ธรรมภาษิต ตอน "พลายคู่ ตัดเดี่ยว"

โดยพระชุมพล พลปฺโ
พ.ศ.๒๕๔๒

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๑)

  • เราจะไปช่วยใครได้ ในเมื่อสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ฉะนั้น จงอย่าคิดว่าต้องช่วยใคร ให้คิดว่าทำงานไปตามหน้าที่อย่างปล่อยวาง อย่าไปยึดมั่นว่า ต้องมีใครบ้างที่จะได้ประโยชน์จากงานของเรา
  • ภาษามนุษย์ แม้แต่จะเป็นชนิดที่ประเสริฐที่สุด คือ ชนิดที่ช่วยให้ผู้สดับตรับฟังเกิดความเบื่อหน่ายจากกองทุกข์ ถอนอุปาทานจากรูปธรรม นามธรรม และสังขารทั้งปวงก็ตามที แต่ถึงกระนั้น บัณฑิตทั้งหลายก็จะสักแต่ว่าอาศัยภาษาชนิดนั้นมาเป็นสื่อให้จิตปล่อยวางอุปาทานในขันธ์ ๕ เท่านั้น ซึ่งเมื่ออาศัยใช้เสร็จแล้ว ก็ต้องรีบถอนปล่อยวางภาษาเหล่านั้นเสียให้สิ้น อย่าให้ติดค้างอยู่ในใจ เพราะขึ้นชื่อว่าภาษาทุกชนิด เป็นสมมุติทั้งสิ้น ส่วนวิมุตติ พ้นจากภาษาทั้งปวงที่จะมากำหนดกฎเกณฑ์ กำกับตีความบอกกล่าวได้ จะมีก็เพียงปัจจุบันอารมณ์ที่ปราศจากอุปาทานทั้งปวงเท่านั้น ที่เป็นสื่อให้วิมุตติ แสดงอาการปรากฏของมันออกมาอย่างไร้ภาษา
  • เพราะไม่ละโมบ จึงซื่อสัตย์
  • การคิดอะไรเข้าข้างตัวเอง จะเป็นการปิดทางเดินของปัญญา
  • ความใจแคบจะบีบหนทางตนเองไปสู่ทางอับ
  • อย่านั่งรอคนที่ไม่ไป
  • จะไปช่วยอะไรให้ใครเป็นสุขได้ ในเมื่อเขาเหล่านั้นยังไม่รู้จักพอ จงสั่งสอนและแนะนำเส้นทางที่รู้จักพอให้แก่เขา เขาก็จะพบกับความสุขเอง โดยที่เราไม่ต้องไปช่วยอะไรอย่างอื่น
  • เรายอมโง่ ถ้าหากแลกมาได้กับความไม่ทุกข์
  • ขณะทำงานเราจะต้องเจ็บปวดไปบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าผลงานของเราเป็นประโยชน์สุขแก่หมู่ชน นั่นแหละมันเป็นคุณค่าอยู่ในตัว
  • คุณภาพจิตของเรากับการให้คะแนนของคนอื่นนั้น แยกต่างหากจากกันอย่างสิ้นเชิงทีเดียว ถ้าจิตเราดีงาม แต่คนอื่นให้คะแนนว่าเราเป็นคนชั่ว จิตเราก็ยังคงดีงามอยู่นั่นเอง แต่ถ้าจิตของเราชั่วช้าเลวทราม ต่อให้คนทั้งโลกมากล่าวสรรเสริญเยินยอว่าเราประเสริฐ ก็ไม่สามารถช่วยให้จิตของเราดีขึ้นได้
