พุดตานกถา ๑ - ๙
๑
ราตรีนี้สั้นนัก
ชีวิตคนมิใช่ยั่งยืนยาวไกล
จงอย่าประมาทในชีวิต
ชีวิตของเราไม่เที่ยงแท้แน่นอน
ความตายเป็นของแน่นอน
ควรละความชั่ว ควรสร้างความดี ควรสร้างบุญ
เพราะว่าสัตว์ที่เกิดมาแล้ว จะล่วงพ้นอำนาจพระยามัจจุราชไม่มี
บุคคลผู้มีปัญญาเมื่อเห็นแจ้งในความไม่เที่ยงของชีวิต
ย่อมขวนขวายศึกษาธรรม และประพฤติธรรม
พระธรรมจะเป็นที่พึ่งที่แท้จริง
๒
อย่ากลัว ที่จะทำตัวให้ต่างจากคนชั่ว
อย่าเกรง ที่จะพัฒนาตนให้ดีขึ้น
อยากเจริญ ต้องกล้าแปลกแยกจากความชั่ว
อยากพัฒนา ต้องขวนขวายเข้าหาความดีงาม
ผู้ปฏิบัติธรรมใหม่ ต้องแสวงหากัลยาณมิตร
กัลยาณมิตร คือผู้ที่มีคุณธรรมสูงกว่าเราสำหรับเป็นตัวอย่าง
พร้อมทั้งสามารถให้โอวาท ชี้นำ ทำให้ดู บอกข้อบกพร่องได้
อยากได้ดีต้องขวนขวายเข้าหามิตรดี เพื่อนดี
ถ้าหาคนดีคบไม่ได้ไซร้
พึงอยู่ผู้เดียว และไม่พึงกระทำความชั่ว
๓
ทุกเช้า ให้เป็นเช้าที่จะริเริ่มสร้างความดี
ทุกค่ำให้ประเมินตนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง
เอาความผิดพลาดเป็นครู เพื่อแก้ไขในวันรุ่งขึ้น
อย่ามีชีวิตที่ถอยหลังหรืออยู่กับที่
ทุกวันต้องเป็นวันเพื่อขวนขวายละชั่ว ทำดี
ชีวิตนี้ต้องดีขึ้น อย่าเลวลง
น้ำหยดทีละหยดยังเต็มตุ่ม
บารมีที่ขวนขวายสร้างทีละนิด จะเต็มได้
อย่าดูถูกตัวเอง แล้วไม่สร้างความดี
อย่าสบประมาทตัวเอง แล้วไม่ละความชั่ว
อย่าจมปลักอยู่กับอดีต แล้วไม่พัฒนาตน
ทางเดินร้อยลี้ เริ่มจากก้าวก้าวเดียว
๔
คนเลี้ยงม้าให้พระราชา ยังเป็นคุณหลวงได้
หมอนวดพระราชา ยังเป็นคุณพระได้
ผู้ที่ช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ แก่ผู้ยิ่งใหญ่
ย่อมสามารถมีศักดิ์ฐานันดรอันสูงได้
ในโลกนี้ ไม่มีใครใหญ่เกินองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ที่ช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ แก่พระองค์ผู้จอมไตรภพ
เช่นปัดกวาดเช็ดถูพระพุทธรูป หิ้งพระ
กวาดอาวาสวิหารลานพระเจดีย์
แม้แต่ล้างส้วม ทำความสะอาดในวัดวาอาราม
ย่อมสามารถมีศักดิ์ฐานันดรอันยิ่งใหญ่ทางธรรมได้
งานเล็กน้อยที่สร้างอุทิศแก่ผู้ยิ่งใหญ่นั้น
ผลมิได้ออกมาเล็กน้อยด้วยเลย
ฉะนั้น ท่านผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด
จึงขวนขวายในการบูชาพระรัตนตรัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
๕
บุคคลอาจเดินทางไปในทิศต่างกัน
แต่จุดหมายปลายทางเดียวกันคือป่าช้า
เมื่อเกิดมาก็เอาความตายมาด้วย
ความเกิดก็คือความตาย ความตายก็คือความเกิด
ชีวิตก็คือความใกล้ตาย
ก่อนตายก็คือมีชีวิต
คนโง่คิดว่ามีอยู่ แท้ที่จริงดับสลาย
เกิดมาชั่วขณะ ก็แตกดับเปลี่ยนแปลง
ความเที่ยงแท้คือของหลอก
ความแตกดับคือของจริง
อย่าหลอกตัวเองอยู่ในความฝัน
อย่ากลบเศษแก้วไว้ด้วยขี้เถ้า
ความตายคือของที่อยู่ในพกในห่อ ไปไหนก็เอาไปด้วย
ควรสร้างกุศล ควรประพฤติธรรม ควรประกอบบุญบารมี
อย่าปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยไปเปล่า
