ป่าช้าจีน (ต่อ ๑๓)

Tags:
  • จะหนีทุกข์ กลัวทุกข์ไปทำไม ในเมื่อความทุกข์คืออาจารย์สอนธรรมองค์สำคัญ
  • ความมักน้อยสันโดษ คือเกราะป้องกันความทุกข์อย่างดี
  • ถ้าปราศจากความสละละวางและความสลัดคืนในสิ่งทั้งปวงแล้ว ชีวิตไม่มีทางจะพบความสวัสดีปลอดภัยได้เลย
  • ความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นก็คือ สัญญาณเตือนว่า ตั้งจิตไว้ผิดนั่นเอง
  • จงเลิกคิดปรุงแต่งเสียทีว่า เราจะสำเร็จเวลาใดเมื่อไร
  • อนาคตคือสิ่งที่ไม่ควรรู้เป็นอย่างยิ่ง
  • ที่เราอยากรู้อนาคต เพราะมากด้วยความโลภ มากด้วยกิเลส มากด้วยตัณหานั่นเอง
  • ถ้าเราเมตตาต่อศัตรูไม่ได้ ก็ไม่ชื่อว่าเป็นพุทธบุตร
  • ตราบใดที่ใจยังมีความรัก ก็ชื่อว่ามีเชื้อแห่งโรคประสาท เชื้อแห่งความบ้าอยู่อย่างพร้อมมูลทีเดียว
  • เรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่สุดก็เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่สุดก็เป็นไปได้
  • จงอย่าทำความรู้สึกว่ามีตัวเราที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมาอย่างเด็ดขาด
  • ผู้ที่อยากดัง อยากเด่น อยากเจริญรุ่งเรือง มีเกียรติ มียศ คือคนโง่เขลา
  • ในลาภนั่นแหละมีความเสื่อมลาภอยู่ด้วย ในยศนั่นแหละมีความเสื่อมยศอยู่ด้วย ในสรรเสริญนั่นแหละมีนินทาอยู่ด้วย ในสุขนั่นแหละมีทุกข์อยู่ด้วย ในความเจริญนั่นแหละมีความเสื่อมอยู่ด้วย
  • การยินดี ยินร้าย ดีใจ เสียใจ สมหวัง ผิดหวัง มีอยู่แต่ผู้มีอวิชชาเท่านั้น ส่วนผู้รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมชาติของโลก จะไม่หวั่นไหว ยินดี ยินร้าย ไปกับทุกสิ่งในโลกเลย
  • จงฝากจิตไว้กับสติปัฏฐาน อย่าฝากไว้กับใคร
  • ถ้าหากเสียใจ น้อยใจ เมื่อถูกเค้าหลอก ถูกเค้าลวง แสดงว่าจิตใจยังต่ำทราม อ่อนแอ อยู่มาก
  • จงทำจิตให้มั่นคงอย่างภูผาหิน ที่ไม่หวั่นไหวด้วยแรงลม
  • ในความเสื่อมลาภนั่นแหละมีลาภอยู่ด้วย ในความเสื่อมยศนั่นแหละมียศอยู่ด้วย ในนินทานั่นแหละมีสรรเสริญอยู่ด้วย ในทุกข์นั่นแหละมีสุขอยู่ด้วย ในความเสื่อมนั่นแหละมีความเจริญอยู่ด้วย
  • ผู้ที่ขวนขวายแสวงหาความสุขทางกายคือผู้ประมาท
  • ขอเราจงอย่าได้ประมาท อย่าได้เกียจคร้านในการเจริญสติเลย จะได้สามารถทำให้อารมณ์ทุกอย่าง จบที่จิตเรา ไม่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้