  • บุคคลผู้โกหกพกลม ย่อมทำลายตัวเองโดยการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองลงไปก่อน
  • ผู้ที่ถูกคนอื่นใส่ร้ายป้ายสี มีวาสนาสูงยิ่งกว่าผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น
  • ผู้ที่พยายามทำตนเองให้เป็นผู้ไม่ถือเหตุผลเป็นใหญ่ ย่อมจะประสบความฉิบหายวอดวายใหญ่หลวงในอนาคตอันใกล้
  • ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ทางฐานะ ศักดิ์ศรี ความเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคมนั้น มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย และจะมีไปตลอดกาลจนกว่าโลกนี้จะแตกสลาย
    การจะแก้ปัญหาด้วยการให้บุคคลได้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมเสมอกันนั้น ไม่สามารถทำได้ และปัญหาทั้งหลายก็จะไม่จบ เนื่องจากคนทั้งหลายมีความอยากที่ไม่รู้จักพอ
    ฉะนั้น การสามารถสั่งสอนให้คนรู้จักควบคุมความอยาก ช่วยแนะนำให้คนรู้จักพอ สันโดษยินดีในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่นั้น จึงสามารถแก้ปัญหาแก่สังคมมนุษย์ได้อย่างชะงัด พระพุทธศาสนาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความสงบสุขของสังคมด้วยประการฉะนี้
  • ในสายตาของผู้มีปัญญา ย่อมมองเห็นแต่ความไม่เที่ยง และก็ไม่ไว้วางใจในอะไรสักอย่าง ทั้งรูปธรรม นามธรรม
  • ผู้ที่ไม่รับผิดชอบเอาคำพูดของตัวเองที่กล่าวไปปฏิบัติ ย่อมสามารถกล่าวถ้อยคำที่หวานหูอย่างสุดๆ ให้ผู้อื่นฟังเสมอ
  • ความผิดหวังและความผิดคาดหมาย ช่วยสร้างเบรคห้ามล้อให้แก่ใจของเรา
  • ตราบใดที่จิตยังตั้งอยู่ในภูมิที่มีคนสัตว์ หญิงชาย จะต้องประสบความทุกข์ ทรมานใจ อย่างไม่สิ้นสุดยุติ
  • ความหลงระเริง จะเป็นพิษร้ายในภายหลัง
  • ความยึดมั่นที่ใหญ่ขึ้น ก่อให้เกิดความต้องการที่ใหญ่ขึ้น
    ความต้องการที่ใหญ่ขึ้น ก่อให้เกิดอัตตาที่ใหญ่ขึ้น
    อัตตาที่ใหญ่ขึ้น ก่อให้เกิดความทุกข์เดือดร้อนแสนสาหัสที่ใหญ่ขึ้น

