ทิศที่ ๑๑

บทที่ ๑๗๘

Tags:

ชีวิตย่อมมีขึ้นมีลง ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน
สมบูรณ์พูนสุขอาจไม่อยู่ตลอด ความตกต่ำอาจมาเยือน
เวลาได้ดีมีสุขอย่าหลงระเริงลืมตน
อย่าคิดแต่จะตอบสนองความต้องการของตนฝ่ายเดียว
เมื่อเราได้ดีแล้วจงเปิดทางรอดให้คนอื่นบ้าง
จะทำให้เราไม่เจอทางตัน
เมื่อเราเป็นสุขแล้วจงช่วยให้คนอื่นพ้นทุกข์บ้าง
จะทำให้เราไม่เจอทางตกต่ำ
เมื่อเราอิ่มแล้วจงช่วยให้คนอื่นพ้นจากความหิวโหยบ้าง
จะทำให้เราไม่เจอความตกอับ
คนเรานั้นถ้าทำอะไรออกไป ก็จะได้กลับคืนมาอย่างนั้น
ถ้าเราใจดำกับผู้อื่น เขาก็จะใจดำกับเรา
ถ้าเราใจดีกับผู้อื่น เขาก็จะใจดีกับเรา
จงเมตตาต่อผู้อื่นบ้าง อย่าสนใจแต่ความต้องการของตนเอง

 

บทที่ ๑๗๗

Tags:

ความเห็นผิดนั้นมีโทษภัยใหญ่หลวงนัก
ทำให้หลุดคลาดไปจากทางเจริญ
ทำให้ต้องหลงไปสู่เส้นทางหายนะ
นำไปสู่ทิศทางลงเหว
เดินไปเส้นทางทุกข์โดยเข้าใจว่าเป็นสุข
ทำให้ต้องจับมีดทางคม
ถูกหลอกให้เอามือจับถ่านไฟ
ความเห็นผิดนั้นมีโทษภัยใหญ่หลวงนัก
ท่านผู้เป็นบัณฑิตพึงสมาทานสัมมาทิฏฐิให้มั่นคง
พร้อมทั้งเผยแพร่สัมมาทิฏฐิให้มั่นคงแพร่ขยายในโลก
ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคลังของสัมมาทิฏฐิ
บัณฑิตย่อมมีศรัทธาในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างมั่นคง
พยายามเกื้อหนุนให้พระธรรมแพร่ขยายตั้งมั่นมั่นคงในโลก
เพื่อประโยชน์อันสูงสุดแก่ตนและผู้อื่น
เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของโลกธาตุ

 

บทที่ ๑๗๖

Tags:

คนทั้งหลายชอบลืมคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ผู้นั้นคอยช่วยเราทุกเรื่องเราจึงไม่ใส่ใจ
เราคิดแต่จะเอาใจคนอื่นไม่เคยสนใจคนที่เป็นห่วงเราตลอด
เขาช่วยเราด้วยน้ำใจรักอันบริสุทธิ์เราเลยเห็นเขาเป็นของตาย
ของตายที่เราไม่ต้องสนใจใส่ใจเลยก็ได้
บุคคลผู้หนึ่งคิดจะปลูกต้นไม้
ขวนขวายแต่การบำรุงกิ่งใบไม่เคยสนใจบำรุงราก
บุคคลผู้นี้คือคนโง่เขลาเบาปัญญา
คนโง่จะไม่สนใจบำรุงคนที่เป็นต้นเหตุแห่งความเจริญ
คิดแต่จะเอาอกเอาใจคนอื่นโดยไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของบุพการี
คนอกตัญญูในโลกนี้เป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น
ปลูกต้นไม้แต่ไม่เคยใส่ใจบำรุงราก
คนกตัญญูย่อมใส่ใจเอื้อเฟื้อบำรุงบุพการี

 

บทที่ ๑๗๕

Tags:

