง ผู้เป็นธรรมเสนาบดี ผู้ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้เลิศทางปัญญา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๗๙.ปาทังคุลิกะมัตเตนะเวชะยันตะปะกัมปะโน
ปะฐะวิง มะหะติง สัพพังสะมัตโถ ปะริวัตติตุง.

พระมหาเถระใด ผู้สามารถยังเวชยันต์ปราสาท (ปราสาทของพระอินทร์) ให้หวั่นไหวแม้ด้วยเพียงหัวแม่เท้านั้น ผู้สามารถพลิกแผ่นดินผืนใหญ่ทั้งหมดได้

๘๐.โมคคัลลาโน มะหาเถโรทุติโย อัคคะสาวะโก
อิทธิมันตานัง โส อัคโคสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนั้นนามว่า โมคคัลลานะ ผู้เป็นพระอัครสาวกองค์ที่สอง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๘๑.มะหากัสสะปัตเถโรปิอุตตัตตะกะนะกันนิโภ
ธุตะคุณัคคะนิกขิตโตตะติโย สัตถุสาวะโก.

พระมหาเถระนามว่า กัสสปะ ผู้มีผิวพรรณอันงดงามดุจเนื้อทองคำอันบริสุทธิ์ ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นผู้เลิศ ในทางธุดงค์คุณ เป็นพระอัครสาวกองค์ที่สามของพระศาสดา

๘๒.อะรัญญะวาสาภิระโตปังสุกูละธะโร มุนิ
สุคะตัสสาสะนะธะโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

เป็นผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ทรงผ้าบังสุกุล เป็นมุนีผู้รู้โลกทั้งภายในและภายนอก ผู้ทรงไว้ซึ่งคำสอนของพระสุคต ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๘๓.อาปัตติอะนาปัตติยาสะเตกิจฉายะ โกวิโท
วินะเย อัคคะนิกขิตโตอุปาลิ สัตถุวัณณิโต.

พระอุบาลีเถระ ผู้ฉลาดในอาบัติและมิใช่อาบัติ และในอาบัติที่เยียวยาได้และเยียวยาไม่ได้ ผู้อันพระศาสดาทรงแต่งตั้งให้ เป็นผู้เลิศในทางทรงพระวินัย

๘๔.วินะเย ปาระมิปปัตโตวินะยัคโคจะโร มุนิ
กะโรตุ โน มะหาสันติงโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

ผู้อันพระศาสดาทรงยกย่อง ให้เป็นผู้ถึงซึ่งความเป็นผู้เลิศในทางทรงจำพระวินัย ผู้สำรวมกาย วาจา และใจ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้า และขอให้ความสวัสดี ความไม่มีโรค จงมีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๘๕.อะนุรุทธะมะหาเถโรทิพพะจักขูนะมุตตะโม
ญาติเสฏโฐ ภะคะวะโตโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระอนุรุทธมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีตาทิพย์ เป็นพระประยูรญาติผู้ประเสริฐของพระผู้มีพระภาค ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๒)

๘๖.อุจจากุลิกานัง อัคโคภัททิโย สุสะมาหิโต
กาฬิโคธายะ ปุตโต จะสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระภัททิยะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีตระกูลสูง เป็นผู้มีจิตอันตั้งมั่น เป็นบุตรของนางกาฬิโคธา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๘๗.อานันโท พุทธุปัฏฐาโกสังคีติสาธุสัมมะโต
พะหุสสุโต ธัมมะธะโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอานันทะเถระ (ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า)ผู้ยังการทำสังคายนาให้สำเร็จ ผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๘๘.กิมิโล สิริสัมปันโนมะหาสุขะสะมัปปิโต
มะหาขีณาสะโว ชาโตมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระกิมพิละเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ เพียบพร้อมด้วยบรมสุข เป็นพระขีณาสพผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๘๙.คะรุวาสัง วะสิตฺวานะปะสันโน พุทธะสาสะเน
ภะคุ จาระหะตัง ปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระภคุเถระ ผู้เลื่อมใส และอยู่ด้วยความเคารพในคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๐.กุลัปปะสาทะชะนะโกกาฬุทายี มะหิทธิโก
เอตะทัคคัฏฐิโต เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระกาฬุทายีเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ทำให้คนเลื่อมใส ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๑.เสฏโฐ ธัมมะกะถิกานังติณณัง เวทานะ ปาระคู
ปุณโณ มันตานิยา ปุตโตเถโร โสตถิง กะโรตุ โน.

พระปุณณะเถระ ผู้เป็นบุตรของนางมันตานี เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้เป็นธรรมกถึก ผู้จบไตรเพท ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๙๒.ภาระทฺวาโช มะหาเถโรสีหะนาทานะมุตตะโม
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระ(ปิณโฑล)ภารทวาชะมหาเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บรรลือสีหนาท ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๓.สังขิตตะภาสิตะมัตถังวิตถาเรนะ วิชานะโก
กัจจาโน ภะวะนิสฺเนโหเถโร โสตถิง กะโรตุ โน.

พระกัจจายนะเถระ ผู้สามารถอธิบายเนื้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยสังเขปให้พิสดาร ผู้ปราศจากความสิเนหาในภพ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๙๔.ละกุณฏะภัททิโย เถโรมัญชุสสะรานะมุตตะโม
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระลกุณฏกภัททิยะเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีเสียงไพเราะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๕.อะระณะวิหารินัง อัคโคทักขิเณยโย อะนุตตะโร
สุภูติ ภูตะทะมะโนเถโร โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสุภูติเถระ เป็นผู้แสดงธรรมแก่สัตว์ตามพุทธดำรัส เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้อยู่ด้วยธรรมอันปราศจากข้าศึก และเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ควรรับทักษิณาทาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๓)

๙๖.อะรัญญะวาสินัง อัคโคเรวะโต ขะทิระวะนิโย
วิเวกาภิระโต เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเรวตะ ผู้อาศัยอยู่ในป่าไม้สีเสียด ผู้ยินดีในความวิเวก เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีปกติอยู่ในป่า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๗.ฌายีนัง อุตตะโม เถโรกังขาเรวะตะนามะโก
สะมาธิฌานะกุสะโลสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า กังขาเรวตะ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีปกติยินดีในการเข้าฌาน เป็นผู้ฉลาดในสมาธิและฌาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๘.โสโณ จะ โกฬิวีโสปิอารัทธะวีริยานะมุตตะโม
ปะหิตัตโต สะทา เถโรโสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.

แม้ พระโสณโกฬิวีสะเถระ เป็นผู้มีจิตดิ่งไปในนิพพาน เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ปรารภความเพียร ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๙๙.กัลยาณะวากกะระณานังโสโณ กุฏิกัณโณปิ จะ
อัคโคติ วัณณิโต เถโรโสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.

แม้ พระโสณกุฏิกัณณะเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงสรรเสริญว่าเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้กล่าววาจาไพเราะ (สาธยายธรรมด้วยเสียงอันไพเราะ) ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๐๐.ลาภีนะมุตตะโม เถโรสีวะลิ อิติ วิสสุโต
โส ระโต ปัจจะยาทิมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า พระสีวลิ ผู้มีความสันโดษในปัจจัยสี่ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีลาภ ขอจงประทานความสวัสดีแก่ข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๑.สัทธาธิมุตตานัง อัคโควักกะลิ อิติ นามะโก
ปาโมชชะพะหุโล เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า พระวักกลิ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์ เป็นเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๒.ราหุโล พุทธะปุตโตปิสิกขากามานะมุตตะโม
ทายาโท สัพพะธัมเมสุมะหาสันติง กะโรตุ โน.

แม้พระเถระนามว่า ราหุละ ผู้เป็นพุทธบุตร ผู้เป็นทายาทในธรรมทั้งปวง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มุ่งต่อการศึกษา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๐๓.สัทธายะ ปัพพะชิตฺวานะรัฏฐะปาโล ปะรักกะมี
เอตะทัคเค ฐิโตเยวะสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า รัฏฐะปาละ ผู้มีความเพียรยิ่ง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๔.กุณฑะธาโน มะหาเถโรสะลากัง ปะฐะมัง คะโต
ฐะปิโตเยวะ ฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระกุณฑธานะมหาเถระ ผู้ถึงซึ่งความเป็นที่หนึ่งในการจับสลาก จึงดำรงอยู่ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ร่วมจับสลาก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๐๕.ปะฏิภาณะวันตานัมปิอัคโคติ พุทธะวัณณิโต
วังคีโส อะระหา เสฏโฐสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอรหันต์นามว่า วังคีสะเถระ ผู้ประเสริฐ เป็นผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณกวี ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๔)

๑๐๖.สะมันตะปาสาทิกานังอัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
อุปะเสโน วังคันตะปุตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีบริษัทอันน่าเลื่อมใส ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๐๗.ทัพโพ มัลละปุตโต เถโรเสนาสะนะปัญญาปะโก
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระทัพพมัลละบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้จัดแจงเสนาสนะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๐๘.ปิลินทะวัจฉะสะมะโณเทวะตานัง ปิโย อะหุ
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระปิลินทวัจฉะเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุทั้งหลาย ที่เป็นที่รักของเหล่าเทวดา ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด

๑๐๙.พาหิโยทารุจีริโยขิปปาภิญญานะมุตตะโม
กะโรตุ โน มะหาสันติงอาโรคฺยัญจะ ชะยัง สะทา.

