พระมหาเถระ พุทธสาวก

Tags:
 

พระมหากัสสป

คือภิกษุผู้ใหญ่ครั้งพุทธกาลองค์หนึ่ง ออกบวชจากสกุลพราหมณ์ที่ร่ำรวยมหาศาล เป็นผู้มักน้อยสันโดษ ยินดีในการถือธุดงควัตร พระพุทธเจ้าทรงยกย่องในเรื่องนี้เอาไว้มาก ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ท่านเป็นองค์สำคัญที่นำพระเถระทั้งหลายสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรก


 

พระนาลกะ

หลานของกาลเทวินดาบสที่เป็นผู้มาทำนายเจ้าชายสิทธัตถะว่าจะได้เป็นศาสดาเอกตั้งแต่วันประสูติใหม่ๆ กาลเทวินดาบสได้แนะนำให้ท่านนาลกะออกบวชรอมหาบุรุษ ท่านจึงได้สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิ ออกบวชรอเป็นเวลาถึง ๓๕ ปี เมื่อมหาบุรุษได้ตรัสรู้แล้ว ท่านได้มาขอฟังธรรมแล้วไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ท่านปฏิบัติโมเนยยปฏิปทา คือมีความมักน้อยสันโดษอย่างสูง ไม่ติดไม่ข้องสิ่งใด วันนี้นอนโคนไม้ต้นนี้ พรุ่งนี้นอนโคนไม้ต้นอื่น ไม่ซ้ำต้น วันนี้บิณฑบาตรบ้านนี้ พรุ่งนี้บิณฑบาตรบ้านอื่น ไม่ซ้ำบ้าน ท่านมักน้อยอย่างอุกฤษฏ์มาก หลังจากท่านฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วนำไปปฏิบัติได้ ๗ เดือน พระนาลกะก็เข้านิพพาน (มรณภาพ) ในท่ายืน หันหน้าไปทางที่พระพุทธเจ้าประทับ ท่านเป็นพระอรหันต์ที่ปฏิบัติในโมเนยยปฏิปทา (ปฏิปทาของพระมุนี) อย่างอุกฤษฏ์ มีความมักน้อยสันโดษอย่างสูง หาที่เปรียบมิได้


พระจุลปันถก

พระมหาปันถกผู้เป็นพี่ชาย เมื่อบรรลุอรหัตผลแล้ว ก็พยายามสอนพระน้องชายชื่อพระจุลปันถก เพื่อจะให้บรรลุธรรมตาม แต่พระจุลปันถกท่านเป็นคนโง่ เพราะในอดีตชาติเคยหัวเราะเยาะคนโง่มา เลยทำให้ท่านไม่สามารถท่องจำคาถาแค่ ๔ บรรทัดได้ ทั้งที่ใช้เวลาถึง ๓-๔ เดือน พระมหาปันถกต้องการลงโทษจึงขับไล่ พระจุลปันถกน้อยใจจึงไปหาพระพุทธเจ้าเพื่อขอลาสึก แต่พระพุทธเจ้าไม่ยอมสึกให้ พร้อมทั้งมอบผ้าขาวให้ ๑ ผืนให้พระจุลปันถกเอามือลูบ พร้อมทั้งท่องว่า รโชหรณังๆๆ ซึ่งแปลว่า ผ้าเช็ดธุลีๆๆ พระจุลปันถกลูบไป จนผ้าสีขาวกลายเป็นสีเทา เนื่องจากเหงื่อไคลในกายติดผ้า ท่านจึงเกิดปัญญาว่าสิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง ขาวแล้วกลับไม่ขาว จนเกิดญาณเห็นโทษในสังขาร บรรลุอรหัตผลขณะที่เอามือลูบผ้าขาวนั้นเอง