นิราศนคร (ต่อ ๔)

  • ทั้งงานประจำและงานอดิเรกของเราก็คือการเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔
  • เราไม่อยากไปเกิดเป็นเทวดาเลย เพราะถ้าไปเกิดเป็นเทวดาก็ต้องไปหลงเพลิดเพลินต่อรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นทิพย์ ทำให้จิตเสื่อมเสียคุณภาพอีก
  • การเจอทุกข์ เผชิญทุกข์ ทนทุกข์ ช่วยให้จิตเข้มแข็ง เป็นการเสริมคุณภาพของจิตอย่างดีมาก
  • สติ จำเป็นมากที่จะมาใช้ในการสู้กับทุกข์ ผู้อ่อนแอในการเจริญสติ จะต้องตกม้าตาย
  • เราเบื่ออดีตที่ไม่เป็นไปดังใจ เราเบื่ออนาคตที่บังคับบัญชาไม่ได้ เราเบื่อปัจจุบันที่มิใช่ตัวเราของเรา
  • ความคิดที่คิดขึ้นมาแล้วไม่สร้างสรรค์ แถมยังนำความทุกข์มาให้นั้น เลิกคิดมันเสีย
  • เราจะมามัวนอนใจ นอนจมอยู่กับสังขารอันแสนทุกข์เข็ญนี้ต่อไปมิได้อย่างเด็ดขาด ต้องรีบละอุปาทาน ถอนความยึดมั่นจากมันเสีย ยิ่งไวเท่าไหร่ยิ่งดี
  • เพลิดเพลินอะไรนัก ยินดีอะไรนัก ในเมื่อโลกนี้ลุกอยู่ด้วยกองเพลิง คือความแก่ ความเจ็บ ความตาย ในขณะที่ท่านทั้งหลายพากันรื่นเริงอยู่ในปากแห่งพระยามัจจุราชอยู่นั้น ผู้มีปัญญาจักษุต่างพากันเร่งรีบประพฤติธรรม เพื่อนำตนพ้นจากทุกข์ทั้งปวงอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลายเทียว
  • ข้าพเจ้าขอส่งบัตรอวยพรอันเปื้อนเลือดมายังท่านทั้งหลายที่กำลังสนุกสนานรื่นเริงอยู่ในปากมัจจุราชด้วยความสลดสังเวชใจยิ่ง
  • สวัสดีจ้ะมัจจุราช เรากำลังรอท่านอยู่อย่างสงบ ในฐานะผู้ที่เตรียมตัวอย่างพรักพร้อมที่จะเผชิญท่านในทุกขณะจิต
  • กายนี้มันก็เป็นสมบัติของโลกแท้ๆ ถึงเวลาที่มันถูกบีบคั้นมากๆ ก็คืนมันให้กลับไปสู่โลกเสีย จะไปหวงแหนเอาไว้ทำไมกับไอ้ของที่ยืมเค้ามาใช้ชั่วคราว
  • ชีวิตของเราได้ถึงความตายมาตั้งแต่วันบวชแล้ว ที่อยู่มาได้ทุกวันนี้ก็เพราะท่านผู้มีเมตตาจิตทั้งหลาย ได้ช่วยสืบต่อไว้ด้วยปัจจัย ๔ สืบมาได้ทีละวันเท่านั้นเอง ฉะนั้น เราจึงเป็นคนตายแล้ว ก็เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ก็จะเกิดความทุกข์เดือดร้อนขึ้นมาทันที เพราะว่าเราตายแล้ว
  • จะถืออะไรเป็นความแน่นอนมั่นคงจริงจังกับการสืบต่อของสังขาร จะตายวันตายพรุ่งใครจะไปรู้
  • ยังไม่เข็ดก็หอบของร้อนไว้ต่อไป ถ้าเข็ดแล้วก็รีบทิ้งเสีย
  • มันปวดกันเอง เดี๋ยวมันก็ตายกันเองแหละ ไม่ใช่เราปวด ไม่ใช่เราตาย มันพ้นทุกข์ตรงนี้เอง
  • เวทนาทั้งหลายนั้น มันเสวยกันเอง แล้วมันก็ทุกข์กันเองนั่นแหละ ไม่ใช่เราเสวย ไม่ใช่เราทุกข์ ไปทุกข์ให้มัน ไปทุกข์แทนมันทำไมเล่า
  • สำหรับจิตที่ฟุ้งนั้น มันก็ฟุ้งกันเอง เดือดร้อนกันเอง ไม่ใช่เราฟุ้ง ไม่ใช่เราเดือดร้อน ไปฟุ้งแทนมัน ไปฟุ้งให้มันทำไม
  • อย่ามีตัวกูของกูขึ้นมารับทุกข์แทนมันซิ
  • การเจริญกิจของอริยมรรคนั้น เรามีหน้าที่ทำลูกเดียว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร เราไม่เกี่ยว
  • อย่าไปยึดผลแห่งการปฏิบัติธรรมมาเป็นตัวเราของเรา ผลแห่งการปฏิบัติจะเป็นไปในรูปใดก็ทิ้งมันเสียอีก