พระพาหิยทารุจีริยะเถระ เป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๐.กุมาระกัสสะปัตเถโรจิตตะกะถีนะมุตตะโม
มิจฉาวิตักกุปัจเฉโทสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระกุมารกัสสปะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้แสดงธรรมได้อย่างวิจิตร ผู้สามารถละมิจฉาวิตกได้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๑.ปะฏิสัมภิทาปัตตานังอัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
โกฏฐิโต อะระหา เสฏโฐสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอรหันต์นามว่า โกฏฐิตะเถระ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ได้ปฏิสัมภิทา ๔ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๒.อัปปาพาโธ มะหาเถโรอัปปาพาธานะมุตตะโม
พากุโล อะระหาชาโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระพากุละเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์ เพราะเหตุที่เป็นผู้มีอาพาธน้อย จึงเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีอาพาธน้อย ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๑๓.ปุพเพนิวาสะเวทีนังอัคโคติ พุทธะวัณณิโต
โสภิโต นามะ โส เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า โสภิตะ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ระลึกชาติในปางก่อนได้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๔.มะหากัปปินัตเถโรปิภิกขุโอวาทะโก อะหุ
กุสะโล โอวาทะทาเนสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้ พระมหากัปปินะเถระ เป็นผู้ให้โอวาทภิกษุ เป็นผู้เลิศในการให้โอวาท ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๕.ภิกขุโนวาทะกานัคโคนันทะโก อิติ วิสสุโต
ปาเลตุ โน สะทา เถโรโสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า นันทกะ เป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ให้โอวาทแก่นางภิกษุณี โปรดรักษาพวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๕)

๑๑๖.อินทฺริเยสุ คุตตะทฺวาโรอัคคัฏฐาเน ฐิโต อะหุ
นันทัตเถโร วะสิปปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระนันทะเถระ ผู้ได้วสี (ความชำนาญในการเข้า-ออกฌานสมาบัติ) เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้สำรวมอินทรีย์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๑๗.เตโชธาตุกุสะลานังอัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
สาคะโต นามะ โส เถโรโสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า สาคตะ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ฉลาดในเตโชธาตุ (เตโชกสิณ คือ กรรมฐานที่เพ่งไฟเป็นอารมณ์) ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๑๘.สัญญาวิวัฏฏะกุสะโลปะธาโน ภาวะนาระโต
พุทธะสิสโส มะหาปันโถมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระมหาปันถกะเถระ ผู้ชำนาญในสัญญาวิวัฏฏะ (ได้แก่ วิปัสสนา) เป็นผู้มีความเพียร มีความยินดีในภาวนา เป็นศิษย์ของพระศาสดา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด

๑๑๙.จูฬปันถะกัตเถโรปิมะโนมะยาภินิมมิโต
ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้ พระจูฬปันถกะเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้นิรมิตกายได้มาก และในตำแหน่งผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ฉลาดในเจโตวิวัฏฏะ (คือฉลาดในฌานสมาบัติ) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๐.ปะฏิภาเณยยะกานัง ตุอัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต
ราโธ เถโร มะหาโสตถิงกะโรตุ โน อะนามะยัง

พระราธะเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณในคำสอน ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๑.ลูขะจีวะระธะรานังภิกขูนัง อุตตะโม อะหุ
โมฆะราชะมะหาเถโรมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระโมฆราชะมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ทรงจีวรที่เศร้าหมอง (คือผ้าเก่า ผ้าเนื้อหยาบ สีเศร้าหมอง) ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๒.วิมะโล วิมะลัปปัญโญสุรูโป สุสะมาหิโต
ระโช นะ ลิมปะติ ขันเธมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระวิมละเถระ ผู้มีปัญญาปราศจากมลทิน ผู้มีรูปงาม ผู้มีจิตตั้งมั่น กิเลสเพียงดังธุลีไม่ฉาบทาขันธ์ห้าของท่าน ขอจงประทานซึ่งความสงบอันยิ่งใหญ่ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๓.ธัมมะปาโล มะหาปาโลมะหาธัมมะธะโร ยะติ
มะหาขีณาสะโว โลเกมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า ธัมมปาละ ผู้รักษาธรรมอันประเสริฐ ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมอันประเสริฐ ผู้เป็นพระมหาขีณาสพในโลก ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๔.จักขุปาโล มะหาเถโรปะธาโน สีละสังวุโต
ปะหิตัตโต มะหากาโยมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระจักขุปาละมหาเถระ ผู้มีความเพียร ผู้สำรวมแล้วในศีล ผู้มีจิตดิ่งไปในนิพพาน ผู้มีรูปกายอันประเสริฐ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๒๕.สัพพะเวระภะยาตีโตนาระโท อาสะวักขะโย
มะหาสันติกะโร โลเกสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระนารทะเถระ ผู้ก้าวล่วงเวรและภัยทั้งปวงแล้ว สิ้นอาสวะแล้ว กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๖)

๑๒๖.พุทธะปูชายะ นิระโตชินะภัตติปะรายะโน
สัทธัมมะสะวะโน เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสัทธัมมสวนะเถระ ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า มีความภักดีในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๗.ปัจฉิมะภะวะสัมปัตโตโคตะโม ภาวะนาระโต
ราคักขะยะมะนุปปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโคตมะเถระ ผู้เข้าถึงภพสุดท้ายแล้ว ยินดีในภาวนาถึงความสิ้นไปแห่งราคะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๘.เสนาสะเนสุ สัปปายังลัทธา ฌานัง สะมาระภิ
โคธิโก พุทธะฌายันโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโคธิกะเถระ เมื่อเพ่งความตรัสรู้ ได้เสนาสนะที่สัปปายะแล้ว จึงได้บำเพ็ญฌาน ท่านเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงทำฌาปนกิจให้ในเวลาปรินิพพาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๒๙.พุทเธ ปะสันนะมานะโสสุพาหุ อัญชะลีกะโต
ขีณาสะโว วะสีภูโตมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระสุพาหุ ผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เคยกระทำอัญชลีมาแล้ว ๙๔ กัป เป็นพระอรหันต์ผู้มีความชำนาญในฌานสมาบัติ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๐.วิปัสสะนายะ ปะสุโตวัลลิโย สุสะมาหิโต
สะโต ฌายี วะเนวาสีสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวัลลิยะเถระ ผู้ขวนขวายในวิปัสสนากรรมฐาน มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว มีสติ ได้ฌาน มีปกติอยู่ป่า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๑.อุตติโย วินะยะธะโรอะติกกันโต นะรามะเร
ธาเรนโต อันติมัง เทหังสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุตติยะเถระ ผู้ทรงพระวินัย ผู้เป็นจอมแห่งหมู่มนุษย์และทวยเทพ ผู้ทรงร่างกายอันมีในที่สุด (คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่มีการเกิดต่อไปอีก) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๒.วิมะโล วิระโชชัลโลชาโต ปัณฑะระเกตุนา
พิมพิสารัทธะโช เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวิมลโกณฑัญญะเถระ ผู้บังเกิดเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ผู้มีวัตรปฏิบัติอันขาวสะอาด ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๓.รัมมารัญเญ วะสิตฺวานะภาเวนโต กุสะลัง พะหุง
โยคักเขมะมะนุปปัตโตสะภิโย สันติง กะโรตุ โน.

พระสภิยะเถระ ผู้อยู่ในป่าอันน่ารื่นรมย์ เจริญกุศลเป็นเอนก บรรลุพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งโยคะ (คือกิเลสอันเป็นเครื่องผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ) ขอจงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๓๔.ปุพเพนิวาสัง ชานันโตทิพพะจักขุวิโสธะโน
นาคิโตระหะตัง ปัตโตโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระนาคิตะเถระ ผู้ระลึกชาติในปางก่อนได้ ผู้มีทิพจักษุอันบริสุทธิ์ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๓๕.ปาติโมกขะมะนุปปัตโตวิชะโยรัญญะโคจะโร
ลาภาลาภี ตะถาสังสีสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวิชยะมหาเถระ ผู้เข้าถึงปาติโมกข์สังวรศีล ผู้มีป่าเป็นที่โคจร ผู้มีปกติกล่าวสรรเสริญ ตามที่ตนได้ปัจจัยมา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๗)

๑๓๖.ตัณหาชะฏัง วิชะเฏตฺวาวัฑเฒตฺวานะ วิปัสสะนัง
สังฆะรักขิโต มะหาเถโรมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระสังฆรักขิตะมหาเถระ ผู้ถางรกชัฏคือตัณหา ยังวิปัสสนาให้เจริญ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๓๗.อรัญญะวาสาภิระโตภะวะเนตติสะมูหะโต
ธัมมานัง ปาระมิปปัตโตอุตตะโร ปาตุ โน ภะยา.

พระอุตตระเถระ ผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ถอนตัณหา อันเป็นเครื่องนำไปสู่ภพได้แล้ว บรรลุถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งหลายคือ มรรค ผล นิพพาน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้า ให้พ้นจากภัยเถิด

๑๓๘.ปุพเพ ปุญญานิ กัตฺวานะปุพพะโยคัง สะมาระภิ
อุสะโภระหะตัง ปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุสภะเถระ ผู้กระทำบุญทั้งหลายไว้ในกาลก่อนแล้ว ปรารภกรรมฐานอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งอริยมรรค บรรลุความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๓๙.สะมาปัตติสะมาปันโนฉะฬะภิญโญ มะหิทธิโก
สิวะโก พุทธะฌายันโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสิวกะเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยสมาบัติ มีอภิญญาหก มีฤทธิ์มาก เป็นผู้พิจารณาตัณหา ดังที่พระพุทธองค์ทรงพิจารณา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๐.สัตตาริยะธะโน เถโรธะนิโย ธัมมะสาคะโร
วันตะสังสาระคะมะโนสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระธนิยะเถระ ผู้มีอริยทรัพย์เจ็ดประการ ผู้เป็นดุจทะเลแห่งธรรม ผู้สำรอกกิเลส อันเป็นเหตุท่องเที่ยวในสังสารวัฏได้แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๑.ปัญจักขันเธ ปะริญญายะภาวะยิตฺวานะ นิพพุติง
ปัตตฺวานะ ปะระมัง สันติงโปสิโย ปาตุ โน ภะยา.

