เขียนในป่าช้าแขก (ต่อ ๑)

Tags:
  • ความเป็นหญิง เป็นชาย เป็นสมบัติของกามภพ ตราบใดที่ยังรู้สึกเป็นหญิง เป็นชาย ตราบนั้นพ้นจากกามภพไม่ได้
  • อวิชชา โมหะ มันผลักดันให้เราเสพเสวยโลก จึงไม่พ้นจากความเดือดร้อนไปได้
  • เราเห็นกายนี้เป็นลูกจ้างหรือเจ้านาย เราให้เบี้ยเลี้ยงลูกจ้างหรือบำรุงบำเรอปรนเปรอเจ้านาย
  • สิ่งที่แน่นอนเสียยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือ กายนี้ไม่ใช่ของเรา
  • เรื่องรักใครเกลียดใคร ไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องของเราคือการสำรวมจิตเท่านั้น
  • ถ้าไม่ละความยินดีในปมเขื่อง จะไม่สามารถละกิเลสขั้นละเอียดได้
  • เรื่องการเสวยสุขเวทนาทางลิ้น เป็นเรื่องของสัตว์ในกามภพเท่านั้น
  • การเสพเสวยโลกก็คือ หมาแทะกระดูกนั่นเอง แทะเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม
  • พอมีความรู้สึกว่าตัวเราขึ้นมาอย่างเดียว เรื่องยุ่งยากหัวใจอย่างอื่นก็ตามมาเป็นพรวนทีเดียว
  • เราไม่สามารถบังคับสิ่งใดได้ จนกระทั่งแม้แต่ใจและกายอันนี้
  • ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันก็มีของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะรู้มันหรือไม่ก็ตาม การรู้โลกจึงเป็นมายา ฉะนั้น ผู้ใดหลงในการรู้โลกจึงเป็นคนโง่ โดยเฉพาะผู้ใดหลงในการเสวยโลก จะต้องเป็นคนโง่อย่างที่สุด นั่นคือ ผู้ใดหลงในวิญญาณขันธ์ ผู้นั้นเป็นคนโง่ ส่วนผู้ใดหลงในเวทนาขันธ์ ผู้นั้นเป็นคนโง่อย่างที่สุด
  • วิญญาณัง อนัตตา เวทนา อนัตตา
    วิญญาณัง สุญญตา เวทนา สุญญตา
  • โลกนี้ ไม่มีสิ่งที่น่าอาลัยสำหรับเรา
  • ตราบใดที่ยังยินดีในความสงบ ตราบนั้นย่อมหนีไม่พ้นความวุ่นวาย
  • ถ้าเราตั้งจิตไว้ตรงที่มีผู้หญิง ผู้ชาย ก็แสดงว่า ตั้งจิตไว้ผิดแล้ว
  • เราจะต้องรู้จักขอบเขตของความรับผิดชอบกับขอบเขตของอุปาทาน จงทำหน้าที่ต่อกายและจิตให้อยู่ภายในขอบเขตของความรับผิดชอบเท่านั้น อย่าล่วงเลยไปถึงขอบเขตของความยึดมั่นถือมั่นด้วยอุปาทาน
  • ถ้าทำด้วยความยึดมั่นถือมั่นก็หวังผลมาก ถ้าทำตามหน้าที่ ก็สักแต่ว่าสร้างเหตุไปอย่างปล่อยวาง
  • ในโลกนี้ คนที่เคยทำมาแต่ความดีอย่างเดียวจะมีหรือ การได้เคยทำความดีบ้างชั่วบ้าง ผิดบ้างถูกบ้าง ก็คือธรรมชาติอันธรรมดาของคน แล้วเราจะไปทุกข์กับความชั่วในอดีตทำไม
  • ปากกับก้น สกปรกเท่ากัน
  • อย่าเป็นทุกข์เมื่องานมี อย่ายินดีเมื่องานเสร็จ