ทิศที่ ๑๑
บทที่ ๒๑๘
เขียนโดย mai เมื่อ ส, 2010-04-10 08:01 Tags:เมื่อจิตไร้อุปาทาน
ย่อมมองทุกอย่างตามความเป็นจริง
ย่อมยอมรับความจริง
ย่อมไม่ฝืนความจริง
อย่าเอาอัตตาไปฝืนความจริง
อย่าเอาความถือดีไปฝืนความจริง
อย่าเอาความลำเอียงเข้าข้างตัวเองไปฝืนความจริง
ฝืนความจริงไปก็ไม่ได้อะไรนอกจากทุกข์ตอบแทน
เมื่อจิตไร้อุปาทานจึงถอนความยึดมั่นถือมั่น
ย่อมยอมรับความจริงว่าสิ่งทั้งปวงไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา
เมื่อยอมรับความจริงจึงสิ้นทุกข์
ไม่มีความกลัว ไม่มีความโศกเศร้าพิรี้พิไรรำพัน
จิตไร้อุปาทานย่อมสิ้นทุกข์ทั้งปวง
จงขวนขวายเจริญศีลสมาธิปัญญาเพื่อละอุปาทานในขันธ์ ๕
ความพากเพียรนี้จะนำไปสู่ความสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด
บทที่ ๒๑๗
เขียนโดย mai เมื่อ ศ, 2010-04-09 08:02 Tags:อารมณ์ทั้งหลายย่อมผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ไม่มีอะไรอยู่คงทน
ตั้งอยู่เพียงขณะหนึ่งแล้วก็ดับไป
เหมือนน้ำที่ผ่านสายยาง
ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
อารมณ์ที่ผ่านจิตก็เป็นเช่นนั้น
ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
มีแต่ความเกิดดับเปลี่ยนแปร
สังขารทั้งรูปธรรมนามธรรมล้วนไม่เที่ยงแท้
ไม่คงทนเปลี่ยนแปรตลอดกาล
อย่ายึดมั่นกับสิ่งใด
ยึดไว้ก็ทุกข์เปล่า
สังขารทั้งหลายย่อมไม่สนใจความยึดของเรา
ย่อมเป็นไปตามกฎเกณฑ์อย่างซื่อตรง
ไปยึดเองก็ทุกข์เอาเอง
บทที่ ๒๑๖
เขียนโดย mai เมื่อ พฤ, 2010-04-08 09:07 Tags:ลาภยศสรรเสริญคือสมบัติในโลกนี้
สมบัติในโลกนี้มีกายเป็นผู้เสวย
โลกนี้ไม่เที่ยง กายนี้ไม่เที่ยง
สิ่งทั้งปวงเป็นอนิจจังคือไม่เที่ยง
ผู้เห็นแจ้งในสัจจะจึงไม่ติดในลาภยศสรรเสริญ
ผู้มีปัญญาญาณย่อมไม่ติดกับสมบัติในโลกนี้
เป็นผู้สักแต่ว่าอาศัยเพื่อสร้างบารมีสร้างคุณความดี
มีสมบัติเพื่อทำประโยชน์แก่ชาวโลก
มีสมบัติเพื่อประดิษฐานสัจธรรมให้ยั่งยืน
ลาภยศอาศัยได้แต่อย่าไปยึดมั่น
การยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดๆเพราะไม่เข้าใจสัจจะของสิ่งทั้งปวง
ความจริงคือความเกิดดับ
ยึดไว้ก็ทุกข์เปล่า
หวงเอาไว้ในที่สุดก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี
จงปล่อยวางความยึดมั่นออกจากใจ
บทที่ ๒๑๕
เขียนโดย mai เมื่อ อ, 2010-04-06 08:25 Tags:สูงสุดต้องคืนสู่สามัญ
การสูงโดดเด่นอยู่อย่างเดียวจะเสียสมดุลธรรมชาติ
ยิ่งสูงส่งยิ่งต้องอ่อนน้อม
ยิ่งโดดเด่นยิ่งต้องถ่อมตัว
เย่อหยิ่งถือดีเป็นพิษภัย
กระด้างจองหองเป็นความเสียหาย
