ตัณหาอยู่หนใด (ต่อ ๓)
- นิยายเรื่องนี้เริ่มต้นตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่เพียงว่าจะจบอวสานในตอนที่ถอนตัณหาอวิชชาได้กระทั่งรากนั่นแหละ
- สิ่งทั้งหลายทั้งปวงล้วนแล้วแต่เป็นมายาตรงที่ว่ามันไม่เที่ยง
- เบื่อความมีตัวตนเหลือเกิน
- จิตที่ราบเรียบเป็นสุขกว่าจิตที่รื่นเริง
- อย่าไปติดโลกตรงที่เปลือกของโลก เปลือกของโลกคือความมีความเป็น
- เรามาสัมผัสโลกเพื่อจะรู้โลก เมื่อรู้แล้วก็ทิ้งไป อย่าแบกเอาไว้
- แค่ความยึดไว้เป็นตัวเป็นตนก็ทุกข์พออยู่แล้ว ยิ่งไปยึดมั่นผูกพันไว้ด้วยอำนาจของกามอีก ก็ยิ่งทุกข์หนักทวีคูณเข้าไปใหญ่
- หลังจากเสียเวลาขวนขวายหาของมาตบแต่ง ในที่สุดเราก็ค้นพบว่าความเรียบง่ายสวยงามที่สุด
- จิตที่มากด้วยความยึดมั่นถือมั่นก็ไม่รู้จักที่ที่จะสงบลงได้ จิตที่ไร้ความยึดมั่นถือมั่นก็ไม่รู้จักที่ที่จะฟุ้งซ่านขึ้นได้
- สัตว์ที่ลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ย่อมมีวิบากเป็นผู้กำกับให้เป็นไปตามกรรมที่ตัวเองได้เคยสร้างไว้ สัตว์บางพวกวิบากส่งอิตถินทรีย์ให้มากำกับดูแล ก็จะสมมุติเรียกกันว่าผู้หญิง สัตว์บางพวกวิบากส่งปุริสินทรีย์ให้มากำกับดูแล ก็จะสมมุติเรียกกันว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่ไปรักผู้ชายเพราะถูกอิตถินทรีย์ของตนหลอกว่าเราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งต้องหาผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นคู่ ผู้ชายที่ไปรักผู้หญิงเพราะถูกปุริสินทรีย์ของตนหลอก ว่าเราเป็นผู้ชายคนหนึ่งต้องหาผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นคู่ ซึ่งโดยปรมัตถ์แล้ว อิตถินทรีย์ก็เป็นสมมุติ ปุริสินทรีย์ก็เป็นสมมุติ เพศหญิงก็เป็นสมมุติ เพศชายก็เป็นสมมุติ ร่างกายของทั้งชายและหญิงก็สักแต่ว่าเป็นธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม มาผสมกัน ไม่มีตัว ไม่มีตน ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีหญิง ไม่มีชาย สภาวธรรมทั้งหลาย ทั้งรูปธรรม นามธรรม ก็สักแต่ว่าเป็นธรรมชาติธรรมดา ไม่มีความวุ่นวาย แต่เนื่องจากสรรพสัตว์ทั้งหลายประกอบติดอยู่ด้วยอวิชชา ตัณหา อุปาทาน ฉะนั้น โลกนี้จึงถูกปั้นแต่งให้วุ่นวาย แต่ท่านที่ไร้อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ท่านย่อมไม่มีความวุ่นวาย อยู่ในบ้านก็ไม่วุ่นวาย อยู่ในป่าก็ไม่วุ่นวาย อยู่ในหมู่ชนก็ไม่วุ่นวาย อยู่ในที่สงัดก็ไม่วุ่นวาย อวิชชา ตัณหา อุปาทานนั่นแหละคือตัววุ่นวาย หาใช่รูปธรรม นามธรรมไม่
- เมื่อเทียบกิเลสกับการล่อเป้าแล้ว อวิชชาคือการตั้งเป้าไว้ให้ทุกข์ระดมยิง มานะคือการทำให้เป้ามันใหญ่ขึ้นเพื่อให้ทุกข์ยิงถูกง่าย อุทธัจจะคือการเพิ่มเป้าให้มากขึ้นทำให้การพลาดเป้ามีน้อยลงไปอีก รูปราคะและอรูปราคะคือการเลื่อนเป้าเข้ามาใกล้ทุกข์ให้มันยิงง่ายขึ้นไปอีก ถ้ากิเลสมีมากก็ทุกข์มาก กิเลสน้อยทุกข์น้อย ไร้กิเลสไร้ทุกข์
จบธรรมภาษิต ตอน "ตัณหาอยู่หนใด" บันทึกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙
คุณความดีของธรรมะชุดนี้ขอถวายบูชาพระคุณของพระอาจารย์จำเนียร สีลเสฏฺโ วัดถ้ำเสือ อ.เมือง จ.กระบี่ พระอาจารย์ผู้มากไปด้วยเมตตาและจาคะ ด้วยความเคารพอย่างสูง
ธรรมภาษิตที่ข้าพเจ้าเป็นผู้บันทึกทั้งหมด ไม่สงวนลิขสิทธิ์
ขอให้สรรพสัตว์จงมีส่วนในการดื่มด่ำธรรมรสเถิด
พระชุมพล พลปญฺโ