เพราะผู้ประมาท ย่อมไปยัดเยียดอยู่ในนรก ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด
๖
รักตัวเองจริง ต้องฝึกฝนตน
การกระทำของตัวเองนั่นแล คือเครื่องบ่งชี้
หาใช่คำสรรเสริญนินทาไม่
คำพูดคน ไม่อาจทำให้ หินลอยน้ำ นุ่นจมน้ำ
จงเคารพตนเองด้วยการสร้างความดี
การสร้างความชั่วคือการทำร้ายตน
ความดีช่วยให้เราเจริญในขณะที่เรากระทำ
ไม่ต้องรอจนกระทั่งขณะที่คนยอมรับ
คำเชื้อเชิญกินข้าว ยังไม่สามารถช่วยให้อิ่มท้องได้
สรรเสริญ นินทา เป็นของกลวง
สิ่งที่เรากระทำนั่นแหละ ของจริง
๗
จิตของเราท่านเปรียบว่าซนเหมือนลิง
การฝึกสมาธิก็คือการฝึกลิง
หรืออีกประการท่านเปรียบว่าฝึกโคดื้อ
การฝึกสมาธิ ต้องอดทน
พึงมีศีลและกุศลธรรมทั้งปวงเป็นบาทฐาน
สติเป็นตัวดำเนินการงาน ความเพียรพยายามคือกำลัง
กำหนดจิตอยู่ที่องค์กรรมฐาน อย่าทอดธุระ
ถึงแม้จะมีอารมณ์ภายนอกมารบกวนก็อย่าท้อแท้
ทางเดินร้อยลี้เริ่มจากก้าวก้าวเดียว
ก่อนอรุณรุ่ง ใยมิใช่มืดสนิท
ท่านผู้ชำนาญในสมาธิ ก็เคยเป็นอย่างเรามาก่อน
แต่เพราะการฝึกฝนไม่ล้มเลิกจึงสำเร็จผลได้
ความสุขจากสมาธิ เป็นความสุขอันประเสริฐ
คุ้มค่ากับการอดทนลงทุนลงแรงฝึกฝน
วันนี้คุณทำสมาธิหรือยัง
๘
รักร้อยย่อมทุกข์ร้อย
รักห้าสิบย่อมทุกข์ห้าสิบ
รักหนึ่งย่อมทุกข์หนึ่ง
ไม่รักย่อมไม่ทุกข์
ความโศกย่อมเกิดจากความรัก
ความกลัวย่อมเกิดจากความรัก
ผู้ที่ปราศจากความรักย่อมปราศจากความโศกและความกลัว
สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง
จิตดวงที่มีความรักย่อมคัดค้านความไม่เที่ยง
สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์
จิตดวงที่มีความรักย่อมคัดค้านความเป็นทุกข์
สังขารทั้งปวงเป็นอนัตตา
จิตดวงที่มีความรักย่อมคัดค้านความเป็นอนัตตา
จิตดวงที่มีความรัก ย่อมกลัวการปรากฏขึ้นของความจริง
จิตดวงที่มีความรัก เมื่อความจริงปรากฏขึ้น ย่อมมีโศก
จิตดวงที่ไม่ยอมรับความจริง ย่อมมีความกลัว ย่อมมีความโศก
รักร้อยย่อมทุกข์ร้อย
รักห้าสิบย่อมทุกข์ห้าสิบ
รักหนึ่งย่อมทุกข์หนึ่ง
ไม่รักย่อมไม่ทุกข์
๙
ที่บอกว่าเห็นโทษกิเลสแล้ว แต่ยังละไม่ได้
นั่นคือบอกว่า ยังไม่เห็นโทษกิเลสนั่นเอง
ที่เห็นโทษแล้วต้องละได้
ที่ยังละไม่ได้คือไม่เห็นโทษ
ความรู้นั้นอย่างหนึ่ง
แต่รู้หลังจากละนั้นคือรู้แจ้งเห็นจริง
รู้ก่อนละคือปัญญา รู้หลังละคือวิมุตติญาณทัสสนะ
เมื่อรู้แล้วฝึกละด้วย นั่นคือผู้ปฏิบัติ
ถ้ารู้แล้วไม่ละ ไม่มีคุณค่าของการรู้
ผู้เรียนธรรม จะแตกฉานในธรรมไม่ได้
ถ้าไม่มีผลงานในภาคปฏิบัติ
อยากรู้ธรรมะ อย่าเพียงแค่รู้ท่อง
อยากรู้ให้จริง ต้องรู้ละ

ความคิดเห็นล่าสุด
19 สัปดาห์ 1 วัน ก่อน
19 สัปดาห์ 2 วัน ก่อน
30 สัปดาห์ 5 วัน ก่อน
1 ปี 8 สัปดาห์ ก่อน
1 ปี 8 สัปดาห์ ก่อน
1 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
1 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 24 สัปดาห์ ก่อน