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๒)

  • ความรักคือความทุกข์ เงาแห่งความรักก็คือเงาแห่งความทุกข์ แม้แต่เศษเสี้ยวแห่งความรักก็คือเศษเสี้ยวแห่งความทุกข์
  • เทคนิคเพื่อความดับทุกข์ คือ ลด ละ เลิก
  • เรื่องราวทั้งหลายทั้งปวง เริ่มต้นด้วยศูนย์ และจะจบลงด้วยศูนย์
  • จะพ้นด้วยการหนีนั้นไม่พ้นหรอก จะพ้นได้ก็ด้วยการปล่อยวางเท่านั้น
  • เรื่องราวต่างๆ ทั้งหลายในโลกนั้น เมื่อรู้มากย่อมยึดมาก ยึดมากย่อมทุกข์มาก
  • เมื่อฉลาดขึ้น เราจึงเรียนรู้ที่จะพูดน้อยลง
  • ความพลาดพลั้งมาเตือนไม่ให้ประมาท
  • แบกหนัก วางเบา ไม่ยึดมั่นสบาย
  • คนขี้ลืม เป็นโรคประสาทน้อยกว่าคนจำแม่น
  • ความสวยงาม ไม่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้ได้
  • จงพยายามทำความคุ้นเคยกับความสูญเสียชนิดสิ้นเนื้อประดาตัวให้ได้ เพราะมันจะเป็นประโยชน์แก่สุขภาพจิตในภายภาคหน้าอย่างยิ่ง
  • ผู้มีปัญญาทั้งหลายปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะแสวงหานิพพาน อันเป็นที่สุขเย็นและระงับดับทุกข์ทั้งปวง
  • ผู้มีจักษุ คือดวงตาเห็นธรรมทั้งหลาย ย่อมแสวงหาเหลือเกินซึ่งภูมิจิต อันจะพ้นความอาลัยในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง
  • ภาคปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ย่อมอิงอาศัยกันเหมือน 3 เส้า ถ้าขาดอันใดอันหนึ่งไป พระพุทธศาสนาจะขาดสภาพคล่องไปในทันที
  • ท้ายที่สุดไม่ใช่คนพูดเก่ง ไม่ใช่คนพูดสวยหรู ที่ชนะ แต่เป็นคนพูดจริงทำจริงชนะ
  • ผู้มีวาสนา คือผู้ที่ได้สิ่งอันประเสริฐ แล้วคนทั้งหลายเห็นว่าสมควร ส่วนผู้ไร้วาสนา คือผู้ที่ได้สิ่งอันประเสริฐ แล้วคนทั้งหลายเห็นว่าไม่สมควร
  • ลาภยศ และฐานันดรอันประเสริฐ ที่เราได้รับนั้น ยังไม่ใช่ของเราจริง ต่อเมื่อเราอาศัย ลาภ ยศ และฐานันดรอันประเสริฐเหล่านั้น ออกไปทำประโยชน์แก่ชาวโลกนั่นแหละ จึงจะเป็นของเราจริง
  • ลาภยศ และฐานันดรอันประเสริฐ เปรียบประดุจดอกไม้บาน ไม่นานก็เหี่ยวเฉา คนโง่เขลาเบาปัญญา จึงเห็นว่าเที่ยงและยั่งยืน ส่วนผู้มีปัญญาจะไม่ไว้ใจในมันเลย
  • เราเป็นได้อย่างที่ตัวเองเป็นเท่านั้น ไม่สามารถเป็นได้อย่างที่คนอื่นเป็น
  • แก่นสารที่มนุษย์ทั้งหลายพยายามดิ้นรนแสวงหากันแทบเป็นแทบตาย กลับกลายเป็นของไร้ค่าในสายตาของผู้แสวงหาความหลุดพ้น

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๓)