เจริญแล้วเย่อหยิ่งจะไปไม่รอด
รุ่งเรืองแล้วถือดีจะอยู่ไม่ทน
มีอำนาจแล้วกระด้างฝูงชนจะไม่ยอมรับ
ร่ำรวยแล้วจองหองจะถูกก่นด่าประณาม
คนเรานั้นเวลาธรรมดาจะดูกันยาก
เมื่อมีอำนาจวาสนาจะแสดงธาตุแท้
เมื่อเจอเหตุการณ์คับขันจะแสดงนิสัยเดิม
การฝึกฝนจิตให้ตั้งอยู่ในธรรมจะเป็นคุณค่าแท้จริงของชีวิต
ลาภยศสรรเสริญเป็นคุณค่าชั่วคราว
อำนาจวาสนาเป็นคุณค่าฉาบฉวย
ผู้มีปัญญาเห็นแจ้งในความไม่เที่ยงของสังขาร
บทที่ ๒๑๔
เขียนโดย mai เมื่อ จ, 2010-04-05 08:11 Tags:ชาวโลกบ่นเพ้อว่าโลกนี้ช่างมีแต่ความทุกข์
โน่นก็ทุกข์นี่ก็ทุกข์
แต่ถ้าหากรู้ว่ากายนี้เป็นเพียงดินน้ำไฟลมผสมกัน
ไม่มีตัวเราไม่มีของเรา
ทุกคนเกิดมาก็มาตายกันหมด
สมบัติทั้งหลายก็ไม่มีใครขนไปเมืองผี
ร่างกายก็เน่าเปื่อยผุพังสลายกลับคืนไปสู่ธาตุดิน
ไม่มีสิ่งใดที่ครอบครองเป็นของเราจริง
ล้วนแต่เป็นมายาภาพฉาบฉวย
คนเราเกิดผ่านมาในโลกนี้แล้วก็ผ่านไป
ไม่มีใครเอาอะไรมาเกิด ตายไปก็ไม่ได้ขนอะไรไป
เอาไปได้ก็เพียงแต่บุญและบาป
ของรักหวงแหนแค่ไหนตายไปก็ไม่มีใครขนไปสักชิ้น
ญาติสนิทมิตรสหายก็ต่างมาต่างไปตามกรรมของตน
ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ไม่มีใครมีอะไรอย่างแท้จริง
บทที่ ๒๑๓
เขียนโดย mai เมื่อ ส, 2010-04-03 08:20 Tags:พื้นฐานของนิพพานคือบุญกุศล
ส่วนบาปอกุศลนั้นอยู่ห่างไกลนิพพานยิ่งนัก
บุญกุศลนั้นเป็นเหตุปัจจัยให้เข้าสู่นิพพาน
ผู้ที่ไม่มีบุญกุศลเป็นกำลังใหญ่จะไหลเข้าสู่นิพพานไม่ได้
บุญกุศลนั้นเปรียบเหมือนเรือข้ามฝั่งไปสู่นิพพาน
เมื่อถึงฝั่งก็ต้องทิ้งเรือ
แต่ถ้ายังไม่ถึงฝั่งจะทิ้งเรือไม่ได้เด็ดขาด
เรือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดที่จะนำพาข้ามฝั่ง
ฉะนั้นจงบำรุงรักษาเรือให้แข็งแรง
สร้างเรือให้มั่นคงเพื่อต่อสู้กับคลื่นและอุปสรรค
จงสร้างบุญกุศลให้มากเพื่อเป็นเสบียงไปสู่นิพพาน
เพื่อจะเป็นองค์ประกอบในการผ่านมารและอุปสรรค
อย่าปล่อยให้เรือรั่วเรือผุโดยไม่บำรุงรักษา
ความดีและบุญกุศลต้องสร้างให้เกิดอยู่เสมอ
บทที่ ๒๑๒
เขียนโดย mai เมื่อ ศ, 2010-04-02 09:01 Tags:เมื่อความประมาทตั้งขึ้นที่ใจ
ก็ประดุจห่างไกลเป็นร้อยโยชน์
ธรรมะนั้นเมื่อขวนขวายก็ประสบพบเจอ
เมื่อเชือนแชประมาทก็เหมือนเหินห่างจนยาวไกล
ธรรมะเกิดได้ทุกขณะจิต
กิเลสก็เกิดได้ทุกขณะจิต
ไม่เลือกโอกาสกาลสถานที่
จงเจริญสติทุกเมื่อ
อย่าประมาทในธรรม
มีสติเมื่อใดธรรมะก็ตั้งขึ้นได้เมื่อนั้น
ประมาทเมื่อใดก็พังได้เมื่อนั้น
ธรรมะย่อมเกื้อหนุนธรรมะด้วยกัน
กิเลสก็ย่อมเสริมกิเลสด้วยกัน