พระโปสิยะเถระ ผู้กำหนดรู้เบญจขันธ์แล้ว เสวยอรหัตผลสมาบัติ เข้าถึงพระนิพพานอันประเสริฐ ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยเถิด

๑๔๒.อุปะนิสสะยะสัมปันโนอุชชะโย พุทธะมามะโก
โลกัตถะปะสุโต เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุชชยะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยธรรมอันเป็นเหตุออกจากวัฏฏะ ผู้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ผู้ขวนขวายประโยชน์เพื่อชาวโลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๓.พุทธัปปะสาทะสัมปันโนปัพพะชี ชินะสาสะเน
สัญชะโย นามะ โส เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า สัญชยะ ผู้ถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า บวชแล้วในศาสนาของพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๔๔.มารัญชะโย มะหาเถโรรามะเณยโย มะหิทธิโก
นิพพานะนินนะจิตโต โสสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า มารัญชยะ ผู้มีฤทธิ์มาก และพระมหาเถระนามว่า รามะเณยยะ เป็นผู้มีจิตดิ่งสู่พระนิพพาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๔๕.อุโภ ปาปัญจะ ปุญญัญจะวีติวัตโต อะนาสะโว
วีรัตเถโรระหัปปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระวีระเถระ ผู้ข้ามพ้นบาปและบุญทั้งสองประการแล้ว ผู้ไม่มีอาสวะ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๘)

๑๔๖.ปุณณะมาสะมะหาเถโรปังสุกูละธะโร ยะติ
ปุพพะกิจจะวิธิง กัตฺวามะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระปุณณมาสะมหาเถระ เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุล กระทำบุพพกิจเบื้องต้นแล้ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๔๗.ปัญจะฉินโน ปัญจะชะโหปัญจะจุตตะริภาวะโน
ปัญจะสังคาติโค เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระปัญจสังคาติคเถระ ผู้ข้ามพ้นกิเลสเป็นเครื่องข้อง (นิวรณ์) ๕ อย่าง ผู้ตัดโอรัมภาคิยะสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องต่ำ) ๕ อย่างได้แล้ว ผู้ละอุทธัมภาคิยะสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องสูง) ๕ อย่างได้แล้ว ผู้เจริญอินทรีย์ ๕ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๘.ปุพเพ ราคัง วิจาเรนโตชินะภัตติปะรายะโน
เพลัฏฐะสีโส วังสะธะโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเพลัฏฐสีสะเถระ ผู้เคยจัดแจงการบูชายัญในกาลที่ตนเป็นฤษี ผู้ถวายความภักดีต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงไว้ซึ่งวงศ์แห่งอริยะ (วงศ์แห่งอริยะคือสันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการภาวนา) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๔๙.ปัญจุปปันนานิ อะภะโยนิกันติ นัตถิ ชีวิเต
อะชิโต โส มะหาเถโรมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า อชิตะ ผู้ไม่มีความกลัวภัย ๕ อย่าง (ราชภัย โจรภัย อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย) ที่กำลังเกิดขึ้น ผู้ไม่มีความเยื่อใยในชีวิต ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๕๐.วิวัฏฏะนิสสะเย ปุญเญกัตฺวา สัมพุทธะภัตติมา
กุลลัตเถโรระหัปปัตโตมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระกุลละเถระ ผู้มีความภักดีในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ได้กระทำบุญบารมี อันมีนิพพานเป็นที่รองรับ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๕๑.วิปัสสี ธัมมะทายาโทเถโร นิโคฺรธะนามะโก
นิพพานาคะมะสันทิฏโฐสะทา สันติง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า นิโครธะ ผู้มีปกติเจริญวิปัสสนา ผู้เป็นธรรมทายาท เป็นผู้ได้ประจักษ์แจ้งธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ขอจงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕๒.ติสโส วิชชา อะนุปปัตโตสุคันโธ นามะ โสระหา
สัพพะปาปะปะริกขีโณสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอรหันต์นามว่า สุคันธะ ได้บรรลุวิชชาสาม เป็นผู้หมดสิ้นจากบาปทั้งปวง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕๓.นันทิโย สัทธาสัมปันโนชิตะกเลโส มะหาเถโร
อะภิญญาปาระมิปปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระนันทิยะมหาเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ผู้ชนะกิเลสทั้งปวง ผู้ถึงที่สุดแห่งอภิญญา ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕๔.กิเลสา ฌาปิตา เยนะชิตะธัมมะระเตนะ โส
กัมมาระปุตตะวิมะโลสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระรูปใด เป็นบุตรของนายช่างทอง เป็นผู้ยินดีในธรรมอันเป็นเครื่องพิชิตมาร ชนะกิเลสด้วยมรรคญาณแล้ว พระเถระนั้นนามว่า วิมละ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕๕.เทวะโลกะมะนุสเสสุอะนุภุตฺวา วิภูติโย
ติสสัตเถโร มะหาภูโตมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระติสสะเถระ เสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษย์โลกแล้ว สำเร็จเป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๙)

๑๕๖.สุวิมุตโต มะหานาโคตีหิ วังเกหิ มุตตะโก
สุมังคะโล มะหาเถโรมะหาสันติง กะโรตุ โน.

พระสุมังคละมหาเถระ ผู้หลุดพ้นจากกิเลสแล้ว เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ พ้นแล้วจากความคดกาย วาจา ใจทั้งสาม ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๑๕๗.นิรัคคะโฬ นิราสาโสมะละขีละวิโสธะโน
วิเวกาภิระโต คุตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระมหาเถระนามว่า คุตตะ ผู้ปราศจากลิ่มคืออวิชชา ผู้ปราศจากกิเลสคือความอยาก ผู้ชำระมลทินได้ทั้งหมด ผู้ยินดีในความวิเวก โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕๘.ปะวิเวกะมะนุปปัตโตคิริมานันทะนามะโก
ภาเวนโต กุสะเล ธัมเมสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระนามว่า คิริมานันทะ เจริญกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ได้บรรลุวิเวก ๓ แล้ว (กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๕๙.พุทธะสาสะนะมารัทโธสะมิทธิ ภาวะนาระโต
สะมิทธิคุณะสัมปันโนสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสมิทธิเถระ ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าผู้ยินดีในภาวนา ผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ อันเป็นเหตุแห่งความสำเร็จ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๐.อาราธิตะชิโน สันโตโชติตเถโร มะหาระหา
วิมุตโต สัพพะสังสาราสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโชติตเถระ ผู้ชนะตัณหา อันเป็นเหตุให้ยินดีได้แล้ว เป็นผู้สงบ เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ หลุดพ้นแล้วจากสังสาระทั้งปวง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๑.เสนาสะนานิ ปันตานิเสวันโต ฌานะมาระภิ
ฉะฬะภิญโญ มะหาจุนโทสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระมหาจุนทะเถระ อาศัยเสนาสนะอันสงัดอยู่ เข้าฌาน ได้อภิญญา ๖ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๒.ฉันนัตเถโร สะหะชาโตสุณันโต ชินะสาสะนัง
โยคักเขมะมะนุปปัตโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระฉันนะเถระ ผู้เป็นสหชาตกับพระพุทธเจ้า เมื่อเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ได้บรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ (คือพระนิพพาน) แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๓.เมฆิโย พุทธุปปัฏฐาโกชินะภัตติปะรายะโน
มิจฉาวิตักกุปัจเฉโทสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเมฆิยะเถระ ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ผู้มีความภักดี ในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ตัดมิจฉาวิตกคือความดำริผิดได้แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๔.อุปะวาโณ มะหาเถโรมะหากาโย มะหาระหา
มะหิทธิโก มะหาเตโชสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุปวาณะ ผู้เป็นมหาเถระ มีร่างกายใหญ่ เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๑๖๕.สังกิจโจ โจระทะมะโนสัพพะสังโยชะนักขะโย
ปาเลตุ โน สัพพะภะยาโสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.

พระสังกิจจะเถระ ผู้ฝึกโจรห้าร้อย สิ้นสังโยชน์คือกิเลส เครื่องผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏแล้ว ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยทั้งปวง ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๑๐๘ องค์ (ต่อ ๑๐)

๑๖๖.ปัญหะพฺยากะระเณ เฉโกเมตตาฌานะระโต ยะติ
โสปาโกปายะสัมปันโนสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโสปากะเถระ เป็นภิกษุผู้ฉลาดในการทูลตอบปัญหาของพระพุทธเจ้า ผู้ยินดีในฌานอันประกอบด้วยเมตตา ผู้ถึงพร้อมด้วยอุบาย เพื่อให้ได้มรรคผล ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๗.เขตตะสัมปัตติสัมปัตโตวัฑฒะมาโนวะ โสตถินา
สุมะโน อะระหา ชาโตสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสุมนะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยกาลเวลา อันสมควรที่จะบรรลุธรรม ผู้เจริญเติบโตด้วยความสุข เป็นพระอรหันต์แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๘.ปิโย เทวะมะนุสสานังสานุตเถโร พะหุสสุโต
เมตตาฌายี ตะโมฆาตีสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสานุเถระ ผู้เป็นที่รักของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ผู้เป็นพหูสูต ผู้มีปกติเข้าฌานประกอบด้วยเมตตา ผู้ทำลายความมืดคือโมหะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๖๙. โย จะ ปุพเพ กะตัง ปาปังกุสะเลนะ ปิธียะติ
อังคุลิมาโล โส เถโรสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถระใด ได้เคยทำบาปมาก่อน เป็นผู้ตัดบาปอกุศลได้ด้วยอริยมรรค พระเถระนั้นนามว่า องคุลีมาละ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๐.วิปัสสะนาธุรา เยปิเถรา สะมะถะยานิกา
ขีณาสะวา มะหาเตชามะหาตะมะวิโนทะนา.