  • ผู้หวังความเจริญในธรรมปฏิบัติ ควรเข้มงวดตัวเอง แต่ให้อภัยผู้อื่น ผู้ใดปล่อยปละละเลยตัวเอง กลับไปเข้มงวดผู้อื่น คือผู้ถอยหลังเข้าคลอง
  • คำสัจจริงคือคำที่เที่ยงแท้ ยั่งยืน มั่นคงอย่างน่าทึ่ง แม้ว่าขณะกล่าว มนุษย์ทั้งโลกจะไม่ยอมรับ แต่ความจริงแท้ ก็ไม่ได้ถูกทำลายลง เพราะอาการไม่ยอมรับของปวงชนไม่ ดังนั้นบัณฑิตทั้งหลาย จึงยินดีในการกล่าวสัจจวาจา ยิ่งกว่าคำเท็จเสมอ เพราะว่ากาลเวลาที่ผ่านไปย่อมจะเสริมคุณค่าของผู้กล่าวสัจจวาจา ให้โดดเด่นเหมือนกับลมที่พัดพาเมฆหมอกให้ออกไป เพื่อให้ดวงอาทิตย์ได้ฉายแสง ฉะนั้น ผู้ยินดีในการกล่าวเท็จจึงเป็นพวกโง่เขลาเบาปัญญาที่ไม่รู้จักมองกาลไกลทั้งสิ้น
  • มหาบุรุษทั้งหลาย ย่อมขวนขวายพยายามที่จะมอบสิ่งที่ตนเองเจอ ให้แก่บุคคลทั้งหลาย เนื่องเพราะความกรุณาชักจูงให้กระทำ
  • คนฉลาดเสียเวลาไปในการจัดระเบียบตนเอง ในขณะที่คนโง่เขลาเบาปัญญาหมดเวลาไปในการจัดระเบียบคนอื่น
  • เราอยากจะเป็นผู้ที่สนใจขวนขวายขัดเกลาปรับปรุงตนเองเสมอ โดยไม่ต้องรบกวนให้ครูบาอาจารย์ผู้ประเสริฐทั้งหลายมานั่งเคี่ยวเข็ญจ้ำจี้จ้ำไชให้ท่านลำบาก
  • ยอมตัวเอง แพ้คนอื่น ยอมผู้อื่น ชนะตนเอง
  • ยิ่งโลภมาก ก็ยิ่งใจแคบ ยิ่งใจแคบ ก็ยิ่งมองแคบ ยิ่งมองแคบก็ยิ่งทำอะไรผิดพลาด ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เพราะโลภมาก
  • บางทีการที่เราติดคนอื่นมากๆ เพราะว่าเขาสามารถตอบสนอง ความมีตัวกูของกู ของเรา ให้เต็มได้ ฉะนั้น ผู้มีอุปาทานสูงจึงติดคนอื่นมาก
  • ความอ่อนแอไร้สมรรถภาพในการที่จะไปควบคุม บงการ บุคคลและสิ่งทั้งหลาย มีประโยชน์แก่จิตใจเรามาก เพราะช่วยสร้างความเจียมตัวเจียมตนให้แก่เรา
  • การเห็นมายาเป็นของจริงคือความเดือดร้อนเจ็บปวด โลกนี้คือละคร ไม่ใช่ของจริง เพราะว่าสรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า ไม่มีความจีรังยั่งยืน ไร้แก่นสารสาระ
  • ความซื่อตรงเพียงเล็กน้อย ย่อมจะเกิดผลเจริญรุ่งเรืองไพศาลในภายภาคหน้า ความทรยศคดโกงเพียงเล็กน้อย ก็ย่อมจะเกิดผลคือความฉิบหายในภายภาคหน้าเช่นเดียวกัน เหตุเพียงเล็กน้อยที่ตั้งขึ้นที่ใจ ย่อมจะเป็นผลอันใหญ่ ในภายภาคหน้า เพราะว่าใจเป็นของมีค่าและสำคัญเป็นอันดับเอก จึงควรสงวนรักษาใจ ให้สะอาด แจ่มใส ไร้สิ่งมัวหมองไว้เสมอ
  • ถ้าเราอยู่อย่างไม่ได้ให้ทาน ก็ชื่อว่าก้าวพลาดเสียแล้ว
  • ถ้าไปหลงอะไรมากๆ ติดอะไรมากๆ ก็ควรที่จะเบื่อตัวเองได้
  • เสียชีวิตได้ แต่อย่าตายจากความดี
  • ท้ายที่สุด คนที่มีความสามารถในการสร้างความดี จะชนะคนที่มีความสามารถในด้านอื่นทุกประเภท
  • วันเวลาที่ธรรมชาติให้มา เป็นเครื่องมือพิสูจน์คน ว่าดีจริงหรือเปล่า
  • ของดีจริงคือ ของดีที่ไม่ต้องอวด
  • ประสบการณ์แห่งปัญญา พาให้บัณฑิตทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ยินดีอย่างยิ่งในการสำรวมอินทรีย์
  • ผู้ที่รู้แจ้งสัจจธรรมแล้ว ยิ่งถูกบีบ ก็ยิ่งพอง ยิ่งถูกกด ก็ยิ่งลอย
  • คุณธรรม ยังครองโลกอยู่หนึ่งเดียว จนกระทั่งทุกวันนี้

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๔)

