ป่าช้าจีน (ต่อ ๕)
- การที่เราอยากมีฤทธิ์เพราะว่าอยากได้ลาภสักการะนั่นเอง
- ลาภสักการะ เป็นสิ่งทารุณเผ็ดร้อนต่อธรรมอันเกษมจากโยคะ พึงละความมุ่งหมาย มุ่งมั่น ยินดี ในลาภสักการะเสียให้หมด
- ตราบใดที่ยังมีตัวตนอยู่ จะต้องประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างไม่สิ้นสุดยุติ
- อย่ามีตัวตนสำหรับอดีต อย่ามีตัวตนสำหรับอนาคต อย่ามีตัวตนสำหรับปัจจุบัน อย่ามีตัวตนสำหรับสิ่งดี อย่ามีตัวตนสำหรับสิ่งชั่ว อย่ามีตัวตนสำหรับสิ่งทั้งปวง
- อย่ามีตัวตนสำหรับการบรรลุอรหันต์
- อย่ามีตัวตนสำหรับการบรรลุนิพพาน
- ไม่มีใครที่เกิดอยู่ตายอยู่ มีแต่ธรรมชาติล้วนๆ ที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยเท่านั้น
- ไม่มีใครที่จะบรรลุนิพพาน ไม่มีนิพพานสำหรับใคร
- ไม่มีใครที่จะบรรลุอรหันต์ ไม่มีความเป็นอรหันต์สำหรับใคร
- ไม่มีใครที่จะบรรลุอิทธิวิธี ไม่มีอิทธิวิธีสำหรับใคร
- ความยึดมั่นถือมั่นว่าตนเองเป็นพระอริยบุคคล ก็ยังเป็นอุปาทาน ที่สร้างความเจ็บปวดเดือดร้อนให้แก่จิต
- อย่าไปหลงรัก หลงชัง หลงเกลียด หลงกลัว ต่อธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
- เบื่อตัวเอง ที่ไม่ใช่ตัวเอง
- ความสุขกับความทุกข์ คือสิ่งเดียวกัน ฉะนั้น จงเลิกรักสุข เกลียดทุกข์เสียที
- ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากาม ไม่มี
- โลกนี้เป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส อย่าได้เกิดอีก
- ยิ่งอยากได้ความเจริญมากเท่าไร ยิ่งต้องหนีความเสื่อมมากเท่านั้น นั่นแหละคือความบ้าของจิตแหละ
- อย่ามีตัวตนสำหรับเจริญ อย่ามีตัวตนสำหรับเสื่อม
- จิตที่ไร้สติปัญญา คือ จิตที่หลับใหล ย่อมจะกระเพื่อมไปในทางสุขกับทางทุกข์ ความสุขและความทุกข์จะไม่มีอิทธิพลต่อจิตที่เห็นแจ้งเลย เพราะว่าความสุขและความทุกข์ เป็นอาการที่ออกมาจากความหลับใหลแห่งจิต เป็นอาการที่ออกมาจากอวิชชา
- ถ้าไม่สละสิ่งเก่าไปเสีย จะได้สิ่งใหม่มาได้อย่างไร ?!