ธรรมภาษิตเหล่านี้ ผุดขึ้นมาในจิตขณะปฏิบัติธรรม ขอให้ถือว่าธรรมเหล่านี้เป็นสมบัติกลางของธรรมชาติ ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้บันทึกเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่สงวนลิขสิทธิ์
กระท่อมดำในถ้ำเขียว (ต่อ ๖)
- บุคคลที่มีมานะมากๆ สืบเนื่องมาจากความรู้สึกว่า ตัวเองสามารถแสวงหาความสุขเวทนามาเสวยได้ตามต้องการ ตัวเองสามารถธำรงสุขเวทนาให้ยั่งยืนได้ตามปรารถนา และตัวเองสามารถกำจัดทุกขเวทนาให้หายไปได้ตามอารมณ์ ซึ่งความจริงแล้วเวทนาทั้งหลายเป็นมายาทั้งสิ้น
- ตัวหลุดพ้นที่แท้จริง คือ ตัวหมดอาลัยตายอยากและตัวยอมพ่ายแพ้ที่จะไปควบคุมบงการธรรมชาติของรูปธรรมนามธรรม ไม่ใช่ตัวบรรลุผลสมปรารถนา ไม่ใช่ตัวสำเร็จได้ดั่งใจนึก
- งานของเรานี่ช่างง่ายเหลือเกิน คือว่าไม่ต้องไปตามรักษาของในอดีตที่ไกลแสนไกล และไม่ต้องไปคอยรักษาของในอนาคตที่ยาวสุดลูกหูลูกตา เพียงแต่คอยรักษาของ คือจิตในปัจจุบันขณะขณะเดียวก็พอแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญเพียงใดเลย
- การบรรลุธรรมเป็นเรื่องเฉพาะตัว ห้ามไปบอกใครเด็ดขาดว่าเราบรรลุขั้นไหน เพราะว่าถ้าหากไปบอกผู้อื่น จิตจะเสื่อมทันที
- พระอรหันต์ทั้งหลาย จะบังเกิดความไม่กล้าเผยอตัวอวดอ้างถือตัวว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์เลย เนื่องเพราะความถ่อมตัวและความไม่ประมาท
- สิ่งใดเป็นทุกข์ ก็จงอย่ายึดสิ่งนั้น
- หนักนัก วางเสีย ทุกข์นัก วางเสีย ร้อนนัก วางเสีย
- จิตที่ไร้อุปาทานนั้นแล จึงเป็นจิตที่พ้นทุกข์ ไม่ใช่จิตดีจิตนิ่งหรือจิตสงบเลย
- จงเลิกประกาศความเป็นเจ้าของในรูปธรรม นามธรรมเสียที
- จงสละขันธ์ ๕ ให้อย่างเด็ดขาดเถอะ จะได้ดีแน่
- จงละให้เกลี้ยง จงทิ้งให้หมด จงสลัดคืนอย่างถอนรากถอนโคน
- มีเหมือนไม่มี เพราะไม่ยึดมั่นในความมี เป็นเหมือนไม่เป็น เพราะไม่ยึดมั่นในความเป็น
- การสละอย่างไม่อาลัย คือหัวใจของมรรคผลทุกขั้น
- อย่ารอจนถึงเวลาที่ทุกข์บีบเค้น จึงเห็นคุณค่าของการปล่อยวาง
- ความมีตัวมีตนเป็นมายาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
จบธรรมภาษิต ตอน "กระท่อมดำในถ้ำเขียว"
บันทึกโดย พระชุมพล พลปญฺโ
ช่วงเวลาที่บันทึก ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๗ ถึง ๒๖ มิถุนายน ๒๕๓๗
สถานที่บันทึก เชียงใหม่
ความดีของบันทึกชุดนี้ ขอถวายบูชาพระคุณของท่านพระมหาศิริ กนฺตสิริ สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี) ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี (๗๖๐๐๐) พระอาจารย์ผู้เป็นอนาลโยต่อคน สัตว์ และสังขารทั้งปวง ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
พระชุมพล พลปญฺโ