พระเถระแม้เหล่าใด ผู้สิ้นอาสวะ ผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ผู้ขจัดความมืดมิดคือโมหะ ผู้เจริญวิปัสสนาเป็นธุระก็ดี พระเถระเหล่าใด ผู้เป็นสมถยานิกะก็ดี

๑๗๑.ฌานิกาฌานิกา เยปิธัมมาภิสะมะยาทะโย
สัพเพ โสตถิง สะทา เทนตุชะยามาโรคฺยะมายุ โน.

และพระเถระเหล่าใด ผู้ได้ฌานและไม่ได้ฌานก็ดี พระเถระเหล่าใด ผู้ถูกกำหนดด้วยการบรรลุอริยสัจธรรมก็ดี ขอพระเถระทั้งปวง ที่กล่าวมาแล้วนี้ จงประทานความสวัสดี ชัยชนะ ความไม่มีโรค และอายุ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(พระเถรีชั้นผู้ใหญ่ ๑๓ รูป)

(พระเถรีชั้นผู้ใหญ่ ๑๓ รูป)

๑๗๒.รัตตัญญูนัง ภิกขุนีนังโคตะมี ชินะมาตุจฉา
ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระโคตมีเถรี ผู้เป็นพระน้านางของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีผู้รู้ราตรี ขอพระเถรี ได้โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๓.มะหาปัญญานะมัคคัฏฐาเขมาเถรีติ ปากะฏา
สาวิกา พุทธะเสฏฐัสสะสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

พระพุทธสาวิกาผู้ประเสริฐสุด ปรากฎนามว่า พระเขมาเถรี ผู้ดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีปัญญามาก ขอพระเถรีจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๔.เถรี อุปปะละวัณณา จะอิทธิมันตีนะมุตตะมา
สาวิกา พุทธะเสฏฐัสสะสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระอุบลวรรณาเถรี เป็นพุทธสาวิกาผู้ประเสริฐสุด เป็นผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีฤทธิ์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๕.วินะยัทธะรีนัง อัคคาปะฏาจาราติ วิสสุตา
ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถรีผู้ปรากฏชื่อว่า พระปฏาจารา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ทรงพระวินัย ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๖.ธัมมักกะถิกะปะวะราธัมมะทินนาติ นามิกา
ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถรีผู้มีนามว่า ธัมมทินนา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้เป็นธรรมกถึก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๗.ฌายิกานัง ภิกขุนีนังนันทาเถรีติ นาเมสา
อัคคัฏฐาเน ฐิตา อะหุสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระสาวิกานามว่า นันทาเถรี เป็นผู้ดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีฌาน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๘.อารัทธะวีริยานัง อัคคาโสณาเถรีตินามิกา
ฐะปิตา ตัตถะ ฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถรีนามว่า โสณา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณี ผู้ปรารภความเพียร ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๗๙.ทิพพะจักขุกานัง อัคคาพะกุลา อิติ วิสสุตา
วิสุทธะนะยะนา สาปิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระเถรีผู้ปรากฏชื่อว่า พกุลา เป็นผู้มีจักษุอันบริสุทธิ์ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีตาทิพย์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๘๐.กุณฑะละเกสี ภิกขุนีขิปปาภิญญานะมุตตะมา
ฐะปิตาเยวะ ฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

ภิกษุณีชื่อว่า กุณฑละเกสี พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้แล้วในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๘๑.เถรี ภัททะกาปิลานีปุพพะชาติมะนุสสะรี
ตาสังเยวะ ภิกขุนีนังอัคคา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระภัททกาปิลานีเถรี ผู้ระลึกถึงชาติในปางก่อนได้ เป็นผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ระลึกชาติปางก่อนได้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.

พระเถรีชั้นผู้ใหญ่ ๑๓ องค์ (ต่อ ๑)

๑๘๒.เถรี ตุ ภัททะกัจจานามะหาภิญญานะมุตตะมา
ชิเนนะ สุขะทุกขัง สาสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

พระภัททกัจจานาเถรี (พระนางยโสธรา) ผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขเป็นคู่บารมีกับพระชินเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตั้งพระนางไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีอภิญญาอันพิเศษ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๘๓.ลูขะจีวะระธารีนังอัคคา กิสาปิ โคตะมี
ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้ พระกิสาโคตมี พระศาสดาตั้งไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๘๔.สิงคาละมาตา ภิกขุนีสัทธาธิมุตตานะมุตตะมา
กะโรตุ โน มะหาสันติงอาโรคฺยัญจะ สุขัง สะทา.

พระสิงคาลมาตาภิกษุณี เป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งเหล่าภิกษุณีผู้มากด้วยศรัทธา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และความสุข แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๘๕.อัญญา ภิกขุนิโย สัพพานานาคุณะธะรา พะหู
ปาเลนตุ โน สัพพะภะยาโสกะโรคาทิสัมภะวา.

พระภิกษุณีเหล่าอื่นทั้งปวงเป็นจำนวนมาก ผู้ทรงคุณธรรมต่าง ๆ กัน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยทั้งปวงอันเกิดจากความเศร้าโศก และโรคเป็นต้น

๑๘๖.โสตาปันนาทะโย เสกขาสัทธาปัญญาสีลาทิกา
ภาคะโส กเลสะทะหะนาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

พระภิกษุณีทั้งหลาย ผู้เป็นพระเสขบุคคลมีพระโสดาบันเป็นต้น เป็นผู้ยิ่งยวดด้วยศรัทธา ปัญญา และศีล เป็นผู้เผากิเลสได้เป็นบางส่วน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(พญานาค)

(พญานาค)

๑๘๗.สุมะโน สุมะนะจะโล อะระวาเฬระปัตตะโก
จัมเปยโย มุจะลินโท จะ กัมพะโล ภุชะคิสสะโร.

สุมนะนาคราช สุมนจละนาคราช อรวาฬะนาคราช เอฬปัตตกะนาคราช จัมเปยยะนาคราช มุจลินทะนาคราช กัมพละนาคราช ผู้เป็นใหญ่แห่งนาคราช

๑๘๘.กาละนาโค มะหากาโฬสังขะปาโล มะโหทะโร
มะณิกัณโฐ มะณิอักขิ นันทะนาโคปะนันทะโก.

กาละนาคราช มหากาฬะนาคราช สังขปาละนาคราช มโหทระนาคราช มณิกัณฐะนาคราช มณิอักขินาคราช นันทะนาคราช อุปนันทะนาคราช

๑๘๙.วะรุโณ ธะตะรัฏโฐ จะกุงคุวิโลปะลาละโก
จิตฺระนาโค มะหาวีโร ฉัพฺยาปุตโต จะ วาสุกี.

วรุณะนาคราช ธตรัฏฐะนาคราช กุงคุวิละนาคราช อปลาลกะนาคราช จิตระนาคราช มหาวีระนาคราช ฉัพยาปุตตะนาคราช วาสุกีนาคราช

๑๙๐.กัณหาโคตะโม ภุชะคินโทอัคคิธูมะสิโข ตะถา
จูโฬทะโร อะหิจฉัตโตนาคา เอราปะถาทะโย.

กัณหาโคตมะนาคราช นาคผู้เป็นจอมนาค อัคคิสิขะนาคราช ธูมะสิขะนาคราช อหิจฉัตตะนาคราช จูโฬทระนาคราช พญานาคทั้งหลาย มีเอราปะถะนาคราชเป็นต้น

๑๙๑.อาสีวิสา โฆระวิสาเย สัพเพ นะยะนาวุธา
ชะลัฏฐา วา ถะลัฏฐา วาปัพพะเตยยา นะทีจะรา
กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อายุมาโรคิยัง สะทา.

หมู่นาคราชทั้งปวงเหล่าใด เป็นนาคราชมีพิษร้ายแรง (คือพิษแล่นไปเร็ว) มีพิษน่าสพึงกล้ว มีนัยน์ตาเป็นอาวุธ ดำรงอยู่ในน้ำ ดำรงอยู่บนบก ดำรงอยู่ที่ภูเขา หรือว่าเที่ยวไปในนที ขอนาคราชทั้งปวงเหล่านั้น จงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความมีอายุ และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(อสูร)

(อสูร)

๑๙๓.เย ปะหาราทะสัมพะระ- พะลฺยาสุระคะณา จะ เย
เวปะจิตตาสุระคะณาจันทาสุระคะณาทะโย.

หมู่อสูรเหล่าใด คือ หมู่ปหาราทะอสูร หมู่สัมพระอสูร หมู่พลิอสูร หมู่เวปจิตตะอสูร หมู่จันทะอสูรเป็นต้น

๑๙๔.สัพเพ เตปิ มะหาเตชา ภูตะยักขะนิวาระณา
กะโรนตุ โน มะหาโสตถิงอาโรคฺยัญจะ ชะยัง สะทา.

แม้หมู่อสูรเหล่านั้นทั้งปวง มีเดชมาก ผู้สามารถป้องกันภูตและยักษ์ ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(เทวดา)

(เทวดา)

๑๙๕.เย ยักขา สัตตะสะหัสสาภุมมา กาปิละวัตถุกา
อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน.

ยักษ์ผู้เป็นภุมมเทวดาเจ็ดพันตนเหล่าใด อยู่ในเมืองกบิลพัสดุ์ มีฤทธิ์ มีความเจริญรุ่งเรือง มีวรรณะ มีบริวารมาก

๑๙๖.สัพเพ ติสะระณา ยักขา มะเหสักขา ชุตินธะรา
กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อาโรคฺยัญจะ ชะยัง สะทา.