เมื่อได้ผลประโยชน์อะไรแล้วหวงแหนเอาไว้เฉพาะตัว
ไม่รู้จักขวนขวายเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน
ผู้นั้นกำลังสร้างศัตรูแวดล้อมอยู่รอบตัว
กำลังพัฒนาสาเหตุของความตกอับให้เกิดขึ้น
เมื่อรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะมีมิตรอยู่รอบตัว
สมบัติทั้งหลายเป็นของคู่โลก
เราเกิดก็ไม่ได้เอามา เราตายก็ไม่ได้เอาไป
รู้จักใช้สมบัติของโลกเพื่อสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น
เป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลประโยชน์คุ้มค่า
สมบัติของผู้ตระหนี่กลายเป็นของไร้ค่า
หวงแหนเอาไว้ก็ไม่สามารถนำเข้าโลงไปด้วย
เกื้อกูลผู้อื่นบ้าง ใจจะเกิดสุข
รู้จักแต่หวงแหนตระหนี่ จะมีแต่ความทุกข์

 

บทที่ ๑๗๔

Tags:

สตินั้นให้ตั้งมั่นในปัจจุบันอารมณ์
ฐานที่ตั้งแห่งสติคืออารมณ์ปัจจุบัน
อารมณ์อดีตอนาคตไม่เป็นที่ตั้งแห่งสติ
กำหนดความรู้สึกที่กายจะได้ปัจจุบันอารมณ์
ความรู้สึกที่กายจะเป็นปัจจุบันอารมณ์ตลอด
จงกำหนดสติที่กาย
กำหนดสติที่ลมหายใจเรียกว่าอานาปานสติ
กำหนดสติที่การเคลื่อนไหวของกายเรียกว่าเจริญสติในอิริยาบถ
สติในปัจจุบันอารมณ์มีค่าอย่างยิ่งต่อท่านผู้ปฏิบัติธรรม
จะเป็นจุดเริ่มต้นแก่กรรมฐานทั้งหลาย
จะเป็นบ่อเกิดของธรรมทั้งหลายมีโพธิปักขิยธรรม ๓๗ เป็นต้น
ถ้าปล่อยใจไปอดีตอนาคตจะเป็นที่ตั้งแห่งธรรมไม่ได้
ปัจจุบันอารมณ์เป็นที่ทำงานของท่านผู้ปฏิบัติธรรม
ปฏิบัติไปถึงไหนก็อย่าทิ้งปัจจุบันอารมณ์

 

บทที่ ๑๗๓

Tags:

เมื่อทำความดีแต่ละครั้ง
จิตใจอิ่มเอิบเบิกบานปีติรื่นเริง
เมื่อทำความชั่วแต่ละครั้ง
จิตใจก็ห่อเหี่ยวเป็นทุกข์กระวนกระวายใจ
เส้นทางของความดีนั้นสว่างสวยใส
เส้นทางของความชั่วนั้นอับทึบหม่นหมอง
ความดีเมื่อทำแล้วผู้ทำย่อมภูมิใจ
จิตใจเป็นสุขร่มเย็น
อานิสงส์ของการสร้างความดีนั้นให้ความสุขใจก่อนอื่น
หลังจากนั้นจะนำมาซึ่งความประเสริฐอีกมากมาย
ใจย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์
ใจดีย่อมเกิดผลดีที่สุด
ใจเสียย่อมเกิดผลเสียที่สุด
เมื่อทำชั่วนั้นใจย่อมเสีย
เมื่อใจเสียแล้วจะเหลืออะไรเล่า
จงอย่าประมาทในชีวิต
ความตายก็รุกรนเข้ามา จะเอาอะไรเป็นที่พึ่ง

 

บทที่ ๑๗๒

Tags:

เมื่อถูกด่าว่าอย่างเจ็บแสบ
แกล้งทำเป็นโง่ฟังไม่รู้เรื่องยังดีกว่า
อย่าไปฉลาดทุกเรื่อง
แกล้งโง่บ้างจะให้คุณ
สิ่งในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องดูทั้งหมด
แกล้งทำเป็นตาบอดบ้างจะให้คุณ
สิ่งในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องฟังทั้งหมด
แกล้งทำเป็นหูหนวกบ้างจะให้คุณ
สิ่งในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมด
แกล้งทำเป็นคนใบ้บ้างจะให้คุณ
สิ่งในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องจำได้ทั้งหมด
แกล้งทำเป็นลืมไปบ้างจะให้คุณ
สิ่งในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าใจไปทั้งหมด
แกล้งทำเป็นโง่เขลาเบาปัญญาบ้างจะให้คุณ
สิ่งในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องชนะไปทั้งหมด
แกล้งทำเป็นพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเสียบ้างจะให้คุณ

