ธรรมภาษิต ตอน "เสือลาถ้ำ"

Tags:
โดยพระชุมพล พลปญฺโ
ส.ค. ๒๕๓๖ - ม.ค. ๒๕๓๗

ธรรมภาษิตเหล่านี้ บันทึกเอาไว้เล่นๆ เอาไว้ให้อ่านเล่นๆ ขอให้ถือว่าธรรมะนี้เป็นสมบัติส่วนกลางของธรรมชาติ ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้บันทึกเท่านั้น ฉะนั้น ใครอยากได้เอาไปพิมพ์ จะใส่ชื่อใครหรือไม่ใส่ชื่อใคร ก็ไม่ว่า ขอยกให้ฟรี ๆ เพราะข้าพเจ้าชอบธรรมะประเภทใจกว้างอยู่แล้ว ธรรมะประเภทหวงแหนกันนั้น น่าเบื่อที่สุด เป็นไปเพื่อความน่าหดหู่สลดใจมากกว่า ฉะนั้น ข้อเขียนของข้าพเจ้าทุกอัน จะไม่ขอสงวนลิขสิทธิ์โดยเด็ดขาด

  • ขึ้นชื่อว่าภาษาทุกภาษาเป็นสมมุติทั้งสิ้น ส่วนปรมัตถ์นั้นเป็นสิ่งไร้ภาษา
  • ให้นึกคิดไปตามหน้าที่ ถ้าไม่มีหน้าที่ก็อย่าไปนึกไปคิดมัน
  • วิปัสสนาคือการดูของจริงโดยไม่มีจินตนาการเข้าไปปรุงแต่ง
  • รู้น้อยลงไปเรื่องหนึ่ง ดีกว่ารู้มากเพิ่มขึ้นอีกเรื่อง
  • ผู้ชนะตอนแก่ ต้องแพ้ตอนหนุ่ม ผู้ชนะตอนหนุ่ม ต้องกลุ้มตอนแก่
  • ทำอย่างไรหนอ เราถึงจะได้อยู่อย่างอ่อนน้อมถ่อมตัว ต่อทุกผู้คน ทุกสรรพสัตว์ ทุกชีวิต ทุกจิตวิญญาณ
  • เอางานไว้ที่ทำงานก็พอแล้ว เอาเข้ามายุ่งในบ้านทำไม เอาภาษามนุษย์ไว้ที่วาจาก็พอแล้ว เอาเข้ามายุ่งในจิตทำไม
  • การให้ทานเราไม่ต้องการผลบุญเป็นเครื่องตอบแทน เราถือเป็นเพียงวิหารธรรม เครื่องอยู่เท่านั้น
  • ตราบใดที่เราหนีความวุ่นวาย ก็จะไปเจอความวุ่นวายอยู่ตราบนั้น
  • ทำอย่างไร เราจึงจะอยู่กับความวุ่นวายได้ โดยไม่วุ่นวายไปกับมัน
  • พูดได้ไม่ใช่ว่าจะทำได้ ทำได้ไม่ใช่ว่าจะพูดได้
  • เพราะคิดจะเอาเลยไม่ได้อะไร เพราะคิดจะให้เลยได้ทุกอย่าง ฉะนั้น โลกนี้จึงไม่ให้ความสมหวังแก่ใคร จึงควรละทิ้งโลกนี้ไปอย่างไม่อาลัยอาวรณ์เลย
  • ทำไมเราถึงต้องไปยินดียินร้าย เป็นจริงเป็นจังกับความฝัน อันที่จริง โลกนี้ก็คือความฝันเหมือนกัน ทำไมเราถึงต้องไปยินดียินร้ายเป็นจริงเป็นจังกับโลกใบนี้
  • คนทั้งหลายต้องการอยู่ในโลก จะศรัทธาต่อความพ้นโลกได้อย่างไร
  • คนทั้งหลายแสวงหาสิ่งแปลกประหลาด จึงไม่สามารถพบธรรมะ เพราะธรรมะเป็นของธรรมดาที่สุด
  • จิตเราเบื่อหน่ายที่จะออกไปตื่นเต้นกับโลก มากขึ้นทุกที
  • ยึดความสวยไว้ก็เป็นทุกข์มาก พอหันมายึดความดี ความดีก็ไม่เที่ยงเข้าไปอีก
  • ความรักเป็นบทบาทมายาของจิตที่ยังมีอวิชชา
  • ตราบใดที่ยังเห็นว่าชีวิตมีสาระ ชีวิตก็จะไร้สาระอยู่ตราบนั้น
  • เพราะไม่เห็นนั่นแล จึงเห็น เพราะเห็นนั่นแล จึงไม่เห็น