ยักษ์(เทวดา)ทั้งปวง ผู้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง มีศักดิ์ใหญ่ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ขอยักษ์เหล่านั้น จงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๙๗.ฉะสะหัสสา เหมะวะตา ยักขา นานัตตะวัณณิโน
พุทธะปูชายะ นิระตาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ยักษ์(เทวดา)หกพันตน อยู่ที่เขาเหมวตา มีผิวพรรณวรรณะต่าง ๆ กัน ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๙๘.สาตาคิรา ติสะหัสสายักขา นีลาทิวัณณิโน
นานาปะภายะ สัมปันนาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ยักษ์(เทวดา)สามพันตน อยู่ที่เขาสาตาคีรี มีผิวพรรณ วรรณะสีเขียวเป็นต้น ผู้สมบูรณ์ด้วยรัศมีต่าง ๆ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๑๙๙.เวสสามิตตา ปัญจะสะตายักขา นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ยักษ์(เทวดา)ห้าร้อยตน อยู่ที่เขาเวสสามิตตะมีผิวพรรณวรรณะต่าง ๆ กัน มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง มีวรรณะ มีบริวาร บันเทิงอยู่ มาชุมนุมกัน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๐๐.กุมภีโร ราชะคะหิโก เวปุลลัสสะ นิเวสะนัง
ภิยโย นัง สะตะสะหัสสัง ยักขานัง ปะยิรุปาสะติ
โส ยักเขหิ ปะริวาโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

เทวดาชื่อว่า กุมภีระ อยู่ในพระนครราชคฤห์ วิมานของท้าวเธอนั้น ได้แก่ยอดเขาเวปุลละ ท้าวเธอนั้น เป็นผู้อันหมู่ยักษ์หลายแสนตนเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ ขอท้าวกุมภีระผู้มียักษ์เป็นบริวารนั้น จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๐๑.ปุริมัญจะ ทิสัง ราชาธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ
คันธัพพานัง อะธิปะติมะหาราชา ยะสัสสิ โส.

ท้าวมหาราชนามว่า ธตรัฏฐะ ปกครองอยู่ในทิศบูรพา เป็นอธิบดีของพวกคนธรรพ์ ท้าวเธอมีบริวารมาก

๒๐๒.ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโวอินทะนามา มะหัพพะลา
โส ราชา สะหะ ปุตเตหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมาก นามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวธตรัฏฐะกับบุตรทั้งหลาย จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๐๓.ทักขิณัญจะ ทิสัง ราชาวิรุฬโห ตัง ปะสาสะติ
กุมภัณฑานัง อะธิปะติมะหาราชา ยะสัสสิ โส.

ท้าวมหาราชนามว่า วิรุฬหกะ ปกครองอยู่ในทิศทักษิณ เป็นอธิบดีของพวกกุมภัณฑ์ ท้าวเธอมีบริวารมาก

๒๐๔.ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโวอินทะนามา มะหัพพะลา
วิรุฬโห สะหะ ปุตเตหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมาก นามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าววิรุฬหกะกับบุตรทั้งหลาย จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

เทวดา (ต่อ ๑)

๒๐๕.ปัจฉิมัญจะ ทิสัง ราชาวิรูปักโข ปะสาสะติ
นาคานัญจะ อะธิปะติมะหาราชา ยะสัสสิ โส.

ท้าวมหาราชนามว่า วิรูปักขะ ปกครองอยู่ในทิศปัจฉิมเป็นอธิบดีของพวกนาค ท้าวเธอมีบริวารมาก

๒๐๖.ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโวอินทะนามา มะหัพพะลา
วิรูปักโข สะปุตเตหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมาก นามว่า อินทะ มีกำลังมากขอท้าววิรูปักขะกับบุตรทั้งหลาย จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๐๗.อุตตะรัญจะ ทิสัง ราชา กุเวโร ตัง ปะสาสะติ
ยักขานัญจะ อะธิปะติมะหาราชา ยะสัสสิ โส.

ท้าวมหาราชนามว่า กุเวระ ปกครองอยู่ในทิศอุดร เป็นอธิบดีของพวกยักษ์ ท้าวเธอมีบริวารมาก

๒๐๘.ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโวอินทะนามา มะหัพพะลา
กุเวโร สะหะ ปุตเตหิสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวกุเวระกับบุตรทั้งหลาย จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๐๙.ปุริมัง ทิสัง ธะตะรัฏโฐทักขิเณนะ วิรุฬหะโก
ปัจฉิเมนะ วิรูปักโขกุเวโร อุตตะรัง ทิสัง.

ท้าวธตรัฏฐะ ประจำอยู่ในทิศบูรพา ท้าววิรุฬหกะ ประจำอยู่ในทิศทักษิณ ท้าววิรูปักขะ ประจำอยู่ในทิศปัจฉิม ท้าวกุเวระ ประจำอยู่ในทิศอุดร

๒๑๐.จัตตาโร เต มะหาราชาสะมันตา จะตุโร ทิสา
ทัททัฬหะมานา อัฏฐังสุสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ท้าวมหาราชทั้งสี่ ผู้รุ่งเรืองดุจประทีป ประจำอยู่ในทิศทั้งสี่โดยรอบ ขอท้าวเธอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๑๑.เตสัง มายาวิโน ทาสาอาคุง วัญจะนิกา สะฐา
มายา กุเฏณฑุ วิเฏณฑุวิตุจจะ วิตุโฏ สะหะ.

พวกบ่าวของท้าวมหาราชทั้งสี่เหล่านั้น ล้วนเป็นผู้มีมายาหลอกลวงเจ้าเล่ห์ ได้แก่บ่าว ชื่อกุเฏณฑุก็ดี ชื่อวิเฏณฑุก็ดี ชื่อวิตุจจะก็ดี ชื่อวิตุฏะก็ดี

๒๑๒.จันทะโน กามะเสฏโฐ จะกินนุฆัณฑุ นิฆัณฑุ จะ
ปะนาโท โอปะมัญโญ จะเทวะสูโต จะ มาตะลิ.

ชื่อจันทนะก็ดี ชื่อกามเสฏฐะก็ดี ชื่อกินนุฆัณฑุก็ดี ชื่อนิฆัณฑุและปนาทะเทวดาก็ดี ชื่อโอปมัญญะเทวดาก็ดี เทพสารถีชื่อว่ามาตลิก็ดี ต่างก็มาแล้วสู่ที่ชุมนุม

๒๑๓.จิตตะเสโน จะ คันธัพโพนะโฬราชา ชะเนสะโภ
วะโร ปัญจะสิโข เจวะติมพะรู สูริยะวัจฉะสา.

เทพคนธรรพ์ชื่อว่าจิตตะเสนะ ชื่อว่านโฬราชะ ชื่อว่าชเนสภะ ชื่อว่าปัญจสิขะ (ผู้ปรารถนาให้ได้นางสุริยวัจฉสาเทพธิดา) ชื่อว่าติมพรู ชื่อว่าสุริยวัจฉสาเทพธิดา (ผู้เป็นบุตรีของท้าวติมพรู)

๒๑๔.เอเต จัญเญ จะ ราชาโนคันธัพพา จะ มะหัพพะลา
โมทะมานา สะทา โสตถิงโน กะโรนตุ อะนามะยัง.

ขอพระราชาทั้งหลาย เทพคนธรรพ์เหล่านี้ และเทพเหล่าอื่น ผู้มีกองกำลังมหาศาล บันเทิงอยู่ จงประทานความสวัสดีและความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

เทวดา (ต่อ ๒)

๒๑๕.มะหันตา นาคะสา นาคาเวสาลา สะหะ ตัจฉะกา
กัมพะลัสสะตะรา จาปิเมรุปาทะสิตา พะลา.

เหล่านาคผู้อาศัยอยู่ในสระน้ำชื่อว่า นาคสะ จำนวนมาก พร้อมกับบริวารของท้าวตัจฉกะ และนาคผู้อาศัยอยู่ในนครเวสาลี และกัมพละนาคราช อัสสตระนาคราช ผู้มีพละกำลังผู้อาศัยอยู่ที่เชิงเขาสุเมรุ

๒๑๖.ยามุนา ธะตะรัฏฐา จะสัพเพ นาคา ยะสัสสิโน
เอราวะโณ มะหานาโคโน กะโรนตุ อะนามะยัง.

นาคผู้อยู่ในแม่น้ำยมุนา และนาคชื่อว่าธตรัฏฐะ และนาคทั้งหลายทั้งปวง ผู้มีบริวารเป็นจำนวนมาก และท้าวเอราวัณผู้มีชื่อว่ามหานาค จงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๒๑๗.มะหิทธิกา สุปัณณา เยนาคะราเช มะหัพพะเล
คะเหตฺวา ชินะเขตเตวะปักขันทิงสุ นะเภ พะลา
เต พุทธะสะระณา สัพเพโสตถิง กะโรนตุ โน สะทา.

ครุฑเหล่าใด เป็นผู้มีฤทธิ์เดช ผู้ทรงพลัง จับนาคราชผู้ทรงพลังในแดนที่ตนชนะนั่นเทียว แล้วบินไปในท้องฟ้า ครุฑทั้งปวงเหล่านั้น เป็นผู้นับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๑๘.ปะฐัพฺยาโป จะ เตโช จะวาโย เทวา มะหิทธิกา
อุปะจาเรนะ นิพพัตตาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

เทวดาชื่อว่า ปฐวี อาโป เตโช และวาโย ผู้มีฤทธิ์มาก บังเกิดด้วยอุปจารฌานของตน ๆ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๑๙.วะรุณา วาระณา เทวาโสโม จะ ยะสะสา สะหะ
เมตตาการุณิกา สัพเพสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

วรุณะเทพ วารณาเทพ โสมะเทพ พร้อมทั้งยะสะเทพ เมตตาเทพ กรุณาเทพ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๒๐.ปัณณาสะโยชะนายาเมวิมาเน ระตะนามะเย
ฐิโต ตะเม วิหันตฺวานะสูริโย โสตถิง กะโรตุ โน.