  • ถ้อยคำที่รุนแรงเผ็ดร้อน แต่สัจจริง จะเป็นที่รักในภายหลังอย่างยั่งยืนมั่นคง
  • จงอย่าพัฒนาตัวเองไปเป็นคนที่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ยกเว้นชีวิตตนเอง
  • เราได้อะไรก็ได้มามากแล้ว ยังรออยู่ว่าเมื่อไหร่จะได้ ความรู้จักพอ
  • เมื่อพลาดก็รู้ให้ชัดว่ามันพลาดยังไง แล้วแก้ไขเสีย
  • ที่ยืนหยัดและทางรอดของคนซื่อสัตย์สุจริต จะมีอยู่เสมอ แม้ในท่ามกลางวิกฤตการณ์
  • เราแพ้บ้างบางครั้งบางคราว แต่ก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ทุกที
  • ผู้จะทำงานใหญ่ จะต้องรู้จักความหลากหลายของอุปนิสัยใจคอคน แล้วใช้งานคนต่างอุปนิสัย ให้เหมาะเจาะกับความต่างของงาน ก็จะสามารถยังงานใหญ่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้
  • รู้มากก็จริง แต่ถ้ารู้เรื่องโง่ๆ ก็ไม่ทำให้ฉลาดขึ้นได้
  • อย่าขัดเคืองกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดหมาย
  • บุคคลที่มีอายุกาลผ่านเวลามานาน ย่อมได้พบเจอสิ่งต่างๆ มามาก ทั้งเรื่องดีและเรื่องเลว ความใฝ่ดีนั้นสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้บุคคลผู้นั้น พยายามห่างเรื่องเลว เข้าใกล้เรื่องดี
  • คอยกันทำไม …… เวลาเจอกันก็ไม่เห็นทำสิ่งที่ดีต่อกัน
  • สมบัติทั้งหลายที่ชาวโลกต้องการ เป็นของร้อน ความสละช่วยให้ชีวิตของข้าพเจ้าร่มเย็นเป็นสุข
  • ถ้าจิตของผู้ใดอุดมไปด้วยความโลภ ความมักมาก คิดจะครอบครองยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่มีขอบเขต ย่อมจะนำไปสู่ความฉิบหาย วอดวายแก่บุคคลผู้นั้นอย่างแน่นอน
  • เมื่อเห็นโทษในตัณหาที่ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ พึงพอกพูนความสละเอาไว้เถิด
  • สละเสียก่อนที่ใครจะมาแย่ง จะดีกว่า
  • เพราะความไม่สละ จึงมีแต่ปัญหา
  • การปฏิบัติธรรมคือการให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ชีวิต การเผยแพร่ธรรมคือการให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่มวลชน
  • ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ต้องการแค่รูปแบบสวย แต่ต้องการสิ่งที่ใช้งานได้จริง
  • ในชีวิตที่ผ่านไป เราลืมคนไปมากมายหลายคน ลืมคนไปมากมายหลายประเภทได้ แต่จงอย่าลืมผู้มีพระคุณ
  • สมรรถภาพของเราลดน้อยถอยลงก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้สมรรถภาพนั้นเป็นประโยชน์แก่สังคมมากขึ้น เป็นสมรรถภาพที่เห็นแก่ตัวน้อยลง เป็นสมรรถภาพที่เห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนรวมทุกเมื่อ

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๕)

