ธรรมภาษิต ตอน "กระท่อมดำในถ้ำเขียว"

Tags:
โดยพระชุมพล พลปญฺโ
๒๙ พ.ค. ๒๕๓๗ - ๒๖ มิ.ย. ๒๕๓๗

ธรรมภาษิตเหล่านี้ ผุดขึ้นมาในจิตขณะปฏิบัติธรรม ขอให้ถือว่าธรรมเหล่านี้เป็นสมบัติกลางของธรรมชาติ ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้บันทึกเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่สงวนลิขสิทธิ์

  • ผู้แพ้ที่โกหกตัวเอง และไม่ยอมรับความจริงคือผู้แพ้ที่น่ารังเกียจ
  • ความทุกข์มันบีบมันเค้นต่อใจดวงที่ยึดมั่นเท่านั้น
  • ของปลอมแม้จะพบเจอสักร้อยหนพันหน มันก็ยังเป็นของปลอมที่ไร้ค่าอยู่ดี ของแท้แม้เจอเพียงหนเดียวก็ยังเป็นของแท้วันยังค่ำ
  • วิถีชีวิตที่อยู่ติดดินนั้นดีที่สุดแล้ว ไปอยู่สูงให้ตกเจ็บทำไมเล่า
  • วิถีชีวิตที่เรียบๆ อยู่อย่างไร้ความสามารถพิเศษ เป็นที่ยินดีของผู้ไม่อาลัยโลก
  • มนุษย์สมบัติมาพร้อมกับความวิตกกังวล หวาดหวั่นพรั่นพรึง เป็นห่วงเป็นใย ไม่เป็นอันกินอันนอน
  • อยู่อย่างไร้ สบายกว่าอยู่อย่างมั่งคั่งพรั่งพร้อม
  • หอมเอยหอมกลิ่น ความสลัดคืน
  • จิตที่คิดสละ จึงจะพบธรรมะของแท้
  • ผู้ที่ติดในความยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เวลาตายดวงจิตทุรนทุรายที่สุด
  • ไม่ชอบของง่ายหรือ เที่ยวไปตามหาของยาก ของยากก็คืออดีตและอนาคต ของง่ายคือปัจจุบัน
  • จงท่องไปเที่ยวไปอย่างไร้กาว
  • ของที่ติดแน่น เวลาแกะจะฉีกขาด
  • เร่งรีบรุ่มร้อนพลุ่งพล่านทะยานใจไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรใช่ไม๊เล่า ชักช้าอย่างรอคอยโอกาสยังจะดีเสียกว่า
  • เป็นห่วงกังวลอะไรกับไอ้ของเกิดดับ วิตกกลัดกลุ้มอะไรกับไอ้ของไม่มีตัวตน
  • การถอนอุปาทาน คือ กำหนดหยั่งรู้ไปเรื่อยๆ แล้วเลิกหวังอะไรจากสังขารเสียที แล้วแต่มันจะเป็นไป มีปัญหาก็พยายามแก้ไขมันไปเรื่อยๆ
  • คำชมและคำด่าของชาวโลก ไม่สามารถนำมาเป็นกฎเกณฑ์ในการวัดความดีความชั่วของคนได้
  • ที่ยึดไว้ ผูกไว้ เพราะใจมันหิว
  • กายและจิตซึ่งก็คือขันธ์ ๕ อันนี้ เปรียบประดุจของเล่นชิ้นใหญ่ ซึ่งเด็กผู้โง่เขลาเบาปัญญาด้วยถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้ มาหลงเพลิดเพลินเล่นระเริงอยู่อย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา ไม่รู้จักทุกข์ ไม่รู้จักโทษ
  • อุปาทานในขันธ์ ๕ ก็เหมือนติดยาเสพติดให้โทษ ถ้าหากไม่รีบเลิก ไม่รีบถอน ก็ต้องรอคอยเวลาฉิบหายเท่านั้นเอง
  • เราแพ้แล้วที่เกิดมา ขันธ์ ๕ คือเครื่องหมายแห่งความพ่ายแพ้ ผู้ใดยังมีความยึดมั่นในขันธ์ ๕ ผู้นั้นไม่สามารถเป็นผู้ชนะขึ้นมาได้เลย