สุริยะเทพบุตร ผู้อาศัยอยู่ในสุริยะวิมาน ที่สำเร็จด้วยรัตนะซึ่งมีความยาวห้าสิบโยชน์ ขอจงทำลายความมืด แล้วประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๒๒๑.จันโท สีตะกะโร โลเกปะภายุชชะลิโตทะโย
มะหันธะการะวิทธังสีสะทา โสตถิง กะโรตุ โน.

จันทะเทพบุตร ผู้ประทานความร่มเย็นแก่ชาวโลก ส่องสว่างปรากฏขึ้น ด้วยรัศมี มีปกติทำลายความมืดมน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๒๒.เวณฑุ จะ สะหะสี เทวาอะสะมา จะ ทุเว ยะมา
จันทัสสูปะนิสา เทวาเทวา สูริยะนิสสิตา
พุทธัสสะ มามะกา สัพเพสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

เวณฑุเทพ สหสีเทพ อสมะเทพ ยมะเทพทั้งสอง เทพผู้อาศัยจันทะเทพบุตร เทพผู้อาศัยสุริยะเทพบุตร และเทพทั้งหลายทั้งปวง ผู้นับถือพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๒๓.นักขัตตานิ ปุรักขัตฺวาเทวา มันทะวะลาหะกา
สักโก ปุรินทะโท เสฏโฐสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

เทพทั้งหลาย ผู้พึ่งพาอาศัยนักษัตร(ดวงดาว) วลาหกะเทพทั้งหลายผู้ยังให้บังเกิดลม ท้าวสักกะผู้เคยให้ทานมาก่อน ผู้ได้รับการยกย่อง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๒๔.มะหันตา สะหะภู เทวาชะละมัคคิสิขาริวะ
อะริฏฐะกา จะ โรชา จะอุมมาปุปผะนิภาสิโน.

สหภูเทพผู้ประเสริฐ ผู้รุ่งเรืองดุจเปลวไฟ (หรือชลมัคคิเทพ สิขาริจเทพ) อริฏฐะเทพ โรชะเทพ ผู้มีรัศมีเช่นกับดอกอุมมา คือ ดอกผักตบ

เทวดา (ต่อ ๓)

๒๒๕.วะรุณา สะหะธัมมา จะอัจจุตา จะ อะเนชะกา
สูเลยยะรุจิรา เทวา เทวา วาสะวะเนสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

วรุณะเทพ สหธัมมะเทพ อัจจุตะเทพ อเนชกะเทพ สูเลยยะเทพ รุจิราเทพ วาสวเนสีเทพ ขอเหล่าทวยเทพสิบจำพวกเหล่านี้ จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๒๖.สะมานา มะหาสะมานามานุสา มานุสุตตะมา
ขิฑฑาปะโทสิกา เทวาเทวา มะโนปะโทสิกา.

สมานะเทพ มหาสมานะเทพ มานุสะเทพ มานุสุตตมะเทพ ขิฑฑาปโทสิกะเทพ มโนปโทสิกะเทพ

๒๒๗.อะถาปิ หะระโย เทวาเทวา โลหิตะวาสิโน
ปาระคา มะหาปาระคาสัพเพ เทวา ยะสัสสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

อนึ่ง หริเทพ โลหิตวาสีเทพ ปารคะเทพ มหาปารคะเทพ เทพทั้งปวงล้วนมีบริวาร ขอเหล่าทวยเทพทั้งสิบจำพวกเหล่านี้ จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๒๘.สุกกา กะรัมภา อะรุณา อาคุง เวฆะนะสา สะหะ
โอทาตะคัยหา ปาโมกขา อาคุง เทวา วิจักขะณา.

สุกกะเทพ กรัมภะเทพ อรุณะเทพ มาแล้วพร้อมกับเวฆนสะเทพ โอทาตคัยหะเทพผู้เป็นใหญ่ และวิจักขณะเทพก็มา

๒๒๙.สะทามัตตา หาระคะชามิสสะกา จะ ยะสัสสิโน
ถะนะยัง อาคะปัชชุนโนโย ทิสาสวะภิวัสสะติ.

สทามัตตะเทพ หาระคะชะเทพ มิสสะกะเทพ ผู้มีบริวารก็มา ปัชชุนะเทพ ผู้ทำให้ฝนตกทั่วทิศก็มา

๒๓๐.ทะเสเต ทะสะธา กายาสัพเพ นานัตตะวัณณิโน
อิทธิมันโต ชุติมันโตวัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา ชินะทานา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

เหล่าเทวดาสิบจำพวกเหล่านี้ทั้งปวง ล้วนมีรัศมีต่าง ๆ กัน มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง มีวรรณะ มีบริวาร บันเทิงอยู่ ผู้ประทานชัยชนะ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๓๑.โลกะธาตุสะหัสเสสุทะสะสเววะ สะมันตะโต
เทวาทะโย ปาณะคะณาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ในหมื่นโลกธาตุโดยรอบนั่นเทียว ขอหมู่สัตว์มีเทวาเป็นต้น จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.

๒๓๒.เขมิยา กัฏฐะกายา จะโชตินามา มะหิทธิกา
ลัมพีตะกา ลามะเสฏฐาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเขมิยะเทพ กัฏฐกายะเทพ โชติเทพ ผู้มีฤทธิ์มาก ลัมพีตกะเทพ ลามเสฏฐะเทพ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๓๓.ชะลัฏฐา จะ ถะลัฏฐัญเญ เทวากาสัฏฐะกาทะโย
ยักขะคันธัพพะกุมภัณฑาปิสาจา เย มะโหระคา
เมตตะจิตตา จะ สัพเพ เต โสตถิง ผาสุง กะโรนตุ โน.

เทพเหล่าอื่นอันมี เทพที่อยู่ในน้ำ เทพที่อยู่บนบก เทพที่อยู่ในอากาศเป็นต้น และยักษ์ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ ปีศาจ และนาคราชทั้งปวง ขอจงมีจิตเมตตา ประทานความสวัสดีและความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๒๓๔.ตาวติงสา จะ เย เทวายามา เทวา มะหิทธิกา
ตุสิตา จะ มะหาเทวานิมมานะระติโนมะรา.

ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามาผู้ทรงฤทธิ์ ทวยเทพชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี.

๒๓๕.วะสะวัตตีสุ ระติโนสัพเพ เทวา สะวาสะวา
พุทธะปูชายะ นิระตาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ทวยเทพชั้นปรนิมมิตตวสวัตตี ขอทวยเทพทั้งปวงดังที่กล่าวมานี้ พร้อมทั้งท้าววาสวะ (พระอินทร์) ผู้มีความยินดี ในการบูชาพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(พรหม)

(พรหม)

๒๓๖.พฺรัหฺมาโน ปาริสัชชา จะเย จะ พฺรัหฺมะปุโรหิตา
มะหาพฺรัหฺมา จะ สัพเพ เตปะฐะมัชฌานะสัณฐิโน.

พรหมผู้ดำรงอยู่ในปฐมฌานเหล่านี้คือ ปาริสัชชาพรหม ปุโรหิตาพรหม และ มหาพรหมาพรหม.

๒๓๗.เมตตาวิหาริโน สันตาสัมพุทธัสสะ ปะรายะนา
กะโรนตุ โน มะหาโสตถิงเสกขาเสกขะปุถุชชะนา.

ขอพรหมทั้งปวงเหล่านั้น ผู้มีปกติอยู่ด้วยเมตตา ผู้สงบ ผู้มีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ผู้เป็นทั้งเสกขะ พระอรหันต์ และปุถุชน จงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๒๓๘.ปะริตตาภัปปะมาณาภาพฺรัหฺมา จาภัสสะรา ตะถา
พุทธะปูชายะ นิระตาทุติยัชฌานะสัณฐิโน.

พรหมผู้ดำรงอยู่ในทุติยฌาน ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้าเหล่านี้คือ ปริตตาภาพรหม อัปปมาณาภาพรหม และ อาภัสสราพรหม

๒๓๙.เมตตาการุณิกา สัพเพสัพพะสัตตะหิเตสิโน
กะโรนตุ โน มะหาสันติงโสตถิมาโรคฺยะมายุวัง.

ขอพรหมทั้งปวง ผู้มีปกติเมตตา กรุณา แสวงหาความเกื้อกูล ให้แก่สัตว์ทั้งปวง จงประทานความสงบอันประเสริฐ ความสวัสดี ความไม่มีโรค และความมีอายุ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๒๔๐.ปะริตตะสุภาพฺรัหฺมาโนอัปปะมาณะสุภา จะ เย
สุภะกิณหา จะ พฺรัหฺมาโนตะติยัชฌานะสัณฐิโน.

พรหมผู้ดำรงอยู่ในตติยฌาน เหล่านี้คือ ปริตตสุภาพรหม อัปปมาณสุภาพรหม และ สุภกิณหาพรหม

๒๔๑.ปะภายะ ผะระณา โลเกพุทธะฌานะระตา สะทา
อะหิงสา สัพพะสัตเตสุสะทา สันติง กะโรนตุ โน.

ขอพรหมทั้งหลายเหล่านั้น ผู้แผ่รัศมีไปในโลก ผู้ยินดีในพุทธฌาน ผู้ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ทั้งปวง จงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๔๒.เวหัปผะลาปิ พฺรัหฺมาโนจะตุตถัชฌานะสัณฐิโน
เสกขะปุถุชชะนาเสกขาสะทา สันติง กะโรนตุ โน.

พรหมผู้ดำรงอยู่ในจตุตถฌาน ผู้เป็นเสกขะ ปุถุชน และอเสกขะคือ เวหัปผลาพรหม ขอจงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๔๓.สัมปัตติยา นะ หายันติพฺรัหฺมาโน ชินะสาวะกา
อะวิหานามะกา สัพเพสะทา สันติง กะโรนตุ โน.