  • คนไร้วาสนาย่อมยินดีในสมบัติอันน้อย แล้วทอดทิ้งสมบัติอันใหญ่ คนไร้วาสนาทางธรรม ก็ย่อมยินดีเพียงแค่ปริยัติ ไม่สนใจเรื่องปฏิบัติ อันจะนำมาซึ่งสมบัติใหญ่ คือ ปฏิเวธธรรม
  • สถานที่ใดก็ตาม ถ้าคนเสีย อย่างอื่นก็จะพลอยเสียไปหมด ถ้าคนดี อย่างอื่นจะพลอยดีไปด้วย
  • เราไม่มีใคร เรามีคนเดียว คนเดียวที่ไม่ได้รอให้ใครมาเติมให้เต็ม
  • ชีวิตที่ขาดธรรม ไม่มีศีล ก็มีแต่ความวอดวาย จงไปหาศีลหาธรรมมาห่มกาย จะได้เป็นสุข
  • ความทุศีลคือยาพิษ ที่บุคคลผู้ทุศีลจับกรอกใส่ปากตัวเอง
  • พระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อยังไม่สิ้นลมหายใจตราบใด ท่านย่อมบำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นอยู่ ประโยชน์ตนคืออุเบกขา ประโยชน์ผู้อื่นคือเมตตา
  • ของจริงพิสูจน์ด้วยกาลเวลา ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยสายตา โวหาร หรือวาทศิลป์
  • ความโลภย่อมสร้างความหิวให้เกิดขึ้นที่ใจ ฉะนั้น เมื่อได้มาเท่าไหร่ จึงไม่รู้จักพอ
  • ถ้าคุณยืนหยัดในหลักการของคุณ เขาก็จะมาง้อถึงที่ ถ้าคุณโอนอ่อนผ่อนตามเขาไปอย่างไร้หลักการ เขาจะพาคุณไปรับการดูแคลนเหยียดหยามอย่างไร้ค่า
  • แค่การรู้จักเคารพนับถืออ่อนน้อมถ่อมตนให้เกียรติแก่คนดีเท่านี้ ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปสู่ความประเสริฐแห่งชีวิตได้แล้ว
  • จิตใจที่ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข เป็นจิตใจที่อัตคัดขัดสนที่สุด
  • จิตใจเริ่มอัตคัดขัดสนก่อน จึงนำมาซึ่งฐานะที่อัตคัดขัดสนในกาลต่อมา
  • บุคคลทั้งหลายมีตัวมีตนยึดมั่นถือดีอยู่ในปมเขื่องมานาน จึงทำใจรับปมด้อยไม่ได้ ความเดือดร้อนขณะกระทบปมด้อย แสดงให้เห็นถึงว่า บุคคลผู้นั้นยังมีอวิชชา ตัณหา อุปาทาน ยังไม่หลุดพ้นไปได้
  • จัดการจัดแจงทำเรื่องซื่อสัตย์เล็กๆ ดีกว่าไปจัดการจัดแจงทำเรื่องไม่ซื่อสัตย์ แม้จะยิ่งใหญ่ก็ตาม
  • คนชั่วเกรงกลัวสายตาผู้อื่น คนดีเกรงกลัวมโนธรรมตนเอง
  • ผู้มีปัญญาจักษุทั้งหลายย่อมเบื่อที่จะต้องกระโดดโลดเต้นเป็นสุขเป็นทุกข์เป็นจริงเป็นจัง ไปกับละครชีวิต
  • ความสำรวมอินทรีย์เป็นไปเพื่อความสงบรำงับ ความไม่สำรวมอินทรีย์เป็นไปเพื่อความเจ็บปวดเดือดร้อน
  • ถ้าคุณไม่ยอมอยู่ในอาณัติของใคร ก็จงอย่าโกรธ เวลาใครไม่อยู่ในอาณัติของคุณ
  • ความเข้าใจว่ากูใหญ่ กูแน่นั้น ผิดความจริงมาก เพราะว่าร่างกายของทุกคน ต่างใกล้จะเป็นเหยื่อมัจจุราชอยู่รอมร่อ
  • ความมีจิตเคารพนับถือบูชาศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นลาภอันใหญ่หลวงของบุคคลผู้นั้น

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๖)

  • พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นประดุจแสงสว่างส่องนำทางให้แก่ชาวโลกที่มะงุมมะงาหราทนทุกข์ทรมานเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอันนี้
  • การพยายามที่จะอยู่ในโลกอย่างหมดจดบริสุทธิ์ ไม่แปดเปื้อนเลยนั้น เป็นไปไม่ได้ จงพยายามอยู่กับความแปดเปื้อนนั่นแหละ แต่อย่าถลำลึกจมปลักไปกับมัน
  • ความเย่อหยิ่ง ถือดี ภูมิใจ ในความหมดจดบริสุทธิ์ เป็นภัยอย่างร้ายแรงแก่ความพ้นทุกข์
  • สมบัติในโลกนี้ ไม่ใช่ของคุณไปซะคนเดียว
  • ตราบใดที่ตั้งจิตเพลิดเพลินภูมิใจในปมเขื่อง ก็จะต้องเศร้าโศกเสียใจน้อยใจในปมด้อยไปตลอด
  • ความยึดมั่นถือมั่นมีตัวมีตนในความดี ในสิ่งดีนั้น เป็นที่อยู่อาศัยของอวิชชา
  • ถ้าไม่เคยหลุดไปในทางหลง ก็จะไม่รู้ประโยชน์และคุณค่าของทางตรง
  • ใครว่าความทุศีลดี ความทุศีลนั่นเองเป็นพิษเป็นภัย เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง
  • ข้าพเจ้าอยากจะอยู่อย่างสำรวม และควบคุมตนเองให้อยู่ในกรอบของความมีวินัย
  • สมรรถภาพในการจัดการเรื่องอื่นของเราจะลดลงเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงว่าสมรรถภาพในการควบคุมจิตตนเองไม่ให้เป็นทุกข์เพิ่มขึ้นก็เป็นอันใช้ได้
  • เนกขัมมบารมีเป็นเครื่องช่วยเกื้อหนุนอย่างใหญ่ ในการก้าวออกสู่เส้นทางสายบุญบารมี และเส้นทางสายโลกุตตระ
  • ไม่ว่าจะเย่อหยิ่ง ถือดี อวดตัว ยกตน ข่มท่านเพียงไร มวลชนก็ไม่ยอมรับหรอก เพราะว่ามวลชนไม่ได้ยอมรับซึ่งกันและกันในสิ่งเหล่านี้
  • ดูให้เห็นว่า กำลังใจนั้นสูงค่ามีราคากว่ากำลังเงินบ้าง จะช่วยแก้ไขต้นเหตุของความทุกข์ลงไปได้มาก
  • การอยู่อย่างสำรวมในความเรียบง่าย นำพาจิตใจไปสู่ความสงบสันติ ที่จะนำสุขมาให้
  • ในช่วงเวลามีชีวิต แม้ว่าอาการสลัดออก จะทำให้บุคคลต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดก็ตามที แต่เมื่อเขาผู้นั้นตายไป ภพชาติของเขาจะไม่ตกต่ำแน่
  • ความดีงามที่เราได้สร้างได้บำเพ็ญขึ้นมานั่นเอง เป็นมิตรแท้ที่ยิ่งกว่ามิตรแท้ เป็นญาติสนิทที่ยิ่งกว่าญาติสนิท
  • ความผิดหวัง ความวิปโยค โศกนาฏกรรมทั้งหลายทั้งปวง มีต้นเหตุมาจากความทุศีลทั้งสิ้น
  • ปฏิปทาการดำเนินชีวิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานเอาไว้ เป็นแบบอย่าง เป็นปฏิปทาที่ประเสริฐที่สุดเท่าที่มีอยู่ในโลก เพราะว่าเป็นปฏิปทาสมบูรณ์แบบในการเป็นเกราะป้องกันความทุกข์ให้แก่บุคคลผู้ดำเนินตามด้วยใจศรัทธา เนื่องจากว่าปฏิปทานี้ เป็นปฏิปทาที่บัญญัติโดยพระมหาบุรุษผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง
  • สมบัติในโลกนี้มีมาก แต่ความหวงแหนกลัวจะหายนั้น จะทำให้บุคคลทั้งหลาย ถึงแม้จะได้ครอบครองสมบัติอันมีค่ามากมาย ก็ไม่มีความสุข
  • โลกนี้มีเงื่อนไข ประดุจดังแม่กุญแจและลูกกุญแจ

พลายคู่ ตัดเดี่ยว (ต่อ ๗)

