เกร็ดการปฏิบัติธรรม

ต่อไปจะขอพูดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

ถ้ามีปัญหาถามว่า ความอยากเป็นพระอรหันต์ หรืออยากเป็นพระโสดาบันนี้ เป็นกิเลสหรือไม่

ก็จะขอตอบตามความรู้สึกของผู้เขียนว่า ความอยากชนิดนี้ไม่เป็นกิเลส ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นธรรมะข้อใหญ่มากทีเดียว เพราะความอยากชนิดนี้ ทำให้ยอมสลัดทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ที่จะมาขวางทางนิพพาน ทำให้ยอมทนต่ออุปสรรคความลำบากต่างๆ และทำให้เกิดความพากเพียรที่จะปฏิบัติธรรม มิให้เบื่อหน่ายท้อถอย ถ้าจะพูดไปตามภาษาธรรมะ ก็จะเรียกความอยากชนิดนี้เป็น อธิษฐานบารมี หรือถ้าจะจัดเป็นกรรมฐานกองหนึ่งก็ได้คือ อุปสมานุสสติ ซึ่งหมายถึง การระลึกถึงคุณของพระนิพพานเป็นอารมณ์

ฉะนั้น การตั้งอธิษฐานจิตนี้จึงสำคัญมากแก่ผู้ปฏิบัติธรรม จึงควรอธิษฐานก่อนนอนทุกวันหรือทุกครั้งที่ทำบุญว่า “ขอให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ขึ้นชื่อว่าการเกิดอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าอีกเลย มนุษย์โลก เทวโลก พรหมโลก ปรากฏแก่ข้าพเจ้าประดุจหลุมถ่านเพลิง ตายจากชาตินี้ ขอไปนิพพาน”

ขอให้ท่านผู้ใฝ่ในธรรมปฏิบัติทั้งหลายจงอธิษฐานจิตดังนี้ จะช่วยสร้างกำลังใจให้เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ได้มรรคผล นิพพาน อย่างที่คาดไม่ถึง

ฉะนั้นขอให้ท่านผู้ใคร่ในการปฏิบัติธรรม จงสำรวจคุณธรรมทั้ง ๕ ประการที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า มีอยู่ในตนหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จงสร้างให้มี ถ้ามีแล้วก็จงบำรุงให้เจริญไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ช้าท่านก็จะได้บรรลุมรรคผลเอง

ซึ่งเรื่องมรรคผลนี้ยังไม่พ้นกาลพ้นสมัย ไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปนานแล้ว สมัยนี้จะไม่มีพระอริยบุคคล ความจริงมรรคผลนั้นไม่เลือกกาลเลือกสมัย เมื่อใดที่คุณธรรมของเราเจริญถึงขีด ก็จะได้บรรลุมรรคผลทุกเวลา ทุกโอกาส ทุกสถานที่ ทุกเพศ ทุกวัย มิเลือกว่าคฤหัสถ์หรือบรรพชิต หญิงชายหนุ่มแก่ จงอย่าดูถูกว่าตนเองเป็นผู้ไม่มีบารมี ทุกท่านที่นับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นศาสดาเป็นผู้มีบารมีทั้งนั้น ขอเพียงแต่ให้ท่านจงพยายามปฏิบัติตามที่ได้แนะนำมาแต่เบื้องต้น คุณธรรมของท่านก็จะเจริญงอกงามไพบูลย์ยิ่งขึ้น จนในที่สุดท่านก็จะได้บรรลุมรรคผลเอง

การที่ได้บรรลุมรรคผล แม้แต่เพียงขั้นต้น คือ พระโสดาบันนั้น จะมีคุณประโยชน์มากหลายอย่างนัก จะไม่ขอกล่าวโดยละเอียดในที่นี้ แต่ที่จะกล่าวก็คือท่านผู้ที่บรรลุจะเป็นผู้มีความสุขมาก ท่านจะอยู่อย่างสุขใจอย่างยิ่ง แม้โลกนี้จะวุ่นวายเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ท่านจะอยู่ท่ามกลางทุกข์ด้วยความสุขสบายใจ อยู่ท่ามกลางกองไฟได้อย่างเย็นชื่นบาน ซึ่งในความเป็นจริงจะเป็นเช่นไรนั้น ท่านผู้บรรลุจะพึงซาบซึ้งด้วยตนเอง

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