พรหมทั้งหลายผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ย่อมไม่เสื่อมจากฌานสมาบัติ เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่า อวิหาพรหม ขออวิหาพรหมทั้งปวงเหล่านั้น จงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๔๔.อะตัปปา นามะ พฺรัหฺมาโนจะตุตถัชฌานะสัณฐิโน
พฺรัหฺมะวิหาริกา สัพเพโสตถิง ผาสุง กะโรนตุ โน.

ขอ อตัปปาพรหม ทั้งปวง ผู้มีพรหมวิหาร ดำรงอยู่ในจตุตถฌาน จงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

๒๔๕.สุทัสสา นามะ พฺรัหฺมาโน-ภิรูปา ฌานะโภคิโน
อะปุนาคะมะนา กาเมสันติง ผาสุง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าพรหมชื่อว่า สุทัสสา ผู้มีรูปงาม ผู้เสวยฌาน ผู้ไม่กลับมาในกามภูมิอีก จงประทานความสงบ และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าเถิด

พรหม (ต่อ ๑)

๒๔๖.พฺรัหฺมะวิหาระสัมปันนาชินะภัตติปะรายะนา
พฺรัหฺมาโน สุทัสสี นามะสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าพรหมชื่อว่า สุทัสสี ผู้สมบูรณ์ด้วยพรหมวิหาร ผู้มีความนับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๔๗.อะกะนิฏฐา จะ พฺรัหฺมาโนเชฏฐา สัพพะคุเณหิ จะ
ปะหีนะภะวะนิสเนหาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าพรหมผู้เจริญที่สุดด้วยคุณทั้งปวง ชื่อว่า อกนิฏฐา ผู้ละความสิเน่หาในภพได้แล้ว จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๔๘.ปะฐะมารูปะพฺรัหฺมาโนสัพพะรูปะวิราคิโน
ชินะภัตติระตา สัพเพสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๑ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความกำหนัดในรูป ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๔๙.ทุติยารูปะพฺรัหฺมาโนเหฏฐาฌานะวิราคิโน
ชินะภัตติระตา สัพเพสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าอรูปพรหม ชั้นที่ ๒ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๕๐.ตะติยารูปะพฺรัหฺมาโนเหฏฐาฌานะวิราคิโน
ชินะภัตติระตา สัพเพสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๓ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๕๑.จะตุตถารูปะพฺรัหฺมาโนเหฏฐาฌานะวิราคิโน
ชินะภัตติระตา สัพเพสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๔ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีในพระชินเจ้า จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(บุคคลประเภทรวม)

(บุคคลประเภทรวม)

๒๕๒.เวเทเหปะระโคยาเนชัมพุทีเป กุรุมหิ จะ
เทวะยักขะปิสาเจหิสัทธิง วิชชาธะราทะโย.

ขอเหล่าวิทยาธร กับเทวดา ยักษ์ และปีศาจ ในวิเทหะทวีป อปรโคยานะทวีป ชมพูทวีป และอุตตรกุรุทวีป

๒๕๓.อากาสัฏฐา จะ พฺรัหฺมาโนชะลัฏฐา จันตะลิกขะชา
ทวิปะทาทะโย เย สัตตาสะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.

อากาสัฏฐเทวดา และพรหม สัตว์ทั้งหลายมีสัตว์ ๒ เท้า เป็นต้น ผู้ดำรงอยู่ในน้ำ ผู้เกิดในอากาศ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด

(อานุภาพแห่งพระรัตนตรัย)

(อานุภาพแห่งพระรัตนตรัย)

๒๕๔.มาระเสนะวิฆาตัสสะชินัสสะ สุขะฌายิโน
เตโชพะเลนะ มะหะตาสะทา มังคะละมัตถุ โน.

ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ของพระชินเจ้า ผู้ทรงขจัดมาร และเสนามาร ผู้เสวยสุขในฌาน ด้วยพลังเดชอันยิ่งใหญ่ ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๕๕.นานาคุณะวิจิตตัสสะรูปะกายัสสะ สัตถุโน
สัพพะเทวะมะนุสสานังมาระพันธะวิโมจิโน
เมตตาพะเลนะ มะหะตาสะทา มังคะละมัตถุ โน.

ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ ของพระศาสดาผู้ทรงมีพระวรกายอันงามวิจิตรด้วยคุณต่าง ๆ ผู้ทรงปลดเปลื้องเหล่าทวยเทพ และมนุษย์ทั้งปวง ให้หลุดพ้นจากบ่วงแห่งมาร ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๕๖.สัพพัญญุตาทิกายัสสะธัมมะกายัสสะ สัตถุโน
จักขาทยะโคจะรัสสาปิโคจะรัสเสวะ ภูริยา
เตโชพะเลนะ มะหะตาสัพพะมังคะละมัตถุ โน.

ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ แห่งพระธรรมกาย คือ หมู่ธรรม มีพระสัพพัญญุตญาณเป็นต้น ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย อันไม่ใช่อารมณ์ของจักษุเป็นต้น แต่เป็นอารมณ์ของปัญญาเท่านั้น ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด

๒๕๗.รูปะกายะสะทิสัสสะนิมมิตัสสะ มะเหสิโน
ธัมมัสสะ วัตตุโน สัคเคเทวานัง สุคะตา ปะติ
เตโชพะเลนะ มะหะตาสะทา มังคะละมัตถุ โน.

ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธปฏิมาที่ทรงเนรมิตขึ้น ให้เหมือนรูปจริง แทนพระพุทธองค์ ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เมื่อทรงแสดงอภิธรรมแก่เหล่าทวยเทพในชั้นดาวดึงส์ ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด

๒๕๘.สิกขิตฺวา มานุเส เทเวโมจะยิตฺวา สะเทวะเก
สังขาเร ปะชะหันตัสสะนิพพุตัสสะ มะเหสิโน
มะหันเตนานุภาเวนะสัพพะมังคะละมัตถุ โน.

ด้วยพระอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงฝึกเหล่ามนุษย์และเทวดา ให้หลุดพ้นจากบ่วงมาร ผู้ทรงละสังขารดับขันธ์ปรินิพพาน ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด

๒๕๙.จะตุราสีติสะหัสสะ-ธัมมักขันธัสสะ เตชะสา
นะวังคะสาสะนัสสาปินะวะโลกุตตะรัสสะ จะ
สัพพะปาปะปะวาเหนะสัพพะมังคะละมัตถุ โน.

ด้วยพระเดชานุภาพของพระธรรม แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ด้วยพระเดชานุภาพแห่งนวังคสัตถุศาสน์ และด้วยพระเดชานุภาพแห่งนวโลกุตตรธรรม อันนำบาปทั้งปวงออกไป ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด

๒๖๐.มะหะโตริยะสังฆัสสะปุญญักเขตตัสสะ ตาทิโน
ปะหีนะสัพพะปาปัสสะสีลาทิกขันธะธาริโน
มะหาเตชานุภาเวนะสัพพะมังคะละมัตถุ โน.

ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ของพระอริยสงฆ์ผู้ประเสริฐ ผู้เป็นเนื้อนาบุญ ผู้ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม ผู้ละบาปทั้งปวง ผู้ทรงไว้ซึ่งคุณมีศีลเป็นต้น ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด

(อานุภาพของเทวดาต่าง ๆ )

(อานุภาพของเทวดาต่าง ๆ )

๒๖๑.ปาตาเล ภูตะลากาเสเทวะยักขะปิสาจะกา
วิชชาธะรา จะ คันธัพพานาคะกุมภัณฑะรักขะสา
สัพเพสะมานุภาเวนะ สัพพะมังคะละมัตถุ โน.

ด้วยอานุภาพแห่งหมู่เทวดา ยักษ์ ปีศาจ และวิทยาธร คนธรรพ์ นาค กุมภัณฑ์ และรากษส ผู้อาศัยอยู่ในบาดาลก็ดี บนพื้นดินก็ดี ในอากาศก็ดี ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด

(อานุภาพของอุปปาตะสันติ )

(อานุภาพของอุปปาตะสันติ )

๒๖๒.อิจเจวะมุปปาตะสันติงโย วะเทยยะ สุเณยยะ วา
วิเชยยะ สัพพะปาปานิวุทธัตตัญจะ ภะวิสสะติ.

ผู้ใดสวด หรือฟังคัมภีร์ อุปปาตะสันติ อันกล่าวแล้วด้วยประการฉะนี้ จะพึงชนะบาปทั้งปวง และจักเจริญด้วยคุณ ๕ ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ

๒๖๓.โสตถิกาโม ละเภ โสตถิงสุขะกาโม สุขัง ละเภ
อายุกาโม ละเภยยายุงปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง.

ผู้ใดปรารถนาความสวัสดี พึงได้ความสวัสดี ผู้ปรารถนาความสุข พึงได้ความสุข ผู้ปรารถนาอายุ พึงได้อายุ ผู้ประสงค์บุตร พึงได้บุตร

๒๖๔.นะ ตัสสะ โรคา พาเธนติวาตะปิตตาทิสัมภะวา
อะกาละมะระณัง นัตถินะ เทโว วิสะโมสะเร.

โรคที่เกิดจากลม จากดีเป็นต้น ย่อมไม่เบียดเบียนบุคคลนั้น ความตายในกาลอันไม่สมควร ย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น มิจฉาเทวดาย่อมไม่รังแกต่าง ๆ นา ๆ

๒๖๕.นะ จุปปาตะภะยัง ตัสสะโนปิ ปัตตะภะยัง ตะถา
นัสสันติ ทุนนิมิตตานิปาปะกัมมัฏฐิตานิ จะ
ทีฆะมายุ มะหาโสตถิงอาโรคฺยัญจะ สะทา ภะเว.

เคราะห์ร้ายและภัยย่อมไม่มีแก่เขา นิมิตร้ายและสิ่งที่ตั้งขึ้นเพราะบาปกรรมย่อมพินาศไป ความมีอายุยืน ความสวัสดี อันประเสริฐ และความไม่มีโรคจะพึงมีแก่เขา ในกาลทุกเมื่อ

๒๖๖.โย สุตฺวาปิ มะหาสันติงสังคามัง ปะวิเส นะโร
วิชะเย เวริโน สัพเพนะ สัตเถหยะภิภูยะเต.

