ป่าช้าจีน (ต่อ ๑๔)

  • ผู้ที่ชอบวาดวิมานในอากาศเป็นคนโง่เขลา
  • การที่เราถูกข่มเหงรังแกนั้นดีแล้ว เพราะจะเป็นการฝึกฝนให้คุ้นเคยต่อการที่จะต้องถูกพระยามัจจุราชข่มเหงรังแกในอนาคตอันใกล้นี้
  • จงยอมแพ้กิเลสผู้อื่นอย่างหมอบราบคาบแก้ว แต่จงอย่ายอมแพ้กิเลสของตัวเอง
  • ผู้ที่วาดภาพปรุงแต่งอนาคตเอามายินดียินร้าย คือคนโง่เขลาเบาปัญญา
  • อดีตคือสิ่งที่ดับสูญสิ้นไปโดยไม่เหลือแล้ว จะไปเอามาคิดทำไม
  • ตัวเราจริงๆ ไม่มี มีแต่ตรงที่ยึดมั่นเอามาแบกเป็นอุปาทานเท่านั้น
  • อย่าคาดเดาปรุงแต่งว่าจะได้อะไรหรือจะเสียอะไร
  • อดีตก็ดับไปหมดแล้ว อนาคตก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น จงมีสติอยู่แต่ปัจจุบันเท่านั้นเถิด
  • จะหวังอะไร จากสิ่งที่ไม่ให้เราหวัง
  • ถ้าจะไปนิพพาน ต้องทิ้งให้หมด ทั้งบุญ ทั้งฤทธิ์ ทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง
  • เราจะเป็นคนไร้สมรรถภาพ ไร้ความสามารถ ในกิจการต่างๆ แต่ว่าสามารถละทิ้งโลกนี้ไปได้ หรืออยากจะเป็นผู้มีเกียรติ มีเดช มีฤทธิ์ มีความสามารถ มีคนยกย่อง เคารพ สรรเสริญ บูชา แต่ต้องจมปลักอยู่ในโลกใบนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
  • หน้าที่ของเราคือการไม่หวั่นไหวต่ออดีตสัญญา
  • ตราบใดที่ยังเห็นเป็นผู้หญิงผู้ชายอยู่ ตราบนั้นจะยังไม่หมดกามฉันทะไปได้
  • เราไม่ใช่กายนี้ กายนี้ไม่ใช่เรา
  • หน้าที่ของเราคือการเผชิญสิ่งทั้งปวงโดยไม่หวั่นไหว ไม่ใช่หลบหนีสิ่งทั้งปวง
  • แค่เห็นเป็นคนสัตว์หญิงชาย ก็เป็นความโง่พออยู่แล้ว ยังไปแยกเป็นสวยเป็นขี้เหร่ เป็นของเราเป็นของเขาอีก นั่นก็คือความบ้านั่นเอง
  • เราไปอยู่ในโลกที่ไม่มีผู้หญิงผู้ชายดีกว่า
  • เราบวชมาเพื่อแสวงหาดวงจิตที่ไม่หวั่นไหวในเวลาได้และเสีย ไม่ได้บวชมาเพื่อแสวงหาเงินทอง
  • เราเกิดมาเพื่อเห็นอุปสรรคในโลก ไม่ใช่เพื่อพบความสะดวกสบายในโลก
  • เราจะต้องค้นพบให้ได้ว่าสถานที่ที่น่าอยู่ในโลกนี้ ไม่มีเลย แม้เท่าแมวดิ้นตาย