อย่าดูหมิ่นในของเล็ก ของเล็กอาจชักจูงของใหญ่มา
อย่าประมาทในบุญเล็กน้อยแล้วละเลย
อย่าประมาทในบาปเล็กน้อยแล้วฝืนกระทำ
อย่าปล่อยให้ความประมาทตั้งขึ้นที่ใจ
บทที่ ๒๑๑
เขียนโดย mai เมื่อ พฤ, 2010-04-01 08:01 Tags:ความดีนั้นจงทำให้สูงยิ่ง
แต่ให้แสดงออกต่อสังคมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตัว
เราทำดีกับใครให้ลืมไปเสีย
ใครทำดีกับเราจงจำให้แม่น
ใครทำร้ายกับเราให้ลืมไปเสีย
เราเคยร้ายกับใครให้ขวนขวายชดเชยแก้ไข
อย่าดูความดีของตัวเอง
อย่าดูความชั่วของคนอื่น
จงดูความชั่วของตัวเองเสมอเพื่อแก้ไข
อย่าดูความชั่วของตัวเองเพื่อเอามาเศร้าใจ
ผ้าเปื้อนซักได้ เคยผิดพลาดมาก็แก้ไขได้
ทุกวันต้องขวนขวายละชั่วประพฤติดี
ชีวิตต้องดีขึ้นอย่าเลวลง
แต่จงอย่าทำความดีเพื่อไปข่มขี่ผู้อื่นว่ากูดีกว่ามึง
จงอย่าอวดโม้สรรพคุณความดีของตนเอง
จงประกาศความผิดพลาดบกพร่องของตนเองเสมอ
อยากพัฒนาตนต้องทำให้จริงอย่าดีแต่โม้โอ้อวด
บทที่ ๒๑๐
เขียนโดย mai เมื่อ พ, 2010-03-31 08:26 Tags:ความแพ้พ่ายและชัยชนะล้วนเป็นเรื่องมายา
การได้และการสูญเสียล้วนเป็นเรื่องมายา
ถ้าตั้งเงื่อนไขในใจตนว่าต้องชนะเท่านั้นแพ้ไม่ได้
นั่นคือการนำจิตไปใส่กรงที่คับแคบ
เมื่อชนะก็ตื่นเต้นลิงโลดดีอกดีใจ
เมื่อแพ้ก็เป็นทุกข์เศร้าโศกเสียใจ
ถ้าไม่ตั้งเงื่อนไขในใจตนว่าต้องชนะเท่านั้นแพ้ไม่ได้
จิตใจย่อมเปิดกว้างเป็นอิสระยิ่งนัก
ถ้าชนะขึ้นมาก็อย่างนั้นอย่างนั้นแหละ
ถ้าพ่ายแพ้ก็จะเป็นอะไรไป
แม้การได้และการสูญเสียก็เป็นเช่นเดียวกัน
ถ้าเราไม่ตั้งเงื่อนไขในใจตนว่าต้องได้เท่านั้นสูญเสียไม่ได้
จิตใจย่อมเปิดกว้างเป็นอิสระยิ่งนัก
ไม่เป็นการนำจิตไปใส่กรงที่คับแคบ
โลกนี้เป็นมายาไม่จีรังยั่งยืน
บทที่ ๒๐๙
เขียนโดย mai เมื่อ อ, 2010-03-30 08:24 Tags:ขุนพลที่กล้าหาญที่สุดจะออกมายอมรับผิดเป็นคนแรก
จะซื้อใจคนได้ก็ตอนที่ออกมารับผิดมิใช่ตอนรับความดีความชอบ
แม้ความดีความชอบที่สร้างขึ้นมาเอง
ก็หัดยกให้คนอื่นไปบ้าง
ให้ได้หัวใจคนมาก่อนอย่างอื่นจะตามมาเอง
คนที่ใจกว้างกว่าผู้อื่น
ฝูงชนจะปล่อยให้ขึ้นสู่ที่สูงอย่างเต็มใจ
ไม่มีใครยอมใครถ้าหากไม่เคยซึ้งใจกันมา
คนที่คิดแต่เอาผลประโยชน์เข้าตัวเองใครจะยอมรับ
ตัวเองยังภูมิใจตัวเองได้ยาก
คนอื่นจะไม่ชังน้ำหน้าคนเห็นแก่ตัวได้อย่างไร
ยังไม่รู้จะทำอะไรก็จงฝึกการเป็นผู้ให้เอาไว้ก่อน
เพราะว่าบารมีทั้งหลายเริ่มต้นด้วยทาน
ฝึกตนเป็นผู้ให้จนเป็นนิสัย
แล้วความประเสริฐอย่างอื่นจะทยอยตามมาเอง


ความคิดเห็นล่าสุด
1 ปี 49 สัปดาห์ ก่อน