เขียนในป่าช้าแขก (ต่อ ๓)

Tags:
  • เอาสติไว้ในกายโดยอย่าไปยึดเหตุปัจจัยทั้งหลายเป็นตัวเราของเรา แค่นี้ก็ไม่มีผู้แสดงละครแล้ว
  • น้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ นั้นยังน้อย น้ำตาของสัตว์ผู้โง่เขลาที่พากันมาเวียนเกิดเวียนตายยังมากมายกว่านัก
  • เราอยากเกิดอีกหรือหนอ
  • ยึดเอาไว้ตั้งนาน ความจริงไม่มีอะไรเลย
  • รโชหรณัง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มีข้อบกพร่องทั้งสิ้น
  • สัจธรรมที่แท้จริงคือทุกสิ่งว่างเปล่า แล้วเราจะไปหลงกับความเป็นความมีทำไม
  • เราจะไปนิพพานหรือมีฤทธิ์อยู่ในโลก
  • การเข้าใจผิดความจริง มันเป็นทุกข์อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว
  • ความมานะเย่อหยิ่งในยศในเกียรติตำแหน่งในปัจจุบันก็บ้าพออยู่แล้ว ยิ่งไปปรุงแต่งยศเกียรติตำแหน่งที่ยังไม่มี ยังไม่เกิด เอามาเย่อหยิ่งถือดี ก็เรียกว่าความมานะเย่อหยิ่งที่บ้าอย่างร้ายกาจ
  • กายเราถูกสาปโดยสัจธรรมแล้วว่าไม่เที่ยง
  • แม้แต่กายนี้ยังเป็นสมมุติ แล้วยศเกียรติตำแหน่งไม่ยิ่งสมมุติเข้าไปใหญ่หรือ
  • เจ้าโง่หอบฟาง เจ้าบ้าหอบสมมุติ
  • ความใฝ่สูง มันเป็นทุกข์อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว
  • นิพพานคือการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในโลก
  • เค้าวัดความดีกันตรงที่ทิ้งได้เท่าไหร่ ไม่ใช่มีเท่าไหร่
  • ผู้มุ่งต่อสันติพึงละโลกามิสเสีย
  • ที่เรารู้สึกว่าเสียหน้า เพราะอยากได้หน้านั่นเอง
  • ทำไมไม่ปล่อยวางเสียทีหนอ
  • เมื่อไร เราจะเห็นแจ้งว่า ปีติไม่มีค่าอะไรแก่เราเลย
  • จิตที่ต้องการสิ่งมาเร้ามากระตุ้นให้ตื่นเต้นลิงโลด เป็นจิตทุกข์เดือดร้อน