  • ความหวงแหนเป็นทุกข์ที่สุด
  • เราเป็นคนไปล่วงเกินธรรมชาติ ธรรมชาติเค้าไม่ยอมให้ยึด ไปยึดทำไม
  • ชีวิตเราจะต้องพัฒนาไปในเส้นทางที่จะปล่อยวางโลก
  • การได้อะไรไม่มีค่าเท่ากับการสละ
  • การครอบครองอะไร ไม่มีค่าเท่ากับการสละ
  • ชีวิตของเราอยู่เพื่อคนอื่น ไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง
  • เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าอะไรเป็นของเราขึ้นมาก็ตาม เมื่อนั้นธรรมชาติเค้าจะมาบีบให้ต้องปล่อยวาง
  • การที่เราจะรอคอยให้ใครมาช่วยนั้น ก็จะทำให้เราอ่อนแอลงทุกวัน
  • ชีวิตเราต้องการสิ่งใด ? ในเมื่อไม่มีสิ่งใดทำให้เรามีความสุขได้เลย นอกเสียจากความพอ
  • บรรพชาสมบัติเป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ เป็นสมบัติที่มีค่าสูงสุดในสายตาบัณฑิตทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงคัดเลือกสมบัติที่มีค่าที่สุด เพื่อประทานให้แก่พระราหุล บุตรอันเกิดแต่พระอุระของพระองค์นั้น พระองค์ก็ทรงประทานบรรพชาสมบัตินี้เอง ให้แก่พระราหุล พุทธชิโนรส
  • ขอให้ข้าพเจ้ามีที่นั่งที่นอนที่ว่า เมื่อนั่งนอนตรงนั้นแล้ว ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดีกับใคร ข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว
  • โชคดีที่อายุมากขึ้น ประสบการณ์เพิ่มขึ้น หนักแน่นมากขึ้น โชคร้ายที่อายุมากขึ้น ประสบการณ์เพิ่มขึ้น หุนหันพลันแล่นมากขึ้น
  • อย่าเป็นคนที่รอคอยเรียกร้องอย่างเดียว ไม่รู้จักทำ
  • เรื่องเพ้อฝันกับความเป็นจริงมันคนละอันกัน นั่นก็คือไม่ว่าเราจะเพ้อฝันยึดมั่นถือมั่นเพียงไร สิ่งที่ไม่ใช่ของเราก็ยังไม่ใช่ของเราอยู่นั่นเอง
  • อุดมการณ์ของพลายคู่ ตัดเดี่ยว

    เทิดทูนตรัยรัตน์ กตัญญูผู้มีคุณ เคารพผู้สูงส่ง
    อารีผู้เสมอ อนุเคราะห์ผู้ต่ำต้อย กรุณาผู้ก่อบาป
    อนุโมทนาผู้บำเพ็ญบุญ เกื้อกูลเหล่าศิษย์ อดกลั้นศัตรู
    ซื่อตรงมิตร แผ่เมตตาสรรพสัตว์ ให้สติผู้มัวเมา
    ป้องกันผู้ประมาท บอกทางผู้หลงผิด อวยสันติประชุมชน
    อภัยผู้อื่น รักษาจิตตน ไม่อาลัยสังขารทั้งปวง

จบธรรมภาษิต ตอน “พลายคู่ ตัดเดี่ยว”

บันทึกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่พิษณุโลกและสุพรรณบุรี

ความดีของบันทึกชุดนี้ ขอถวายบูชาพระคุณพระธรรมกถึกทุกรูป ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่ขวนขวายนำธรรมะออกสู่ประชุมชน

ธรรมะที่ข้าพเจ้าบันทึก ไม่สงวนลิขสิทธิ์

โย จะ พุทธัญจะ ธัมมัญจะ สังฆัญจะ สะระณัง คะโต
จัตตาริ อะริยะสัจจานิ สัมมัปปัญญายะ ปัสสะติ
ทุกขัง ทุกขะสะมุปปาทัง ทุกขัสสะ จะ อะติกกะมัง
อะริยัญจัฏฐังคิกัง มัคคัง ทุกขูปะสะมะคามินัง
เอตัง โข สะระณัง เขมัง เอตัง สะระณะมุตตะมัง
เอตัง สะระณะมาคัมมะ สัพพะทุกขา ปะมุจจะตีติ

*** ชีวิตที่ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อผู้ใด คือ ชีวิตของพลายคู่ ตัดเดี่ยว ***