 

บทที่ ๑๗๑

Tags:

การระเบิดโทสะนั้นเหมือนไฟไหม้ป่า
มอดไหม้จนสิ้นแล้วก็ทำให้กลับดีดังเดิมได้ยาก
กว่าจะเกิดป่านั้นยาวนาน
ไฟเผาผลาญใช้เวลานิดเดียว
มิตรภาพนั้นอาศัยกาลเวลานานบ่มเพาะขึ้น
อย่าทำลายลงง่ายๆ
ระเบิดโทสะทีเดียวก็พังสิ้น
จะแก้คืนได้ยาก
ทำอะไรจงคิดหน้าคิดหลัง
อดกลั้นดีกว่ามุทะลุ
จงฝึกตัวเองให้รู้จักอดกลั้นอยู่เสมอ
อย่าทำตนให้คุ้นเคยกับการระเบิดอารมณ์
เสียหายไปแล้วไม่คุ้มค่ากับความสะใจที่ได้นิดเดียว
ขันติความอดทนข่มกลั้นและโสรัจจะความเสงี่ยม
นี่เป็นธรรมของบัณฑิต

 

บทที่ ๑๗๐

Tags:

ก่อนได้ดีต้องผ่านเส้นทางลำเค็ญ
ไม่มีมหาบุรุษท่านใดประสบผลอย่างง่ายราบรื่น
ต้องเจอปัญหาอุปสรรคกันทั้งนั้น
ปัญหาอุปสรรคใหญ่มีไว้รอมหาบุรุษใหญ่
ผู้มีบารมีสูงจะฝึกตนจากความทุกข์เข็ญ
ก่อนอรุณรุ่งก็เหมือนกับมืดมิดไปทุกทาง
แต่ตะวันก็มีกาลเวลาขึ้น
จงอดทนทำความเพียรอย่าย่อท้อ
สั่งสมความดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
อย่าอ่อนแอท้อถอยเพราะอุปสรรค
น้ำสูงทำให้ก้านบัวสูง
คนเรายิ่งใหญ่ได้เพราะพยายามอดทนต่อสิ่งบีบคั้น
รักษาความดีให้มั่นคงอย่างเกลือรักษาความเค็ม
ในช่วงเวลาที่สิ้นไร้ไม้ตอกนั้น
ความดีจะเป็นที่พึ่ง

 

บทที่ ๑๖๙

Tags:

ถ้าหากยังมีความต้องการเพียงลาภยศชื่อเสียงในโลกมนุษย์
ชื่อว่ายังติดกับดักในโลกนี้อยู่
กับดักย่อมมีเหยื่อล่อที่น่าพอใจ
หย่อนเบ็ดเปล่าลงมาปลาไม่สนใจ
เมื่อมีเหยื่อลงมาในเบ็ดด้วยปลาจึงฮุบ
เหยื่อนั้นมีเพื่อให้ปลาเดือดร้อนมิใช่เพื่อผลประโยชน์
สิ่งที่สร้างความพอใจให้เราหลงติดคือเหยื่อในโลก
เหยื่อในโลกมีเพื่อความเดือดร้อนของชาวโลก
เหยื่อนั้นมีเพื่อให้เดือดร้อน มิใช่เพื่อผลประโยชน์
ติดข้องในสิ่งใดสิ่งนั้นจะสร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
ต้องเวียนว่ายตายเกิดนับภพนับชาติไม่ถ้วนเพราะหลงเหยื่อ
ตกนรกหมกไหม้ก็เพราะเหยื่อในโลกอีกเหมือนกัน
ท่านผู้มีปัญญาตัดใจสละความยินดีในเหยื่อของโลก

  Syndicate content