กระท่อมดำในถ้ำเขียว (ต่อ ๓)

Tags:
  • บุคคลผู้มีธรรมจักษุจึงจะมองเห็นว่าสิ่งที่ยึดเอาไว้นั้น ไม่มีสิ่งที่ทำให้สุขเลย มีแต่สิ่งที่ทำให้ทุกข์เดือดร้อนทั้งสิ้น
  • การแผ่เมตตาเป็นการให้อภัยทาน เป็นจาคะการสละชนิดหนึ่ง เป็นการให้ชนิดหนึ่ง เป็นทานชนิดหนึ่ง เป็นทานที่สามารถให้ได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ข้าพเจ้ายอมแพ้แล้ว ข้าพเจ้ายอมอยู่อย่างไม่ได้อะไร ไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร ไม่ครอบครองอะไร และไม่บรรลุอะไร
  • จิตที่ต้องยึดมั่นหอบแบกความมีตัวมีตนเป็นจิตหิว เป็นจิตอ่อนแอ เป็นจิตไร้สมรรถภาพในการพึ่งตนเอง
  • การรอคอยกับการหิวโหยเป็นสิ่งเดียวกัน
  • ผู้บรรลุธรรมจะทำงานและทำหน้าที่โดยไม่หวังผล
  • คิดจะทำงานใหญ่ ต้องทำงานเล็กให้สำเร็จเสียก่อน คิดจะสอนผู้อื่นต้องสอนตัวเองให้ดีเสียก่อน คิดจะควบคุมผู้อื่นต้องควบคุมตัวเองให้ได้เสียก่อน
  • ในสังโยชน์เบื้องสูงนั้น อวิชชากับอุทธัจจะเนื่องกันอยู่ดังนี้ คือ อวิชชาคือความไม่เข้าใจแจ่มแจ้งในสภาพธรรมชาติอันถ่องแท้อันเป็นจริงของอารมณ์ ก่อให้เกิดสภาวะของอุทธัจจะก็คือ การอาลัยในอารมณ์ การไม่เห็นโทษในการกอดรัดอารมณ์ การสละอารมณ์ไม่จริง การทิ้งอารมณ์ไม่ขาด อาการเหล่านี้รวมเรียกสั้นๆ ว่าความฟุ้งซ่าน ซึ่งก็เป็นอาการของอุทธัจจะนั่นเอง
  • ความไม่ยึดมั่นถือมั่น และความปล่อยวาง เป็นยาแก้อาการของอุทธัจจะเป็นอย่างดี
  • ความสละอย่างไม่อาลัยเป็นทหารเอกในการฟาดฟันกับข้าศึกคือ กิเลสทุกขั้นตอน ทุกลำดับชั้น
  • ยิ่งปฏิบัติธรรมสู่สภาพธรรมที่ละเอียดมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งหาคนที่จะเข้าใจเรายากขึ้นทุกที
  • จะขนรูปธรรมและนามธรรมไปนิพพานด้วยไม่ได้
  • ไม่ใช่ว่าไม่มีทุกข์ เพียงแต่ว่าไม่ไปยึดมันเท่านั้น
  • ธรรมจักษุ จะมองเห็นมนุษย์สมบัติและสวรรค์สมบัติเป็นภาพมายาทั้งสิ้น
  • ตัวไร้อุปาทาน คือ แก่นของธรรม
  • ทุกข์มันบีบให้เราไปนิพพานนั่นเอง
  • ถ้ายึดแล้วมันได้อย่างใจยึด ก็อยากจะยึดหรอก
  • จงปล่อยวางให้ได้ แม้แต่ความปล่อยวาง
  • การหลงมายาว่าเป็นจริง เป็นสิ่งที่น่าสงสารที่สุด
  • หลอกใครไม่หลอก ดันไปหลอกตัวเอง โกหกใครไม่โกหก ดันไปโกหกตัวเอง