นิราศนคร (ต่อ ๕)

  • ดับทุกข์ที่ในขณะจิตปัจจุบันก็พอ ไม่ต้องไปดับทุกข์ในขณะอดีต และไม่ต้องไปดับทุกข์ในขณะอนาคต
  • ผู้ที่เป็นวิตกจริต กังวลมาก ต้องเจริญปัจจุบันอารมณ์ให้มากๆ จึงจะแก้ได้
  • เมื่อเห็นทุกข์แล้วก็จงอย่างยินดีในความมี ในความเป็น
  • น่าสงสารชีวิตของผู้ที่เจ็บแล้วไม่จำ สละไม่จริง ทิ้งไม่ขาด พูดได้แต่ทำไม่ได้ คิดได้แต่ไม่กล้าทำ ทำแล้วก็ไม่กัดฟันสู้ให้สำเร็จ เบื่อๆ อยากๆ เขาต้องเวียนวนอยู่ในวัฏฏสงสารอย่างไม่รู้จุดจบ
  • เดินหน้าแล้วอย่าถอยซิเพื่อนรัก กำลังกาย กำลังใจมีเท่าไร จงเบ่งออกมาพิสูจน์กับอุปสรรคให้รู้ดำรู้แดง ผลจะออกมาเกินคุ้มค่าเหนื่อยเชียวเพื่อนเอ๋ย
  • กับดักของโลก คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
  • ในเมื่อเห็นว่าโลกนี้เป็นทุกข์ ก็อย่าติดกับดักของโลกเน้อ
  • เราเบื่อโลกตั้งต้นตั้งแต่กายและจิตออกไปเลย
  • ถ้าทำอะไรไม่มีความเด็ดขาด จะเดือดร้อน
  • เราเข็ดขยาดกับโลกเสียแล้ว
  • โลกนี้ปรากฏแก่เราประดุจหลุมถ่านเพลิงที่ไฟลุกโชติช่วงอยู่ กลับปรากฏเป็นสถานที่น่ารื่นรมย์แก่หมู่สัตว์ทั้งหลาย ประดุจฝูงแมลงเม่าบินเข้าสู่กองเพลิงด้วยอาการรื่นเริงยินดี ฉะนั้น
  • เราหมดอาลัยตายอยากที่จะไปแสวงหาสถานที่เป็นสุขเสียแล้ว เพราะไปไหนก็ต้องหอบเอาขันธ์ ๕ อันแสนทุกข์เข็ญนี้ไปด้วย
  • เราเลิกคิดที่จะอำนวยความสุขให้กายนี้เกินประมาณเสียแล้ว เพราะถึงบำรุงอย่างไรมันก็นำความเดือดร้อนมาให้อยู่ดี
  • ความบ้าอย่างบัดซบที่สุดก็คือ เราถูกหลอกให้มาเป็นห่วงกังวลต่อกายนี้
  • ถ้าเราไม่ตัดความอาลัยที่มีต่ออารมณ์เหยื่อล่อกับดักของโลกให้อย่างจริงจัง จะต้องกลับมาเกิดอีกแน่นอน
  • เรื่องการเข้าไปยินดียินร้ายในสิ่งทั้งหลาย ไม่ใช่หน้าที่ของเรา
  • ผู้ไม่มีขันติจะเดือดร้อน
  • อยู่ที่ไหน ในฐานะใด ก็ต้องอดทนทั้งนั้น
  • การสร้างบารมีทุกอย่าง จำเป็นต้องใช้ความอดทนมาต่อสู้กับความลำบากเดือดร้อนบ้างเป็นธรรมดา แต่ว่าถ้าหากพยายามทำจนสำเร็จตามที่ตั้งใจได้แล้ว จะเกิดความปีติ รื่นเริง เป็นผลตอบสนองอย่างคุ้มค่าทีเดียว
  • เรายังเป็นทุกข์เดือดร้อนอยู่ เพราะยังไม่วางเฉยทางทวารทั้ง ๖ โดยแท้