ป่าช้าจีน (ต่อ ๔)

  • การเสื่อมลาภ ก็คือการให้ทานนั่นเอง ฉะนั้น ถ้าเมื่อใดที่เจอการเสื่อมลาภ ก็ชื่อว่าเราได้ทำบุญให้ทานไปหนหนึ่งแล้ว สาธุ ดีใจจังเลย
  • อย่ากลัวการสูญเสีย เพราะจะทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น
  • การลงโทษผู้อื่น คือการลงโทษตัวเอง การให้อภัยผู้อื่น คือการให้อภัยตัวเอง การช่วยเหลือผู้อื่น คือการช่วยเหลือตัวเอง การรังเกียจผู้อื่น คือการรังเกียจตัวเอง
  • โลกนี้ไม่ใช่ที่อยู่ของเรา เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น ฉะนั้นจงอย่าปล่อยให้ใจไปผูกพันกับสิ่งใดในโลกนี้เลย
  • ผู้ขาดสติคือผู้หลับใหล
  • เราจงเตรียมเข้าโลงไว้ให้ดีเถิด
  • ใหญ่แค่ไหนก็เล็กกว่าโลง
  • อย่าเดือดร้อนกับอดีต มันเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น
  • ความตายจักมี ชีวิตนี้จักดับดิ้น
  • กายนี้เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น ไม่ช้าก็ต้องละทิ้งไป ฉะนั้น จงอย่าผูกพันมั่นหมายยึดติดกับกายนี้เลย
  • เราจะต้องสละสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตออกไป
  • เราจะต้องสละความอยากมีฤทธิ์ให้หมด
  • จงเลิกอยากดีอยากเด่นเหนือคนอื่นเสียที
  • ต้องหย่าขาดจากกายนี้ให้ได้
  • ความทุกข์ทรมานคือยากำลังของธรรมะ อย่ากลัวมันเลย
  • เราไม่สามารถบังคับบัญชาเวทนาได้ ฉะนั้น จงเห็นแจ้งลงไปว่า ไม่ใช่เราสุข ไม่ใช่เราทุกข์ ไม่ใช่เราอุเบกขา เวทนาไม่ใช่เรา เราไม่ใช่เวทนา
  • จิตผ่องใสไม่ใช่เรา จิตเศร้าหมองไม่ใช่เรา จิตที่บรรลุคุณธรรมไม่ใช่เรา จิตที่ไม่บรรลุคุณธรรมไม่ใช่เรา จิตไม่ใช่เรา เราไม่ใช่จิต ให้ถอนความยึดมั่นออกเสีย
  • ธรรมะคือของจริงที่เหนือเหตุผล ที่นำเอาเหตุผลมาอธิบายธรรมะก็เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้คนเข้ามาปฏิบัติธรรมะเท่านั้น ตราบใดที่ยังติดในเหตุผลย่อมไม่บรรลุธรรม เพราะธรรมะคือของจริงที่เหนือเหตุผล
  • ความสูญเสียคือ กำไรบนเวทีธรรม
  • อย่ายินดีในสุข อย่ายินร้ายในทุกข์ อย่ายินดีในความสำเร็จ อย่ายินร้ายในความล้มเหลว อย่ามีความต้องการในสิ่งใด อย่ามีตัณหา