ผู้ใดฟังคัมภีร์อุปปาตะสันติอันประเสริฐแล้ว พึงเข้าไปสู่สมรภูมิ บุคคลนั้นอันศาสตราไม่กล้ำกราย ย่อมชนะข้าศึกทั้งมวล

๒๖๗.สัพพะทา ละภะเต ปีติงวิปัตติง นาวะคาหะติ
โรเคหิ นาภิภูยะเตสะวัตถูหิ วิวัฑฒะเต.

เขาย่อมได้ซึ่งความอิ่มใจในกาลทุกเมื่อ ความวิบัติ ย่อมไม่มากล้ำกราย ย่อมไร้โรคา ย่อมเจริญด้วยทรัพย์ศฤงคาร

๒๖๘.ยัตฺระ เทเส วะโกวะกาพาฬหะกา รักขะสาทะโย
อุปปาตะสันติโฆเสนะสัพเพ ตัตถะ สะมันติ เต.

สัตว์ร้ายน้อยใหญ่ และรากษสเป็นต้น ผู้อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรทั้งหลายทั้งปวง ย่อมสงบด้วยเสียงแห่งการสวดคาถาอุปปาตะสันติ

๒๖๙.ยะมุททิสสะ วะเท สันติงสะชีวัญจาปยะชีวิตัง
โส มุจจะเต มะหาทุกขาปัปโปติ สุคะติง สะทา.

บุคคลสวดคัมภีร์อุปปาตะสันติ อุทิศให้ผู้ใดที่มีชีวิตอยู่หรือไม่มีชีวิตอยู่ บุคคลนั้นย่อมพ้นจากมหันตทุกข์ ย่อมเข้าถึงสุคติภพ ในกาลทุกเมื่อ

๒๗๐.เทวัฏฐาเน นะคะเร วานิจจะมุปปาตะสันติยา
ปาละกา เทวะราชาโนเตชะสิรีวิวัฑฒะนา.

ท้าวเทวราชทั้งหลายผู้ปกปักรักษาเนืองนิจ ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ หรือในพระนคร เป็นผู้เจริญด้วยเดชและสิริมงคลด้วยคัมภีร์อุปปาตะสันตินี้

๒๗๑.ปะฐัพฺยาปาทิสัญชาตาอุปปาตา จันตะลิกขะชา
อินทาทิชะนิตุปปาตาปาปะกัมมะสะมุฏฐิตา
สัพพุปปาตา วินัสสันติเตชะสุปปาตะสันติยาติ.

เหตุร้ายอันเกิดจากแผ่นดินไหว และน้ำท่วมเป็นต้น เหตุร้ายที่เกิดจากฟากฟ้า เหตุร้ายอันเกิดจากจันทรุปราคาเป็นต้น เหตุร้ายที่เกิดขึ้นจากบาปกรรม เหตุร้ายทั้งปวงเหล่านั้นจักพินาศไป ด้วยเดชแห่งอุปปาตะสันติ

อุปปาตะสันติ นิฏฐิตา.

จบอุปปาตะสันติ

มนต์สำหรับระงับเหตุร้ายทั้งปวง

ประวัติคัมภีร์อุปปาตะสันติ

"อุปปาตะสันติ" ทางเมืองเหนือเรียกว่า "มหาสันติงหลวง" แปลว่า บทสวดเพื่อสงบเคราะห์กรรม สวดเพื่อสงบเหตุร้าย และสวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือน

คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นวรรณกรรมภาษาบาลีของล้านนาไทย แต่งโดยพระมหามังคละสีละวังสะ พระเถระนักปราชญ์ของชาวเชียงใหม่รูปหนึ่ง ในสมัยของพระเจ้าสิริธรรมจักกวัตติลกราชาธิราช (พระเจ้าติโลกราช) รัชกาลที่ ๑๑ แห่งราชวงศ์มังราย ระหว่างพ.ศ. ๑๙๘๕-๒๐๓๐ เป็นคาถาล้วนจำนวน ๒๗๑ คาถาจัดเข้าในหนังสือประเภท "เชียงใหม่คันถะ"

คัมภีร์นี้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ในหมู่ชนชาวล้านนามาแต่โบราณกาล ทั้งพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน พากันสวดและฟังอุปปาตะสันติ เพื่อกลับความร้ายให้กลายเป็นความดี มีคำเล่าว่า สมัยที่ท่านแต่งอุปปาตะสันตินั้น ที่เชียงใหม่มีโจรผู้ร้ายและคนอันธพาลชุกชุมผิดปกติ มีเหตุร้ายและสิ่งกระทบกระเทือนอยู่เสมอ พระมหาเถระสีละวังสะจึงให้พระสงฆ์สามเณรและประชาชนพากันสวด และฟังอุปปาตะสันติ เพื่อสงบเหตุร้ายทั้งมวลที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

ต่อมาชาวพม่ามีความเลื่อมใส นำคัมภีร์นี้เข้าไปในประเทศพม่า ชาวพม่าทั้งพระสงฆ์และประชาชน นับถือว่าพระคัมภีร์อุปปาตะสันตินี้มีความศักดิ์สิทธ์มาก พากันนิยมท่อง นิยมสวด และนิยมฟังกันอย่างกว้างขวาง แพร่หลายไปทั่วประเทศพม่าในสมัย ๕๐๐ ปีที่ล่วงแล้ว ในงานพิธีสืบชะตา งานขึ้นบ้านใหม่เป็นต้น

เนื้อความในอุปปาตะสันติคาถานั้น สรุปได้ว่า …

  • เป็นธรรมที่กระทำความสงบอันยิ่งใหญ่
  • เป็นธรรมเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง
  • เป็นธรรมเครื่องป้องกันอมนุษย์ และยักษ์
  • เป็นธรรมเครื่องพ้นจากความตายก่อนกำหนดเวลา
  • เป็นธรรมเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก
  • เป็นธรรมเครื่องจำเริญชัยชนะแด่พระราชา
  • เป็นธรรมเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป

อุปปาตะสันติคาถาเป็นบทสวดอย่างพิสดาร ท่านจึงกล่าวพระนามของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งที่มีมาในอดีต ในปัจจุบัน และจักมีมาในอนาคต รวมตลอดไปจนถึงท่านที่ทรงคุณ ทรงอำนาจ ทรงฤทธิ์ ในทางที่ดีอื่นๆ เช่น เทวดา อินทร์ พรหม ยักษ์ นาค คนธรรพ์ ครุฑ อสูรเป็นต้น เพื่อขอความเป็นมงคล ความสงบ ความสวัสดี ความไม่มีโรค ชัยชนะ และอายุ รวมทั้งขอให้ท่านคุ้มครองให้พ้นจากเหตุเภทภัยนานัปการ อันจะบังเกิดขึ้นในกาลทุกเมื่อ

คัมภีร์อุปปาตะสันติเป็นคัมภีร์ของไทย แต่ต้นฉบับได้จากเมืองไทยไปอยู่เมืองพม่าเสียนาน จนแทบกล่าวได้ว่าคนไทยในสมัยหลังๆ นี้ ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยได้ยิน แม้แต่ชื่อของคัมภีร์นี้

แต่บัดนี้ เป็นที่โสมนัสยินดียิ่ง ที่เจ้าคุณธรรมคุณาภรณ์ (เช้า ฐิตะปัญโญ) ป.ธ.๙ วัดมหาโพธาราม ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านได้ชำระคัมภีร์นี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทย เพื่อความสะดวกแก่ผู้อ่านที่ไม่สันทัดบาลี โดยได้ต้นฉบับภาษาบาลีอักษรพม่า จากท่านพระอาจารย์ภัททันตะ ธัมมานันทมหาเถระอัครมหาบัณฑิต แห่งวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง

นับว่า เป็นการนำคัมภีร์ของล้านนาไทยโบราณ กลับคืนมาสู่เมืองไทย ให้ชาวไทยในยุคปัจจุบันได้รู้จัก ได้ศึกษา ได้สวด ได้ฟัง ให้เกิดประโยชน์ทางสันติ เพื่อความสงบระงับจากภัยพิบัติทั้งปวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวล้านนา ชาวไทย ตลอดจนชาวโลกทั้งมวล

ข้อแนะนำการอ่านบาลีอักษรไทย

ในภาษาบาลี บางคำใช้อ่านควบหรืออ่านกล้ำ คือออกเสียงครึ่งควบพยัญชนะ ๒ ตัว เช่นคำว่า …

กัตฺวา อ่านว่า กัต-ตฺวา ไม่ควรอ่านว่า กัต-ตะ-วา

ฉะนั้น ในการพิมพ์บาลีอักษรไทย จึงจำเป็นต้องใส่จุดข้างใต้ของพยัญชนะที่จะอ่านออกเสียงกล้ำ เพื่อรักษารูปศัพท์ และความหมายของบาลีไว้ เพื่อให้เป็นที่สังเกตุ เช่น …

คาถาคำอ่านว่าไม่ควรอ่านว่า

หันตฺวาหัน-ตฺวาหัน-ตะ-วา

๑๔อาโรคฺยัญจะอาโร-คฺยัญจะอาโร-คะ-ยัญจะ

๒๔ฐัตฺวาฐัต-ตฺวาฐัต-ตะ-วา

๖๔ชิตินทฺริโยชิติน-ทฺริโยชิติน-ทะริโย

๗๑โสตถฺยาโสต-ถฺยาโสต-ถะยา

๘๖อสิตฺวานะอสิ-ตฺวานะอสิ-ตะวานะ

๒๑๗คะเหตฺวาคะเหต-ตฺวาคะเหต-ตะวา

แม้ในศัพท์อื่นๆ ก็ขอให้ทราบโดยนัยเดียวกันนี้