เขียนในป่าช้าแขก (ต่อ ๔)

Tags:
  • ถ้ายังคิดถึงอนาคต ก็จะไม่สามารถตัดกิเลสขั้นละเอียดได้
  • ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องละความยินดีในปมเขื่องทั้งปวง เพราะมันเป็นทุกข์มาก
  • ในเมื่อกายนี้ไม่ใช่ของเราแล้ว สุขทุกข์อุเบกขาจะเป็นของใคร ศูนย์ข้อมูลความจำทั้งหลายจะเป็นของใคร การปรุงแต่งดีชั่วบุญบาปจะเป็นของใคร การรับรู้ต่อผัสสะทั้งปวงจะเป็นของใคร
  • ความทุกข์มีอยู่ แต่ความทุกข์ของเราไม่มี ความสุขมีอยู่ แต่ความสุขของเราไม่มี อุเบกขามีอยู่ แต่อุเบกขาของเราไม่มี ความเศร้าหมองมีอยู่ แต่ความเศร้าหมองของเราไม่มี ความผ่องแผ้วมีอยู่ แต่ความผ่องแผ้วของเราไม่มี ความหลุดพ้นมีอยู่ แต่ความหลุดพ้นของเราไม่มี
  • มายาว่ามีคนและสัตว์ มายาว่ามีหญิงและชาย มายาว่ามีได้และเสีย มายาว่ามีเจริญและเสื่อม
  • ตราบใดที่เรายังเห็นมาตราเงินของโลก เรื่องถูก เรื่องแพง เรื่องมูลค่า เรื่องราคา เป็นจริงเป็นจัง ตราบนั้นไปนิพพานไม่ได้
  • ลาภสักการะ ปัญญา ฤทธิ์ เป็นสิ่งที่ทำให้เราหลงเพลินกับสนามแข่ง ไม่ยอมเข้าเส้นชัย
  • การเข้าเส้นชัยคือการถอนอุปาทาน โดยละความยึดมั่นว่าเป็นตัวเราในทุกสิ่งทุกอย่าง
  • ที่เราอยากช่วยคนเพราะอยากเป็นฮีโร่หรือเพราะความกรุณา
  • จงทำใจให้เป็นบุคคลผู้เดียวเที่ยวไป เหมือนนอแรด
  • เราอยากจะได้แสดงบทบาทที่ดี ในละครชีวิตเรื่องนี้แล้วยึดติดความดีเอาไว้อย่างไม่ลืมหูลืมตา
  • ทำทุกสิ่งทุกอย่างไปตามวาสนา โดยเอาสติเป็นไปในกาย ให้ใจจับความว่างเป็นอารมณ์ อย่ายึดมั่นถือมั่น ยินดียินร้ายในรูปธรรม นามธรรม ทั้งสิ้นทั้งปวง
  • ถ้ายินดีเมื่อเราวางอุเบกขาได้ ก็คือการทำลายอุเบกขาอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • จงถอนความยึดมั่นในอุเบกขาเสียด้วย จึงจะละความยินดียินร้ายต่อโลกได้เด็ดขาด
  • ความอยากบรรลุธรรม ทำให้ยินดีในอุเบกขา ซึ่งเป็นเครื่องขวางทางก้าวหน้าแห่งการปฏิบัติ
  • ที่เราเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ เพราะเรายึดเอาไว้ว่าเราเป็นผู้รู้ธรรม เห็นธรรม เข้าใจธรรม ปฏิบัติธรรม และบรรลุธรรม
  • การยึดธรรมะ ก่อให้เกิดกิเลสมานะขั้นละเอียด
  • สำหรับการที่จะเข้านิพพานนั้น แม้ฌาน ปัญญา ฤทธิ์ อภิญญา ปฏิสัมภิทา ก็ต้องละ
  • ไม่มีใครเลยที่เป็นคนผิด นอกเสียจากเราไม่รู้จักปล่อยวางและให้อภัย
  • ถ้าใจร้อนจะไม่สามารถละกิเลสได้