ธรรมภาษิต ตอน "กระท่อมดำในถ้ำเขียว"
เขียนโดย dy เมื่อ จ, 2008-01-14 14:16
Tags:
๒๙ พ.ค. ๒๕๓๗ - ๒๖ มิ.ย. ๒๕๓๗
ธรรมภาษิตเหล่านี้ ผุดขึ้นมาในจิตขณะปฏิบัติธรรม ขอให้ถือว่าธรรมเหล่านี้เป็นสมบัติกลางของธรรมชาติ ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้บันทึกเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่สงวนลิขสิทธิ์
- ผู้แพ้ที่โกหกตัวเอง และไม่ยอมรับความจริงคือผู้แพ้ที่น่ารังเกียจ
- ความทุกข์มันบีบมันเค้นต่อใจดวงที่ยึดมั่นเท่านั้น
- ของปลอมแม้จะพบเจอสักร้อยหนพันหน มันก็ยังเป็นของปลอมที่ไร้ค่าอยู่ดี ของแท้แม้เจอเพียงหนเดียวก็ยังเป็นของแท้วันยังค่ำ
- วิถีชีวิตที่อยู่ติดดินนั้นดีที่สุดแล้ว ไปอยู่สูงให้ตกเจ็บทำไมเล่า
- วิถีชีวิตที่เรียบๆ อยู่อย่างไร้ความสามารถพิเศษ เป็นที่ยินดีของผู้ไม่อาลัยโลก
- มนุษย์สมบัติมาพร้อมกับความวิตกกังวล หวาดหวั่นพรั่นพรึง เป็นห่วงเป็นใย ไม่เป็นอันกินอันนอน
- อยู่อย่างไร้ สบายกว่าอยู่อย่างมั่งคั่งพรั่งพร้อม
- หอมเอยหอมกลิ่น ความสลัดคืน
- จิตที่คิดสละ จึงจะพบธรรมะของแท้
- ผู้ที่ติดในความยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เวลาตายดวงจิตทุรนทุรายที่สุด
- ไม่ชอบของง่ายหรือ เที่ยวไปตามหาของยาก ของยากก็คืออดีตและอนาคต ของง่ายคือปัจจุบัน
- จงท่องไปเที่ยวไปอย่างไร้กาว
- ของที่ติดแน่น เวลาแกะจะฉีกขาด
- เร่งรีบรุ่มร้อนพลุ่งพล่านทะยานใจไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรใช่ไม๊เล่า ชักช้าอย่างรอคอยโอกาสยังจะดีเสียกว่า
- เป็นห่วงกังวลอะไรกับไอ้ของเกิดดับ วิตกกลัดกลุ้มอะไรกับไอ้ของไม่มีตัวตน
- การถอนอุปาทาน คือ กำหนดหยั่งรู้ไปเรื่อยๆ แล้วเลิกหวังอะไรจากสังขารเสียที แล้วแต่มันจะเป็นไป มีปัญหาก็พยายามแก้ไขมันไปเรื่อยๆ
- คำชมและคำด่าของชาวโลก ไม่สามารถนำมาเป็นกฎเกณฑ์ในการวัดความดีความชั่วของคนได้
- ที่ยึดไว้ ผูกไว้ เพราะใจมันหิว
- กายและจิตซึ่งก็คือขันธ์ ๕ อันนี้ เปรียบประดุจของเล่นชิ้นใหญ่ ซึ่งเด็กผู้โง่เขลาเบาปัญญาด้วยถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้ มาหลงเพลิดเพลินเล่นระเริงอยู่อย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา ไม่รู้จักทุกข์ ไม่รู้จักโทษ
- อุปาทานในขันธ์ ๕ ก็เหมือนติดยาเสพติดให้โทษ ถ้าหากไม่รีบเลิก ไม่รีบถอน ก็ต้องรอคอยเวลาฉิบหายเท่านั้นเอง
- เราแพ้แล้วที่เกิดมา ขันธ์ ๕ คือเครื่องหมายแห่งความพ่ายแพ้ ผู้ใดยังมีความยึดมั่นในขันธ์ ๕ ผู้นั้นไม่สามารถเป็นผู้ชนะขึ้นมาได้เลย


ความคิดเห็นล่าสุด
1 ปี 49 สัปดาห์ ก่อน