ตัณหาอยู่หนใด (ต่อ ๑)
เขียนโดย dy เมื่อ จ, 2008-01-14 14:44
Tags:
- การละอุทธัจจะได้ ก็คือการละความหลงในมายาแห่งการปรุงแต่งของสังขารขันธ์ได้ คือการไม่ติดในอดีตและอนาคตและสามารถเห็นแจ้งในปัจจุบันอยู่
- การละอวิชชาได้ คือการละอุปาทานในความมีอยู่ในปัจจุบันที่ปรากฏในความเห็นแจ้งของสติได้
- การละมานะ คือการละรูปลักษณ์หรือการละเปลือก หรือการละกระดาษห่อของแห่งความมีอยู่ เป็นอยู่ ตั้งอยู่ ทรงอยู่ ที่ปรากฏแก่สติของพระโยคาวจรผู้เพียรเพ่งอยู่ในปัจจุบันอารมณ์นั้น
- โลกนี้ไม่น่าอยู่ เป็นเพียงที่สร้างบารมีเท่านั้น
- ความสามารถในการช่วยเหลือผู้อื่นจะมีความน่าภาคภูมิใจอันใด ในเมื่อยังเอาตัวเองไม่รอด
- เมื่อแผ่เมตตาไปจนกระทั่งเกิดความรู้แจ้งว่า สัตว์ทั้งปวงมีกรรมเป็นของตน ก็จะเจอตัวอุเบกขา
- ความพยายามที่จะไปรู้เรื่องสิ่งอื่น คนอื่น คือความพยายามที่จะหนีตนเอง
- วิ่งมาก็ช่างเหนื่อยนัก หยุดพักเสียที ตัณหานี้วิ่งตามเท่าไรก็ไม่รู้จักจบเลย ถ้าหากละตัณหาเสียได้ก็สบายอุรา ไม่ต้องวิ่งไปมาไล่คว้าเงา วิ่งไล่แต่เช้าจรดเย็นก็เห็นจะหมดแรงเสียเปล่า วิ่งตามสนองตัณหากับการไล่คว้าเงา ก็ไม่เห็นจะแตกต่างอะไรกันเลย
- เราเจ็บปวดเดือดร้อนก็เพราะว่ามีอวิชชา หลงใหลในความมีอยู่ เป็นอยู่ ตั้งอยู่ หลงใหลในความมีคน มีสัตว์ มีหญิง มีชาย พอมานะมาเสริมก็ช่วยเพิ่มเปลือกเพิ่มเรื่องให้มากขึ้นไปอีกด้วยความยึดความติด พออุทธัจจะมาผสมโรงก็ยิ่งตีกวนให้เรื่องวุ่นวาย แส่ไปเอาอดีต อนาคต มาร่วมวงไพบูลย์
- สรุปแล้ว อุทธัจจะ มานะ อวิชชา ก็พาให้เราบ้า พาให้เราประสาท พาให้เราเจ็บปวดเดือดร้อนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั่นเอง
- ความรู้ ถ้าหากว่ามีมากมายแต่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะมีประโยชน์อะไร กับไอ้ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
- ชีวิตของเราจมปลักอยู่กับความโง่บอด มืดมน อนธกาลมาตลอด จนกระทั่งได้มาเจอกับพุทธธรรม
- ปีติ ไม่สามารถช่วยเราดับทุกข์หรอก ต้องอุเบกขาจึงจะช่วยได้
- ความจริงสัญลักษณ์ของเพศชาย เพศหญิง ก็เป็นของธรรมชาติธรรมดาที่ไม่หยาบคาย แต่เพราะมีตัณหาอุปาทานอันแรงกล้าเข้าไปผสมโรง เลยทำให้สิ่งเหล่านี้พลอยหยาบคายไป
- สิ่งชั่วร้ายในโลกนี้ ก็มีอยู่ตรงที่ตัณหา อุปาทาน เท่านั้น นอกจากนี้ออกไปก็ไม่มีแล้ว
- นิพพานไม่อาศัยเหตุปัจจัย แต่ว่าการบรรลุนิพพานต้องอาศัยเหตุปัจจัย มีการบรรลุโดยลำดับ เจริญขึ้นโดยลำดับ ผู้ใดพยายามเจริญมงคลทั้ง ๓๘ ข้อ นั่นย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้ไปสู่การบรรลุนิพพานโดยแท้
- การได้สิ่งมีค่าใดๆ ในโลก ก็ไม่ทรงคุณค่าเท่ากับการได้รู้แจ้งอริยสัจ
- สภาวเหตุการณ์ทั้งหลายเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดา เมื่อไม่มีตัณหา เรื่องก็จบ
- การละตัณหา ก็คือ การอยู่ที่นี่ ไม่หนี ไม่สู้
- การได้พบตัณหา ได้เห็นตัณหา ได้ทราบอาการปรากฏและอาการดับของตัณหา ก็ชื่อว่าได้เดินมาครึ่งทางแล้ว เมื่อใดที่ญาณปัญญาแหลมคมจนสามารถละตัณหาได้ ก็ถึงสุดทาง

ความคิดเห็นล่าสุด
19 สัปดาห์ 1 วัน ก่อน
19 สัปดาห์ 2 วัน ก่อน
30 สัปดาห์ 5 วัน ก่อน
1 ปี 8 สัปดาห์ ก่อน
1 ปี 8 สัปดาห์ ก่อน
1 ปี 15 สัปดาห์ ก่อน
1 ปี 16 สัปดาห์ ก่อน
3 ปี 24 สัปดาห์ ก่อน